Back to Blogs

ภาพใหญ่ของ FinTech

พฤศจิกายน 8, 2016 3:13 AM
views
boom-or-bust-ahead-for-fintech-companies

ผมได้รับคำเชิญจากทาง Digital Ventures มาเขียนบทความประจำ โดยจะเน้นเรื่อง FinTech เป็นหลัก ในโอกาสที่เป็นคอลัมน์ตอนแรก ก็อยากจะเขียนถึง “ภาพรวม” ของกระแส FinTech โลก เพื่อมองความเคลื่อนไหวในภาพใหญ่ ก่อนที่จะลงรายละเอียดใน FinTech แต่ละแง่มุมต่อไปครับ

 

เท่าที่ติดตามความเคลื่อนไหวของ FinTech ในระดับโลกมา ผมคิดว่าภาพใหญ่มากๆ (very big picture) ของวงการ FinTech รอบนี้ เราสามารถแยกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ

 

อย่างแรกคือ บริการทางการเงินถูกทำให้เป็นดิจิทัลมากขึ้น (Digitalization)

 

(Pic Cr. : growthcap.co)

 

จริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ใช่ของใหม่ เพราะโลกการเงินนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ก่อนอุตสาหกรรมอื่นๆ มาโดยตลอด ก่อนหน้านี้เราก็เห็นการย้ายจาก “เงินสด” มาสู่ “เงินอิเล็กทรอนิกส์” ผ่านการใช้บัตรเครดิต บัตรเดบิต กันมาเยอะแล้ว

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านจากโลกเงินสดมาสู่เงินดิจิทัล ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ด้วยเหตุผลหลายๆ ประการ เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านเครื่องอ่านบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) ยังไม่ครอบคลุมพอ หรือจะเป็นด้วยเหตุผลด้านวัฒนธรรมการจ่ายเงิน การโอนเงิน ในแต่ละประเทศที่แตกต่างกันออกไป (เช่น คนไทยจะมีความกลัวโดนแฮกบัตรเครดิตอยู่ลึกๆ) ส่งผลให้หลายประเทศยังไม่สามารถก้าวข้ามไปสู่ยุคของเงินดิจิทัลได้มากนัก

 

พอมาถึงยุคของสมาร์ทโฟน เทคโนโลยีใหม่หลายอย่างสามารถแก้ปัญหาการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเงินดิจิทัลได้ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือปัญหาเครื่องอ่านบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องลงทุนติดตั้งเครื่องจำนวนมาก ก็อาจแก้ไขได้ด้วยการใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตติดเครื่องอ่านราคาถูกกว่าแทน (โมเดลที่ Square ทำอยู่) หรือไม่อย่างนั้นก็เปลี่ยนสมาร์ทโฟนของลูกค้าเป็นตัวอนุมัติการจ่ายเงินแทน (เช่น แอพแบบ PayPal, Alipay หรือแอพของร้านค้าเองอย่าง Starbucks)

 

นอกเหนือจากการจ่ายเงินให้ร้านค้าแล้ว การโอนเงินระหว่างบุคคลก็ยังทำได้ง่ายขึ้นมากในยุคสมาร์ทโฟน การโอนเงินให้กันเองถือว่าบูมมากในทวีปแอฟริกา ที่โครงสร้างพื้นฐานของธนาคารยังจำกัดมาก บริการโอนเงินผ่าน SMS อย่าง M-Pesa จึงได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศเคนยา พอมาถึงยุคของสมาร์ทโฟนและแอพ ในโลกตะวันตกเราก็มีแอพโอนเงินอย่าง Venmo หรือในประเทศไทยเองก็พยายามทำระบบ Promptpay ด้วยฐานคิดลักษณะเดียวกัน นี่ยังไม่รวมถึงบริการ FinTech บนอุปกรณ์พกพาจากสตาร์ตอัพหน้าใหม่ๆ อีกมาก

 

