Back to Blogs

AARRR เทคนิคที่ช่วยแก้ปัญหา Startup และปัญหาหัวใจ!

มกราคม 7, 2017 2:29 AM
views
dva-aarrr-01

ใครที่เคยตั้งเป้าหมายชีวิต แล้วพบว่าผ่านไปหลายเดือนหลายปี ก็ยังไม่เห็นจะมีทีท่าที่จะสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้สักที (บางคนทำดีเท่าไรก็ไม่ชนะใจเธอ) วันนี้ เราจะมาไขคำตอบกันว่าปัญหามันอยู่ที่ไหนกันแน่ ด้วยเทคนิคที่ชื่อ AARRR หรือเรียกว่า Pirate Metrics ซึ่งเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยเหล่า Startup ให้มองเห็นปัญหาและนำพาไปสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดมากขึ้น โดยคุณแซม สุรวัฒน์ พรหมโยธิน CEO จาก STYLHUNT และ Executive Director ของ Bangkok Venture Club ได้ให้เกียรติมาเป็นผู้แบ่งปันความรู้ให้พวกเราเช่นเคย

AARRR กับการจีบสาว

คุณแซมได้หยิบยกเอาตัวอย่างของ Dave McClure ผู้ก่อตั้งและดูแลโครงการ Accelerator ที่ชื่อ 500 Startups เกี่ยวกับการทำ AARRR Metric โดยให้ลองจินตนาการว่ามีชายหนุ่มโสด 3 คนที่กำลังหาแฟนอยู่ แต่ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาไม่มีใครหาแฟนได้เลยสักคน แม้ว่าจะมีเพื่อนให้คำแนะนำมากมายหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การลองส่งดอกไม้, เปลี่ยนวิธีการแต่งตัวให้ดูดีขึ้น หรือบางคนก็บอกให้เข้าร่วมทีมฟุตบอล เพื่อครอบครองใจสาวๆ ผลปรากฏว่า ไม่ว่าทุกคนจะลองทำวิธีไหนก็ยังหาแฟนไม่ได้สักที

อยู่มาวันหนึ่ง ก็มีคนได้ให้คำแนะนำกับทั้งสามคนว่า ให้ลองนึกถึง “รูปทรงกรวยที่มีส่วนแหลมอยู่ด้านล่าง” โดยที่ทรงกรวยนี้ เปรียบเป็น วิธีการที่ใช้ ส่วนสิ่งที่ออกมาจากกรวย คือ ผลลัพธ์ที่ได้aarrr-conversion-rate

  • เช่น ถ้าคุณอยากรู้ว่าคุณมีโอกาสที่ได้รู้จักกับผู้หญิงบ่อยแค่ไหนจากการไป Hangout กับเพื่อนๆ ให้ลองคิดจากการไปกับเพื่อน 10 ครั้ง (วิธีการต้นทาง) ได้เจอผู้หญิง 2 คน (ผลลัพธ์ที่ได้) นั่นแปลว่า คุณมีโอกาสที่จะได้เจอผู้หญิงเท่ากับ 20%
  • หรือ หากอยากรู้โอกาสที่จะได้เดทกับผู้หญิงคนนั้นซ้ำอีกครั้ง ให้นำจำนวนที่ออกเดททั้งหมด 20 ครั้ง (วิธีการต้นทาง) เทียบกับจำนวนครั้งที่ได้เดทกับผู้หญิงคนเดิมซ้ำ 3 ครั้ง (ผลลัพธ์ที่ได้) จะทำให้รู้ว่าโอกาสที่คุณจะได้เดทกับผู้หญิงคนเดิมอีก คือ 15% นั่นเอง

จากตัวอย่างข้างต้นเป็นไอเดียหนึ่งที่ทำให้เราสามารถวัดผลความสำเร็จในแต่ละขั้นและทำให้เราเห็นภาพความสำเร็จได้ชัดขึ้น โดยในชั้นที่เป็นปลายแหลมของกรวยนั้น เปรียบได้กับเป้าหมายที่เราต้องการจะไปถึง  คุณสามารถเขียนเปอร์เซ็นต์ของโอกาสในการเกิดผลลัพธ์ไว้ในแต่ละชั้นของกรวย และวิเคราะห์ว่าควรแก้ไขอย่างไรบ้าง เช่น หากเห็นว่าสุดท้ายแล้ว ด้วยวิธีการต่างๆ ที่เราใช้ จะทำให้เปอร์เซ็นต์ในการได้ผู้หญิงเป็นแฟนมีค่าน้อยมากๆ เช่น 1% เราก็จะได้รีบปรับปรุงวิธีการเพื่อให้ท้ายที่สุด เราสามารถได้ผลลัพธ์ที่เราอยากได้มากยิ่งขึ้น

2 เหตุผลที่ควรนำทฤษฎีนี้ไปใช้ ?

  1. เราจะสามารถแยกปัญหาที่เกิดขึ้นได้เป็นข้อๆ ทำให้มองเห็นปัญหาได้ชัดเจนมากขึ้น
  2. เมื่อมันวัดผลได้ เราจะสามารถวิเคราะห์ เปรียบเทียบ ตั้งสมมติฐาน ทดลอง และแก้ไขปัญหาได้ดีขึ้น

ตัวอย่างการนำ AARRR ไปใช้กับธุรกิจ Startup

เช่น การปรับปรุงยอดขายในแต่ละเดือน เมื่อนึกถึงรูปกรวยรูปเดิม แต่ละชั้นจะมีความหมายที่ต่างกัน ดังนี้

aarrr-funnel

  • Acquisition คือ การหาลูกค้า ผ่านการทำการตลาดต่างๆ เช่น การทำ SEO, SEM, Social Media, Blogs, Email หรืออื่นๆ โดยในชั้นนี้เราวัดผลได้จากอัตราส่วนของคนที่เห็นเว็บไซต์ของเราและเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา
  • Activation คือ การกระทำใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นหลังจากที่ลูกค้าเข้าชมเว็บไซต์ เช่น การกดไลค์ การสมัครสมาชิก การซื้อสินค้า หรืออื่นๆ ซึ่งก็สามารถวัดผลได้อีกเช่นกัน
  • Retention เช่น เมื่อลูกค้ากลับเข้ามาในเว็บไซต์ของเราซ้ำ ในขั้นนี้ หากจำนวนผู้ที่กลับเข้ามาในเว็บไซต์ต่ำลง ก็สามารถวิเคราะห์ได้ว่าเว็บไซต์หรือเนื้อหาต่างๆ ในนั้นอาจมีปัญหา
  • Referral คือ การที่ผู้บริโภคช่วยบอกต่อถึงบริการของเราให้กับเพื่อนและคนรู้จักของเขา ในกรณีนี้เราอาจจะดูว่าลูกค้าคนไหนบอกต่อเพื่อนบ้าง และเพื่อนเหล่านั้นเข้ามาชมเว็บไซต์จริงกี่คน
  • Revenue คือ การวัดผลจากยอดขายนั่นเอง

ด้วยเทคนิค AARRR นี้ จะทำให้เราเห็นถึงปัญหาได้ชัดเจนมากขึ้น และสามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดได้ และทำให้เราประสบความสำเร็จกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้รวดเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางธุรกิจหรือหัวใจก็ตาม J

หากใครต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AARRR สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่:

http://www.slideshare.net/dmc500hats/startup-metrics-for-pirates-long-version/5-Customer_Lifecycle_Conversion_Behavior_Websitecom

Digital Ventures