Back to Blogs

STARTUP 101 – ปูพื้นฐานให้แน่นก่อนเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ธันวาคม 5, 2016 3:42 AM
views
dva-startup101-01

อย่างที่ทราบกันว่าโครงการ Digital Ventures Accelerator (DVAb0) นั้น เรียนกันยาวนานถึง 6 เดือนเต็ม

และช่วงที่สำคัญคือ 3 เดือนแรกที่เราจะเน้นการปูพื้นฐานความรู้ที่จำเป็นต่อการทำธุรกิจ หรือที่เรียกว่า Startup Essential Program ที่สอนโดย คุณสุรวัฒน์ พรหมโยธิน ต่อด้วยความรู้ด้านกฎหมาย โดย Baker & McKenzie และการเงินโดย PrimeStreet Advisory ก่อนที่จะปั้นให้ Startup เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 3 เดือนหลัง ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มี Speaker หลายท่าน เช่น CEO ของ Tribehired มาให้คำแนะนำสตาร์ทอัพแต่ละทีมกันไปบ้างแล้ว

Startup 101 คือ การปูพื้นฐานความรู้ที่จำเป็นต่อการทำธุรกิจ Startup โดยเราได้รับเกียรติจากคุณสุรวัฒน์ พรหมโยธิน หรือ คุณแซม CEO จาก STYLHUNT และ Executive Director ของ Bangkok Venture Club มาให้ความรู้กับ Startup ทั้ง 10 ทีมของโครงการ Digital Ventures Accelerator (DVA b0) เราขอสรุปประเด็นสำคัญมาให้ได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน

มารู้จัก Startup กันก่อน

หลายคนมักเข้าใจผิดหรืออาจจะไม่เข้าใจว่าจริงๆ แล้ว Startup คืออะไร  แล้วมีลักษณะเฉพาะตัวแบบไหน

A startup is a temporary organization used to search for

a repeatable and scalable business model.”

– Steve Blank

dva-startup-101-def1

  • จริงๆ แล้ว ความหมายแรกของ Startup มาจากคำว่า Tech startup (Technology Startup) ซึ่งไม่ได้หมายถึงธุรกิจแบบเทคโนโลยี 100% เพียงแต่มีการใช้เทคโนโลยีเป็นแกนสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ
  • หัวใจของสตาร์ทอัพที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Silicon Valley คือ
  1. อาจมีความไม่แน่นอน เพราะเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ หรือเป็นโมเดลธุรกิจที่ยังไม่มีการพิสูจน์มาก่อน 2. สามารถขยายไปสู่ตลาดใหญ่ๆ ไม่ใช่แค่ตลาดในประเทศเท่านั้น
  2. ต้องมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดและสามารถทำซ้ำได้
  • VC หรือนักลงทุนมักจะทำเงินได้จากค่า Management Fees หรือค่าธรรมเนียมในการจัดการ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1.0-2.5% ของการลงทุน และส่วนที่สอง คือ Carried interest or Carry ในทางการเงินหมายถึง การแบ่งปันผลกำไรหรือหุ้นส่วนการลงทุนตามข้อตกลงที่มีระหว่างนักลงทุนและนักธุรกิจ เช่นกรณีของ VC อาจจะได้ส่วนต่าง 20% ของกำไรที่ได้ทั้งหมด

แล้วคำว่า Traction เกี่ยวข้องกับ Startup ยังไง

Traction หรือการมีผู้เข้ามาใช้บริการของเรา เช่น จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ จำนวนผู้ดาวน์โหลดแอพฯ เป็นต้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่สตาร์ทอัพควรคำนึงถึงเมื่อต้องนำเสนอต่อนักลงทุน

  • Traction and Product Market fit คือ ความสามารถในการดึงลูกค้ามาใช้สินค้าของเรา และการพัฒนา Product ให้ตอบโจทย์ตลาด สองอย่างนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนเลือกที่จะลงทุนกับเรา
  • Retention คือจำนวนคนกลับมาใช้ซ้ำ ซึ่งจัดว่าเป็นตัวชี้วัดการเติบโตของธุรกิจที่ดีที่สุด

วิธีการและทฤษฎีในการกระตุ้น Traction

เริ่มจาก Customer Development หรือกระบวนการพัฒนาลูกค้าที่ Startup หลายรายอาจมองข้ามไป ซึ่งในความเป็นจริงนั้น เริ่มไปพร้อมๆ กับ Product Development หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อทำให้ Product ของเราตอบโจทย์ตลาดอย่างแท้จริง เพราะสตาร์ทอัพส่วนใหญ่ที่ล้มเหลว (Fail) ก็เพราะอาจไปโฟกัสที่ผลิตภัณฑ์มากกว่าลูกค้า เพราะหัวใจของ Customer Development ก็คือ การเรียนรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้า เข้าใจว่า Pain Point ของลูกค้าที่แท้จริงคืออะไรแล้วลูกค้าจะยอมจ่ายเงินให้เราเพราะอะไร ต้องรู้จักฟังให้มากกว่าการพยายามขายเพียงอย่างเดียว

ทั้งหมดนี้ถือเป็นเนื้อหาเรียกน้ำย่อยจากคุณแซม และในครั้งหน้าจะมาเจาะลึกกันต่อเกี่ยวกับเทคนิคการทำ Lean Startup อย่าลืมติดตามกัน

dva-startup-101-sam1

คุณสุรวัฒน์ พรหมโยธิน (คุณแซม) ผู้คร่ำหวอดในวงการเทคโนโลยี และ Startup มากว่า 20 ปี เริ่มตั้งแต่ตอนที่เรียนจบจาก University of California, Berkeley ประเทศสหรัฐอเมริกา และทำงานต่อที่ Silicon Valley นาน 10 ปี  และด้วยวิสัยทัศน์ด้านการตลาด คุณแซมได้ก้าวเข้าสู่วงการ Software Startup ด้วยการทำ Groupon ซึ่งเป็นบริษัทต้นกำเนิดเว็บไซต์ขายดีลร้านค้าต่างๆ

ปัจจุบันคุณแซม คือ CEO ของ STYLHUNT แอพฯ ค้นหาร้านค้าออนไลน์ของคนไทยที่ได้รับการลงทุนมากกว่า 500,000 เหรียญฯ ในระดับ Pre-Series A

Digital Ventures