Back to Blogs

ศิลปะการสื่อสาร ที่คนทำธุรกิจและ Startup ไม่ควรมองข้าม

มกราคม 11, 2017 6:38 AM
views
dva-feedback-01

สิ่งหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นหัวใจของสตาร์ทอัพคือ “การทำงานเป็นทีม” ยิ่งจำนวนคนเพิ่มขึ้น การสื่อสารกันระหว่างคนในทีมก็ยิ่งสำคัญ เพราะนอกจากจะเป็นปัจจัยที่จะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพแล้ว ก็ยังมีส่วนทำให้บริษัทเติบโตได้ เพราะความเข้าใจของคนในทีมนี่แหละจะสามารถช่วยกันผลักดันให้บรรลุเป้าหมายรวดเร็วขึ้น ไม่ใช่แค่เทคนิคการทำงานเท่านั้นที่ทำให้ Startup ประสบความสำเร็จ อย่างที่คุณชาล เจริญพันธ์ (Head of Accelerator, Digital Ventures) ของเราเคยบอกไว้ว่า ทักษะเรื่องคนนั้นเป็นสิ่งที่ Startup ไม่ควรมองข้าม แล้วการสื่อสารกับคนที่ว่านี้ ก็รวมถึงการให้ Feedback คนในทีมด้วย

ในครั้งนี้ คุณกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร หัวหน้าทีม ExpressSo ของ PTT Group หรือ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ได้มาแบ่งปันความรู้เรื่องของศิลปะการให้และการรับ Feedback อย่างเหมาะสมและถูกวิธี มาดูกันว่า “ทำอย่างไรการสื่อสารกันในทีมจึงจะเป็นไปได้ดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุด” ซึ่งเป็นทักษะหนึ่งที่เหล่า Startup ไม่ควรมองข้าม

การให้ Feedback หรือ การติชม รวมถึงการแสดงความคิดเห็นต่อการทำงานของทีม เป็นสิ่งที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานโดยตรง เพราะการทำงานเป็นทีมจะต้องมีการรวบรวมและพัฒนาจากความคิดเห็นที่หลากหลาย การให้ Feedback จึงควรทำอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้การทำงานมีคุณภาพมากขึ้น โดยมีวิธีการหลักๆ คือ

  • สร้างความเชื่อใจกันในทีม

มีคำกล่าวว่า “Trust is a requisite for giving feedback” การสร้างความเชื่อใจเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากเพื่อทำให้การให้ Feedback มีประสิทธิภาพไปด้วย เพราะเมื่อเชื่อใจกันแล้วจะสามารถแสดงความคิดเห็นต่อกันได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ ดังนั้น การสร้างความเชื่อใจจึงเป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงเป็นอย่างแรกๆ เนื่องจากจะทำให้การคุยกันในโอกาสต่อๆ ไปทำได้ง่าย ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีของ “การทำงานเป็นทีม”

dva-ptt-feedback-trust

  • อย่าลืมพูดถึงจุดดีของเขา

ส่วนใหญ่การ Feedback จะเป็นการให้คำแนะนำเพื่อการปรับปรุง แต่การ Feedback ทีมที่ดีควรเน้นที่จุดดีด้วยเช่นกัน ไม่ใช่แค่เพียงการพูดถึงปัญหาและการแก้ไขปัญหาเท่านั้น

  • พูดแต่ความจริง ไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว

เมื่อต้องให้ Feedback ลูกทีมของคุณ การให้คำแนะนำที่ดีที่สุดก็คือ การพูดถึงความจริงโดยที่ไม่ไปก้าวก่ายในเรื่องที่เรามองไม่เห็นหรือจับต้องไม่ได้ เช่น นิสัยส่วนตัว หรือ ทัศนคติที่เขามีต่อสิ่งต่างๆ

  • อย่าลืมให้คำแนะนำทุกครั้ง

นอกจากการติชมจากสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ก็ควรแนะนำวิธีปรับปรุงแก้ไขไปด้วยทุกครั้งในลักษณะที่เหมือนพี่เตือนน้อง เพื่อนเตือนเพื่อน เพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อไปได้

เปลี่ยนวิธีพูดได้ง่ายๆ ในสถานการณ์ที่คิดไม่ถึง

ลองดูสถานการณ์ เช่น เมื่อลูกทีมของคุณมาสาย คุณจะพูดอย่างไรกับเขา
คุณอาจพูดกึ่งทีเล่นทีจริงว่า “คุณมาสายนี่เมื่อคืนไปเที่ยวดึกสินะ” ซึ่งหลายๆ คนอาจจะพูดโดยไม่ได้คิดอะไร แต่ความจริงแล้ว มันคล้ายกับการก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว ให้ความรู้สึกเหมือนจ้องจับผิด ซึ่งอาจจะทำลายความเชื่อใจกันระหว่างคนในทีมได้

แทนที่จะพูดแบบนั้นให้ลองเปลี่ยนเป็น “ผมไม่ค่อยสบายใจที่คุณมาสาย / ทีมจะลำบากนะ ถ้าคุณมาสาย คราวหน้าช่วยมาให้ตรงเวลากว่านี้นะครับ” เพื่อชี้ให้ลูกทีมของคุณเห็นว่าสิ่งที่เขาทำมีผลอย่างไร และเขาจะไม่สามารถโกรธคุณได้ เนื่องจากเป็นความจริงที่เขาเองต้องยอมรับและปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น  

การรับ Feedback ต้องทำอย่างไร

เมื่อผู้รับได้รับคำแนะนำมาแล้ว ก็ควรตอบกลับด้วยวิธีที่ถูกต้องด้วย ด้วยการ…

  • ฟังอย่างตั้งใจ ไม่พูดขัดขึ้นมาในขณะกำลังได้รับคำแนะนำ หรือจดบันทึกคำแนะนำนั้นไปด้วยก็ได้
  • ทวนซ้ำในสิ่งที่ได้รับคำแนะนำมาเพื่อให้แน่ใจว่าเราเข้าใจสิ่งที่ผู้พูดสื่อสารได้อย่างถูกต้อง หากไม่เข้าใจ ให้ถามให้ชัดเจน
  • สุดท้ายแล้ว การเอาแต่แก้ตัวหลังจากได้รับคำแนะนำมา อาจไม่ทำให้เกิดผลอะไร ควรหมั่นถามตัวเองเสมอว่า ทำอย่างไรฉันถึงจะดีขึ้นได้

ทักษะการพูดจาและสื่อสารกับคนในทีม เป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อการทำงานอย่างเห็นได้ชัด การพูดในเรื่องเดียวกันด้วยวิธีที่ต่างออกไป อาจทำให้เราได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างคาดไม่ถึง  และการนำคำแนะนำมาปรับปรุงแก้ไข ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำงานแบบ “Teamwork” เช่นกัน ทีม Startup หรือใครที่ลองเอาเทคนิคนี้ไปใช้แล้วเป็นอย่างไรบ้าง ก็อย่าลืมมาแชร์กันนะครับ

Digital Ventures