Back to Blogs

หลัก 6 ข้อที่ Startup ต้องรู้ก่อนทำสัญญาทางกฎหมาย

เมษายน 14, 2017 5:28 AM
views
dva-6-laws-01

ในการทำธุรกิจใดๆ ก็ตาม สิ่งที่มีผลทางกฎหมายอย่าง “สัญญา” ถือว่ามีส่วนกำหนดความได้เปรียบ-เสียเปรียบในการทำธุรกิจได้ ดังนั้น หากเรารู้เท่าทันกฎหมาย การทำธุรกิจเราก็มีชัยไปกว่าครึ่ง

เหตุผลที่ต้องรอบคอบทุกครั้งก่อนร่างสัญญา

สัญญา คือ นิติกรรมอย่างหนึ่งในสิ่งที่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย บางกรณีหากมีพิพาทขัดแย้งระหว่างคู่สัญญาเกิดขึ้น ศาลจะไม่ดูหลักฐานอื่นใดเลยนอกจากสัญญาเท่านั้น ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการ หรือ Startup ควรที่จะร่างสัญญาให้ละเอียดรัดกุม และทิ้งช่องว่างทางกฎหมายให้น้อยที่สุด จนมีคำกล่าวในกลุ่มนักกฎหมายว่า “ให้มองโลกในแง่ร้ายเสมอ” นั่นก็เพื่อให้ทำสัญญาทางกฎหมายอย่างรอบคอบ ระมัดระวัง และไม่ประมาท นั่นเอง

วันนี้เรามีสรุปหลักควรรู้  6 ข้อ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายจาก Baker & McKenzie ที่ให้เกียรติมาให้ความรู้ทีม DVAb0 เพื่อให้เข้าใจเรื่องการทำสัญญามากขึ้น

  1. ห้ามละเลยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ

หัวใจสำคัญในการร่างสัญญา คือ รายละเอียดเล็กน้อยต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้ามเลย รายละเอียดอย่าง ช่วงเวลา ระยะเวลา ตัวบุคคล สถานที่ ควรที่จะระบุลงในสัญญาอยู่เสมอ การทำธุรกิจบางอย่าง เช่น ธุรกิจด้าน FinTech จะมีกฎหมายเฉพาะตัว เพราะฉะนั้น Startup ควรที่จะศึกษาให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อน

นอกจากนี้ สถานะทางกฎหมายของคู่สัญญา ก็เป็นสิ่งที่เราจะตรวจสอบก่อนทำสัญญาด้วย (เช่น สถานะล้มละลาย) เพราะอาจส่งผลกับธุรกิจทีหลังได้

  1. วัตถุประสงค์ของสัญญาต้องชัดเจน

หลักการระบุวัตถุประสงค์ในสัญญานั้นต้องไม่เป็นสิ่งที่ขัดต่อหลักของกฎหมาย หรือต่อหลักความสงบเรียบร้อยและศีลธรรม อีกข้อที่ต้องระวังก็คือ สิ่งที่ระบุนั้นต้องไม่เกินความเป็นจริงด้วย

  1. ทำสัญญากันไว้ดีกว่าแก้ อย่าคิดแค่ว่าไม่เป็นไร

การทำสัญญาสำหรับบางคน อาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ แต่เพื่อความไม่ประมาทและความเข้าใจตรงกันของทั้ง 2 ฝ่าย เราจึงควรทำสัญญาไว้ให้เป็นลายลักษณ์อักษร โดยรูปแบบของสัญญาก็จะแตกต่างกันออกไป เช่น กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ สัญญาเช่า สัญญาเช่าระยะยาว (มากกว่า 3 ปี) การโอนหุ้น สัญญาจ้าง และอื่นๆ

  1. เวลามีปัญหา สัญญาจะช่วยบอกว่า เราสามารถเรียกร้องอะไรจากคู่กรณีได้บ้าง

เมื่อมีข้อพิพาทหรือความเสียหายเกิดขึ้น สิ่งที่ตามมา คือ การเรียกร้องหาการชดเชยทางกฎหมาย ซึ่งโดยปกติ ศาลจะพิจารณาว่าให้ชดเชยทางกฎหมายได้ก็ต่อเมื่อ มีการผิดสัญญา หรือมีการละเมิดเกิดขึ้นนั่นเอง โดยการเรียกร้องทางกฎหมายมีหลายรูปแบบ เช่น ชดเชยค่าเสียหาย การถอดถอน (สิ่งก่อสร้าง) หรือ การยกเลิก (สัญญา)

  1. ร่างสัญญาตามฟอร์มให้ถูกต้องตามแต่ละประเภท

สัญญาทางธุรกิจมีแบบฟอร์มกำหนดอยู่หลักๆ ประกอบด้วย

ส่วนนำ ได้แก่ วันและเวลาของการร่างสัญญา สถานที่ ชื่อเรื่อง และผู้ร่วมสัญญา

และส่วนเนื้อหา ซึ่งมีรูปแบบเฉพาะในแต่ละประเภทของสัญญา โดยเนื้อหาที่พบบ่อยๆ ได้แก่ ผลตอบแทน คำยืนยันข้อเท็จจริง ระยะเวลาที่ครอบคลุมในสัญญา สิทธิ์ที่สามารถยกเลิกสัญญาได้ เป็นต้น

  1. จะใช้ภาษาใดในการร่างสัญญา ควรดูตามความเหมาะสม

เรื่องของภาษาในสัญญาก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงด้วย โดยส่วนใหญ่มักอิงจากพื้นที่หรือประโยชน์ของสัญญานั้นๆ นอกจากนี้หากมีการขึ้นศาลที่ประเทศไหน สัญญาก็จะต้องได้รับการแปลไปตามภาษาของประเทศนั้นๆ ด้วย

สำหรับ Startup หรือผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจ จึงไม่ควรมองข้ามหลักควรรู้ในการทำสัญญา และควรศึกษาให้ละเอียดก่อนที่จะเริ่มทำสัญญา หรืออีกทางเลือกหนึ่ง คือ การหาที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายด้วย สำหรับ Startup ที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจ สามารถเข้าไปทำความเข้าใจพื้นฐานด้านกฎหมายได้เพิ่มเติมใน “กฎหมายกับ Startup เรื่องที่ต้องรู้ก่อนทำธุรกิจ” จาก Digital Ventures Blog

Digital Ventures