Back to Blogs

OKR เครื่องมือตั้งเป้าหมายทางธุรกิจที่บริษัทระดับโลกอย่าง Google ใช้ (ตอน 2/2)

ธันวาคม 21, 2016 7:25 AM
views
dva-okr-02

ในครั้งที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับเทคนิค OKR กันไปบ้างแล้ว ครั้งนี้เราจะมาทำความเข้าใจให้มากขึ้น ถึงวิธีการตั้งเป้าหมายโดย OKR หรือ Objectives & Key Results ให้ออกมาดีเยี่ยมและมีประสิทธิภาพ

ลักษณะสำคัญ 3 ข้อที่จะบอกว่านี่คือ OKR ที่ยอดเยี่ยม

1. สร้างความกระตือรือร้นและความทะเยอทะยานให้กับทีมงาน (Aspirational)

Objective ที่ตั้งไว้ควรจะเป็นเป้าหมายที่สร้างความท้าทายให้กับบริษัทและทีมงานในระดับที่กำลังพอดี เพราะหากคุณตั้งเป้าหมายที่ท้าทายเกินไปจนรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้เลย เช่น แม้จะนำทรัพยากรทั้งหมดที่มีอยู่มาใช้แล้วก็ยังอาจจะล้มเหลว  แต่ถ้าหากตั้ง Objective ที่ง่ายเกินไป เช่น ทำยังไงก็สำเร็จ 100% เสมอ ก็ถือว่าเป็นความท้าทายให้กับตัวเองน้อยเกินไป อย่างที่เคยบอกไว้ว่าคุณไม่จำเป็นต้องบรรลุวัตถุประสงค์ได้ 100% ตลอดเวลา ถ้าหากคุณมีเป้าหมายที่ยากพอสมควร และคิดว่าจะประสบความสำเร็จถึง 60-70% ของเป้าหมายนั้น นั่นถือว่าดีแล้ว สิ่งที่จำเป็นคือการหาพื้นที่ตรงกลางระหว่างปาฏิหาริย์และความเป็นจริง แล้วทำให้สำเร็จ

คุณสามารถวัดผลลัพธ์ของ Objective จากการสังเกตผล Key Result แต่ละตัว เช่น หากคุณตั้ง Objective ที่จะขยายผลิตภัณฑ์เพิ่มไปยัง 50 ประเทศ และผลลัพธ์ที่ได้คือสามารถขยายออกไป 30-35 ประเทศ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับที่ดีแล้ว

okr2-trello

2. สามารถแตกงานออกเป็นส่วนๆ และมอบหมายให้ตัวแทนแต่ละคนรับผิดชอบได้ (Independently actionable)

Key Result ทุกข้อจำเป็นต้องมีผู้รับผิดชอบ หากบริษัทคุณต้องการทดลองใช้ระบบ OKR ก็ต้องมีผู้ติดตามผลให้กับทีมงานโดยรวม หรือที่เรียกว่า Sprint Master ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบระบบ OKR ทั้งหมด คอยดูความคืบหน้าของ OKR ในแต่ละสัปดาห์ โดยใช้เครื่องมือช่วยติดตามผล อย่างเช่น Trello โปรแกรมบริหารจัดการงานสำหรับการทำโปรเจคต์ร่วมกัน รวมถึงการจัดประชุมทีม ในช่วงแรก ผู้ก่อตั้งบริษัทอาจจะเป็นคนทำหน้าที่นี้ก่อน แต่เมื่อทุกคนชินกับระบบแล้ว จึงค่อยยกหน้าที่นี้ให้ผู้อื่นเข้ามาทำ

3. มีการกำหนดระยะเวลา ตั้งกรอบเวลาของงานแต่ละชิ้น (Time bound)

การกำหนดระยะเวลาของ OKR โดยรวมแล้วคือ ควรตั้ง Objective ขึ้นทุกเดือน และตั้ง Key Results เป็นรายสัปดาห์ และควรจัดประชุมเพื่อติดตามผลทุกสัปดาห์เช่นกัน หรือที่เรียกว่า OKR Sprints เพื่อดูว่าเราสามารถทำได้ตามเป้าหมายในระดับใด จะได้ปรับทิศทางได้ถูกต้อง ทั้งยังเป็นตัวบอกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ยากหรือง่ายเกินไปหรือไม่

แต่ละบริษัทอาจมีการตั้งกรอบเวลาที่แตกต่างกัน เช่น บริษัท Google ตั้ง Objective เป็นรายปี (Annual Objectives) ที่สื่อถึงภาพรวมขององค์กรและจุดมุ่งหมายในปีนั้นๆ และจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งปี และมีการตั้งวัตถุประสงค์ย่อยในแต่ละไตรมาส ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้หรือยืดหยุ่นตามสถานการณ์

okr2-class

ทีม Startup ของ Digital Ventures Accelerator (DVAb0) ได้เรียนและได้ลองปฏิบัติจริง

เรื่อง OKR ถือเป็นเทคนิคสำหรับการทำงานของบริษัทระดับโลกที่หาฟังได้ยากมากในไทย ขอบคุณความร่วมมือระหว่าง Seedstars และ Digital Ventures Accelerator (DVA) ที่ทำให้เราได้รับความรู้ดีๆ ตลอด Bootcamp นี้

Digital Ventures