Back to Blogs

ความจริง 6 ข้อที่ Startup ต้องเตรียมตัวก่อนระดมทุน คำแนะนำจากผู้ก่อตั้ง TribeHired

พฤศจิกายน 23, 2016 2:51 AM
views
tribehired_1

แม้ว่าในโครงการ Digital Ventures Accelerator (DVA) ของเราจะมี Startup ที่มีอายุธุรกิจแตกต่างกัน แต่เส้นทางของ Startup ส่วนใหญ่นั้น จะต้องผ่านการเสนอธุรกิจเพื่อระดมทุนอย่างแน่นอน วันนี้ DVA ได้รับเกียรติจาก Devan Singaram ซึ่งเป็น Founder และ CEO ของ TribeHired (เว็บไซต์หางานสำหรับผู้ที่มีความสามารถด้าน IT แห่งแรกในมาเลเซีย เว็บที่จะทำให้คุณหางานได้ภายใน 1 สัปดาห์!) มาช่วยแชร์ประสบการณ์และให้คำแนะนำในมุมมองที่ไม่เหมือนใคร ที่ทำให้เขาระดมทุนสำเร็จที่ JFDI Accelerate มาแล้ว และเขายืนยันว่าเป็นวิธีที่เขาได้ลองผิดลองถูกมาด้วยตนเองแล้วทั้งนั้น

ต้องพร้อมที่จะ Elevator Pitch อยู่เสมอ

ก่อนเริ่มคลาส ได้มีการสุ่มเรียกตัวแทนจากทีม Refinn ขึ้นมาให้ลอง Elevator Pitch แบบไม่ทันตั้งตัว นี่เป็นตัวอย่างที่ดี เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าจะได้เจอนักลงทุนเมื่อไหร่ และทุกครั้งที่ได้เจอก็ถือเป็นโอกาสที่คุณจะต้องไม่พลาดในการนำเสนอไอเดีย หรือนำเสนอธุรกิจของคุณให้กระชับและเข้าใจให้มากที่สุดภายในเวลา 20-30 วินาที เปรียบได้กับตอนขึ้นลิฟต์ที่เราจะต้องพูดให้ทันก่อนที่ผู้ฟังจะเดินออกจากลิฟต์ไป

tribehired_2

ไม่สำคัญว่าไอเดียแข็งแรงหรือไม่ สำคัญที่เราแตกต่างกับคนอื่นอย่างไร

Startup บางทีมอาจมีไอเดียตอนเริ่มต้นที่ฟังดูไม่ค่อยแข็งแรงหรือไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ ส่วนบางทีมก็อาจมีไอเดียที่ชัดเจน ดูมีความเป็นไปได้สูง หากธุรกิจคุณตกอยู่ในประเภทแรก ก็ไม่ต้องกังวล แค่ต้องหาจุดเด่นของตัวเองให้เจอให้ได้ แล้วนำไปทดลอง ไอเดียที่ฟังดูไม่ชัดเจนก็จะกลายเป็นคอนเซปต์ที่เข้มแข็งขึ้นมาได้

ตอบได้หรือยังว่าทำไม VC จะต้องมาลงทุนกับเรา

ทำไมบรรดานักลงทุนทั้งหลายถึงต้องมาลงทุนกับ Startup แทนที่จะเอาเงินไปลงทุนในตลาดหุ้น ทั้งๆ ที่การลงทุนในหุ้นนั้นมีคนพิสูจน์ให้เห็นว่ามีโอกาสได้กำไรแน่ๆ นั่นก็เป็นเพราะพวกเขาทึ่งกับไอเดียของคุณ ว่าธุรกิจคุณจะแก้ปัญหาอะไรให้ตลาดได้ และตัวอย่างคำถามที่นักลงทุนมักถาม เช่น คุณมีตลาดรองรับใหญ่แค่ไหน คุณจะเข้าตลาดด้วยตัวเอง (Greenfield) หรือจะไปพาร์ทเนอร์กับใครหรือเปล่า ลูกค้าเป้าหมายของคุณคือใคร คุณจะไปหาจากที่ไหน ตัวอย่างของ TribeHired คือ แทนที่จะบอกว่ากลุ่มเป้าหมาย คือ บริษัท Startup แต่พูดว่าเราจะพุ่งเป้าไปที่บริษัท Startup ก่อนและค่อยขยายต่อไป เป็นต้น