ภาพรวมของ FinTech ในกลุ่มนี้จึงเป็นเรื่องของลูกค้า (consumer) ที่สามารถเข้าถึงบริการต่างๆ จากสถาบันการเงินในรูปแบบดิจิทัลได้มากขึ้น ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น มีความใกล้ชิดกับผู้บริโภค (personalized) มากกว่าเดิมนั่นเอง

 

อย่างที่สองคือ การตัดตัวกลาง (cutting out the middleman)

การประมวลผลข้อมูลในโลกการเงินปัจจุบัน ต้องมีองค์กรที่เป็น “ตัวกลาง” ระหว่างขั้นตอนต่างๆ อยู่หลายชั้น ส่งผลให้กระบวนการประมวลผลข้อมูลมีความล่าช้า และมีต้นทุนสูง

 

ตัวอย่างง่ายๆ คือการขึ้นเช็คระหว่างธนาคาร ที่เราต้องไปรับเช็คที่ออกโดยธนาคารหนึ่ง นำไปขึ้นเป็นเงินกับอีกธนาคารหนึ่ง ซึ่งต้องมีกระบวนการ “เคลียร์ริ่ง” ตรวจสอบกับธนาคารต้นทางว่าเป็นเช็คที่ถูกต้องจริงหรือไม่ ลำบากทั้งธนาคารและผู้จ่าย-รับเช็คทั้งสองฝั่ง ไม่สะดวกทั้งเวลาและเสียค่าใช้จ่ายอย่างไม่สมควรจะเกิดขึ้นนัก

fi-2-ripple-blockchain_dv_r2

เทคโนโลยีการประมวลผลแบบใหม่ๆ อย่าง Blockchain หรือ Distributed Ledger จึงเข้ามาแก้ปัญหาตรงนี้ เมื่อทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลต้นทางที่น่าเชื่อถือ และยืนยันได้ว่าเป็นข้อมูลจริง โดยไม่ต้องมีองค์กรกลางมาทำหน้าที่เป็นนายทะเบียน (ledger) ต้นทุนทั้งเรื่องเวลาและค่าใช้จ่ายจึงถูกลง

 

เราจึงเห็นความตื่นตัวอย่างกว้างขวางต่อเทคโนโลยี Blockchain โดยนำไปใช้งานกับแต่ละภาคส่วนของอุตสาหกรรมการเงิน เช่น ประกันภัย การลงทุน การโอนเงินระหว่างประเทศ ฯลฯ และน่าจะเริ่มมีผลงานจริงที่จับต้องได้ให้เห็นในเร็วๆ นี้

 

ในภาพรวมแล้ว กระแสของ FinTech กลุ่มนี้มักเป็นเรื่องระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันการเงินด้วยกันเอง ผู้บริโภคอาจไม่ได้เข้ามาสัมผัสกับ Blockchain หรือ Distributed Ledger โดยตรงมากนัก แต่ก็จะได้รับผลดีทางอ้อม ในแง่ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาที่ลดลงเช่นกัน

 

ผมคิดว่าในภาพใหญ่ของ FinTech คงหนีไม่พ้น 2 เรื่องนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งในฝั่งของผู้บริโภคกับสถาบันการเงิน และระหว่างสถาบันการเงินด้วยกันเอง จะส่งผลให้สถาบันการเงินได้รับความกดดันให้ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วมาก (ผู้บริโภคก็เรียกร้อง คู่ค้าก็เรียกร้อง) และสถาบันการเงินใดที่พลาดพลั้ง ขยับตัวไม่ทันการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ก็อาจจะหาที่ยืนได้ยากยิ่งในโลกการเงินยุคถัดไป

 

Featured Image Credit to businessinsider.com

Digital Ventures x Mark Blognone

มาร์ค Blognone นักเขียนสายเทคโนโลยีสายเข้มข้น และ ICT policy researcher ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ Blognone, SIU, 2baht.com และ brandinside.asia