Back to Blogs

สวิตเซอร์แลนด์ กับแผนการสร้าง Crypto Valley ศูนย์กลางของโลก Blockchain

ธันวาคม 13, 2016 2:31 PM
views
why-swiss

Silicon Valley หรือพื้นที่รอบอ่าวซานฟรานซิสโกในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ ถูกยกให้เป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของโลกมายาวนาน พื้นที่แห่งนี้เป็นจุดกำเนิดและที่ตั้งสำนักงานของบริษัทไอทีชื่อดังอย่างเอชพี ซิสโก แอปเปิล ออราเคิล ยาฮู อีเบย์ กูเกิล เฟซบุ๊ก ฯลฯ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ท้องถิ่นและประเทศได้อย่างมหาศาล

ที่ผ่านมา หลายประเทศพยายามเลียนแบบความสำเร็จของ Silicon Valley ด้วยการสร้างพื้นที่ศูนย์รวมบริษัทไอทีลักษณะเดียวกัน เช่น Silicon Roundabout ในลอนดอน, Silicon Fen ใกล้กับมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ของอังกฤษ, เมืองบังกะลอร์ของอินเดีย, เมือง Cyberjaya ของมาเลเซีย หรือนคร Tel Aviv ของอิสราเอล เป็นต้น

แม้ระดับความก้าวหน้าของพื้นที่เหล่านี้ยังถือว่าห่างไกลจากต้นฉบับ แต่ก็ถือเป็นความพยายามที่น่าสนใจในการผลักดันอุตสาหกรรมไอทีของแต่ละประเทศ

ในยุคสมัยแห่ง FinTech อย่างในปัจจุบัน พื้นที่ใหม่ที่กำลังมาแรงคือ หุบเขาแห่งการเข้ารหัส “Crypto Valley ใกล้กับเมืองซูริคของสวิตเซอร์แลนด์ ที่กำลังถีบตัวเองขึ้นมาเป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยี Blockchain และบริษัทการเงินยุคใหม่ที่อาศัยเทคโนโลยีการเข้ารหัส (cryptography)

Crypto Valley คือพื้นที่รอบเมือง Zug เมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบ อยู่ทางทิศใต้ของซูริค ศูนย์กลางการเงินของยุโรป ห่างออกไปประมาณ 25 กิโลเมตร ปัจจุบัน Zug มีบริษัทด้าน Blockchain กระจายตัวกันอยู่ประมาณ 15-20 บริษัท และในอีเวนต์พบปะ (Meetup) ของเหล่าคนทำงานสายนี้ในเมือง Zug มีคนเข้าร่วมมากกว่า 2 พันคน ถือว่าไม่ธรรมดาเลยสำหรับเมืองที่มีประชากรแค่ประมาณ 1.2 แสนคนเท่านั้น

ในอดีต Zug เคยเป็นเขตการปกครองที่มีรายได้เฉลี่ยน้อยที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ เศรษฐกิจพึ่งพารายได้จากอุตสาหกรรมประมงและการผลิต แต่เนื่องด้วยนโยบายการเก็บภาษีด้วยอัตราต่ำที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ บวกกับพื้นที่ตั้งใกล้กับซูริค หนึ่งในศูนย์กลางการเงินของโลก ส่งผลให้ Zug เป็นพื้นที่ที่เหมาะมากสำหรับอุตสาหกรรมไฮเทคผสมการเงินอย่าง Blockchain

swiss-money

สิ่งหนึ่งที่ทำให้บริษัทด้าน FinTech แตกต่างจากบริษัทไอทีทั่วไปคือ พฤติกรรมของลูกค้าที่นำ “เงิน” หรือสินทรัพย์ของตัวเองมายุ่งเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัท ลูกค้ารายใหญ่ต้องการความเป็นส่วนตัว (Privacy) สูงมาก ไม่ต้องการให้คนอื่นรับรู้ว่าตัวเองมีสินทรัพย์อยู่ที่ไหน ส่งผลให้บริษัท FinTech กลุ่มนี้ต้องรักษาความลับของลูกค้าอย่างเข้มงวด ซึ่งไม่มีประเทศไหนในโลกเหมาะกว่าสวิตเซอร์แลนด์อีกแล้ว

บริษัทด้าน FinTech ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในสวิส ย่อมได้รับความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจอย่างสูงจากแวดวงการเงินโลก เป็นข้อได้เปรียบสำคัญเหนือบริษัท FinTech ในสหรัฐอเมริกา ที่อาจโดนหน่วยข่าวกรองแฮ็กข้อมูลโดยไม่รู้ตัว หรือบีบเอาข้อมูลของลูกค้าด้วยเหตุผลเรื่องความมั่นคงไปเมื่อไรก็ได้

สวิตเซอร์แลนด์ยังมีระบบการเมืองการปกครองที่เสถียรมาก นโยบายการวางตัวเป็นกลางของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งของประเทศอื่นๆ (Swiss Neutrality) ดำรงอยู่มาหลายร้อยปี ปลอดภัยแคล้วคลาดจากภัยสงครามมาโดยตลอด และคุณภาพชีวิตของสวิตเซอร์แลนด์ถือว่าอยู่ในระดับแถวหน้าของโลก มาอาศัยอยู่แล้วการันตีว่าชีวิตดีแน่นอน แถมมีทรัพยากรมนุษย์ที่ดี มีทักษะแรงงานฝีมือด้านไอทีที่ก้าวหน้าเป็นอันดับต้นๆ ของยุโรป บริษัทมาตั้งสำนักงานที่นี่แล้วหาคนมาทำงานได้ไม่ยากนัก