เป้าหมายใน presentation ไม่สำคัญเท่ากับผลลัพธ์ที่ต้องวัดได้จริง

กรณีของ Eatigo มีการวัดผลที่ชัดเจนและน่าสนใจ เช่น การบอกว่าตอนนี้ Eatigo ได้ทำให้คนไปจองโต๊ะที่ร้านอาหารจริงได้จริงแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคน หรือพูดว่า มีร้านอาหารมากกว่า 700 ร้านในแพลตฟอร์ม ในขณะที่ TribeHired บอกว่า ทุกๆ 45 นาทีจะมีการสัมภาษณ์งานในระบบของเขา หรือ ทุกๆ 3 ชม. จะเกิดการจ้างงานจริง และ 60% ของผู้ที่มีความสามารถจะได้รับการจ้างภายในหนึ่งสัปดาห์ เป็นต้น นี่เป็นข้อมูลที่สำคัญที่สุดเวลานำเสนอต่อนักลงทุน

tribehired_3

มีทีมที่พร้อมทั้งกายและใจหรือยัง

ทีมงานคือหัวใจ  นอกจากจะต้องเก่งแล้ว จะต้องเป็นคนที่มี passion มีความคิดดีต่อบริษัท ต้องมีเหตุผล และ ไม่ใช้อารมณ์ต่อกัน หากมีคนที่คิดในแง่ลบอยู่ตลอดเวลา ควรต้องรีบแก้ไขหรือให้เขาออกไปให้เร็วที่สุด

เราอยากทำ Startup เพื่อขายให้นักลงทุน หรืออยากทำ Startup เพื่อให้ลูกค้าใช้งาน

ต้องถามตัวเองว่าอยากทำ Startup เพราะอะไร เพื่ออะไร เพราะบางครั้งทีม Startup เองก็แยกไม่ออกและมักเอาสองเหตุผลนี้มาปนกันอยู่เสมอ ต้องถามตัวเองว่า เราต้องการเงินลงทุนจริงๆ หรือไม่ ด้วยการตรวจสอบเบื้องต้นว่าถ้าได้เงินมา จะนำไปใช้อย่างไร เพราะ TribeHired ก็เคยพยายามระดมทุนมากมาย แต่หลังจากผ่านไป 9 เดือน ก็เริ่มรู้ตัวว่าได้ใช้เงินที่ได้จากการระดมทุนไปแค่ 20% เพราะในความเป็นจริง สิ่งที่นักลงทุนต้องการมักจะต่างกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ธุรกิจที่โตขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ได้แปลว่าลูกค้าจะพอใจกับการใช้งานของเราเหมือนเดิมเสมอไป

ก่อนจบคลาส Devan Singaram ยังได้เล่าถึงกลยุทธ์อีกมากมายเกี่ยวกับเทคนิคสร้างความเติบโตให้ธุรกิจ (Growth Hacking) วิธีที่จะมีสินค้าที่ตอบโจทย์ตลาด (Product market fit) อัตรากำไร (Profit margin) และยังแชร์ประสบการณ์การเข้าร่วม Investor speed dating หรืองานจับคู่ Startup กับนักลงทุน พร้อมกับหลักการสำคัญในการเจาะตลาดในประเทศอื่นๆ

สุดท้ายนี้ Startup ทั้งหลายและ Startup ทั้ง 10 ทีมของเราคงจะต้องมีเรื่องที่ต้องถามตัวเองหลายข้อทีเดียว เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทุกโอกาสที่กำลังจะมาถึง

Digital Ventures