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับประชาธิปไตยสูงมากมาก โดยเฉพาะการปกครองระดับท้องถิ่น ประชาชนสามารถเข้าชื่อกันเสนอแก้กฎหมายได้ไม่ยากนัก เหมาะมากสำหรับเทคโนโลยี Bitcoin ที่เข้ามาท้าทายกฎระเบียบเดิมๆ ในโลกการเงินเดิม

บริษัท Bitcoin อาจประสบปัญหาในการเจรจากับรัฐบาลหรือหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของสหรัฐ รัสเซีย หรือจีน เพื่อให้ผ่อนคลายกฎระเบียบต่างๆ แต่ไม่ใช่กับหน่วยงานของสวิตเซอร์แลนด์ เพราะตอนนี้ กระทรวงการคลังสวิส และหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของประเทศหรือ FINMA เตรียมพร้อมเรื่องนี้ วางแผนเรื่องกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับบริษัท FinTech เหล่านี้แล้ว นโยบายด้านภาษียังเป็นปัจจัยอีกข้อที่ผลักดันให้สวิตเซอร์แลนด์โดดเด่นขึ้นมาในโลกของ FinTech เพราะในปี 2015 สวิตเซอร์แลนด์ประกาศนโยบายยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับ Bitcoin ถือเป็นแรงจูงใจอีกทางหนึ่ง

swizz-cryptovalley-zug

ภาพจากเว็บไซต์ cryptovalleyzug.net

บริษัท FinTech รายแรกๆ ที่มาค้นพบและบุกเบิกพื้นที่เมือง Zug ในฐานะ “Crypto Valley” คือ Monetas บริษัทแพลตฟอร์มการเงินยุคใหม่ที่ก่อตั้งโดย Johann Gevers นักธุรกิจชาวแอฟริกาใต้ (เขาเป็นคนที่คิดชื่อ Crypto Valley และ โปรโมทสู่ตลาดโลก) แต่บริษัทที่ช่วยผลักดันให้ Crypto Valley แจ้งเกิดในเวทีโลกคือ Xapo บริษัทกระเป๋าเงิน Bitcoin ที่ประกาศย้ายสำนักงานใหญ่จากในสหรัฐอเมริกา มายังสวิตเซอร์แลนด์ในปี 2014 ด้วยเหตุผลลักษณะเดียวกัน กลายเป็นต้นแบบของการเลือกย้ายมาอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ให้กับบริษัท Bitcoin รายอื่นๆ

หน่วยงานสำคัญอีกแห่งที่ตั้งอยู่ใน Zug คือมูลนิธิ Ethereum Foundation องค์กรไม่หวังผลกำไรที่เป็นผู้รับผิดชอบหลักของโครงการ Ethereum ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ประมวลผลกระจายศูนย์แบบ Blockchain ที่มาแรงที่สุดในช่วงหลัง ตัวของ Vitalik Buterin หนุ่มมหัศจรรย์ชาวรัสเซียที่ปัจจุบันอายุเพียง 22 ปี แต่มีดีกรีเป็นผู้ก่อตั้ง Ethereum ก็นั่งทำงานอยู่ที่นี่เป็นหลัก ช่วยดึงดูดให้ผู้สนใจ Blockchain จากทั่วโลกสนใจมาทำงานที่เดียวกันมากขึ้น

เทศบาลของเมือง Zug ก็พยายามเชิญชวนให้บริษัท FinTech ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ Zug ด้วยการออกนโยบายหลายอย่างที่เอื้อต่อบริษัทเหล่านี้ ทางเทศบาลเองถึงกับยอมรับการจ่ายเงินด้วย Bitcoin ด้วยซ้ำ (แม้ยังมีคนใช้ไม่เยอะนัก เป็นแค่กิมมิคมากกว่า) นอกจากนี้ การรถไฟของสวิสก็เตรียมรับการจ่ายค่าโดยสารด้วย Bitcoin ในเร็วๆ นี้อีกเช่นกัน

Crypto Valley ของสวิตเซอร์แลนด์ยังถือว่าเพิ่งเริ่มต้น แต่เท่านี้ก็ถือว่าไปได้สวยมาก เพราะปัจจัยต่างๆ มีพร้อมสรรพแล้ว บวกกับการเลือกเจาะจงที่อุตสาหกรรมเฉพาะทางอย่าง Blockchain ช่วยให้ง่ายต่อการตลาดและประชาสัมพันธ์ แถมการผลักดันให้ Zug เป็นศูนย์กลางของโลก Bitcoin ยังได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนในสวิตเซอร์แลนด์ ถึงขนาดว่าสมาคมธนาคารของสวิส (Swiss Banking Association) ออกมาพูดว่า “ถ้าเราไม่มีส่วนร่วมกับ FinTech ก็เสียชื่อที่อุตส่าห์มีตำแหน่งเป็นศูนย์กลางการเงินของโลก” เลยทีเดียว

ข้อมูลอ้างอิง

Digital Ventures x Mark Blognone

มาร์ค Blognone นักเขียนสายเทคโนโลยีสายเข้มข้น และ ICT policy researcher ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ Blognone, SIU, 2baht.com และ brandinside.asia