Back to Blogs

จะรวย จะจน หุ่นยนต์อาจเป็นคนตัดสิน

พฤษภาคม 3, 2017 4:25 PM
views
human-vs-robot-01

ถ้าหากในอนาคตอันใกล้ ตัวเลือกของคุณมีอยู่ 2 อย่าง ระหว่าง หุ่นยนต์ กับ มนุษย์ ภายใต้สถานการณ์ต่างๆ คุณจะเลือกอะไร

คุณจะเลือกให้หุ่นยนต์หรือมนุษย์มาทำความสะอาดบ้านให้?

หุ่นยนต์หรือมนุษย์จะเป็นพี่เลี้ยงเด็กที่ดีกว่ากัน?

คุณจะไว้วางใจให้หมอที่เป็นมนุษย์ หรือหมอที่เป็นหุ่นยนต์ มาผ่าตัดให้คุณ?

แล้วคู่ครองที่คุณจะใช้ชีวิตด้วยล่ะ? ควรจะเป็นหุ่นยนต์หรือมนุษย์?

แน่นอนว่าระยะเวลาที่เหลือนับตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่เราจะต้องเลือก มันอยู่ห่างออกไปไม่นานนักหรอกค่ะ

และในเมื่อบทความนี้จะไปปรากฏอยู่บนหน้าเว็บไซต์ของ Digital Ventures ซู่ชิงก็เลยคิดว่าน่าจะเหมาะสมที่สุดที่จะถามคำถามว่า

แล้วหน้าที่การเป็นที่ปรึกษาทางด้านการเงินล่ะคะ คุณไว้ใจใครมากกว่ากันระหว่างคนหรือหุ่นยนต์?

วงการการเงินและการลงทุนก็เป็นอีกหนึ่งวงการที่พัฒนาหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ให้เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ อย่างจริงจัง บริษัทการเงินหลายแห่งกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการใช้หุ่นยนต์เป็นผู้แนะนำด้านการลงทุนให้กับลูกค้าของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการลดต้นทุน ลดค่าบริการที่ลูกค้าต้องจ่าย และพัฒนาปรับปรุงการให้บริการลูกค้าให้ดีขึ้นด้วย

เรื่องนี้ทำให้ซู่ชิงย้อนนึกถึงฉากหนึ่งของซีรีส์เรื่อง Humans ที่พูดถึงอนาคตซึ่งมนุษย์และหุ่นยนต์จะอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างแทบไม่มีความแปลกแยกหากมองด้วยตาเปล่า ตัวละครที่เป็นสามีภรรยาคู่หนึ่งซึ่งกำลังมาถึงทางตันของความสัมพันธ์พากันไปหาที่ปรึกษาด้านชีวิตสมรส บังเอิญวันนั้นจิตแพทย์ที่เป็นมนุษย์มีธุระด่วนและไม่ได้ประจำอยู่ออฟฟิศ เลขาก็เลยต้องเดินเข้ามาถามทั้งคู่ว่าจะว่าอะไรไหมที่จะเปลี่ยนไปให้คุยกับจิตแพทย์หุ่นยนต์แทน ซึ่งหุ่นยนต์นี้จะให้คำแนะนำปรึกษาโดยการประมวลผลมาจากฐานข้อมูลของคู่สมรสจำนวนมาก สามีภรรยาคู่นั้นแม้จะอิดออดเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็ยอมเข้าไปนั่งเล่าปัญหาชีวิตรักให้หุ่นยนต์ฟังอยู่ดี

หุ่นยนต์ให้คำปรึกษาด้านการเงินมีชื่อเรียกว่า robo-advisor ซึ่งสรุปง่ายๆ ก็คือเป็นอัลกอริธึมคอมพิวเตอร์ที่สามารถช่วยลงทุนแทนเราได้ ช่วยบริหารจัดการพอร์ตลงทุนของเราได้ดีกว่าที่เราจะทำด้วยตัวเอง ช่วยปูเส้นทางการลงทุนให้เราเห็นเป็นฉากๆ และเดินตามได้ง่าย ที่สำคัญคือประหยัดเงินกว่ามากเมื่อเทียบกับที่ปรึกษาที่เป็นมนุษย์ และมีเงินลงทุนขั้นต่ำที่น้อยกว่ากันมาก ขั้นตอนการเริ่มใช้งานก็ง่ายเพียงแค่ตอบคำถามพื้นฐานไม่กี่ข้อก็พอแล้ว

เช่นเดียวกับหุ่นยนต์ในวงการอื่นๆ หุ่นยนต์ให้คำปรึกษาด้านการเงินก็ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อกลบลบข้อผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ ที่ปรึกษาที่เป็นมนุษย์อาจจะมีความลำเอียงในบางสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจ มองเห็นแพทเทิร์นที่ไม่มีอยู่จริงในชุดข้อมูลที่อ่าน เชื่อว่าตัวเองมีทักษะสูงกว่าความเป็นจริงจนมองข้ามอะไรบางอย่าง หรือมีแรงจูงใจทางด้านค่าตอบแทนจนทำให้ไม่ได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้นักลงทุน เป็นต้น แต่ในขณะเดียวกันก็อาจมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่นสามารถช่วยบริการการลงทุนให้ได้บางประเภทเท่านั้น และไม่ได้เหมาะสำหรับการลงทุนทุกประเภท โดยเฉพาะรูปแบบการลงทุนที่สลับซับซ้อนมีหลายอย่างผสมปนเปเข้าด้วยกันซึ่งเป็นงานที่เหมาะสำหรับมนุษย์มากกว่า และแม้ว่าคนจำนวนไม่น้อยสบายใจที่จะฟังคำแนะนำด้านการเงินจากหุ่นยนต์เพราะรู้สึกว่าหุ่นยนต์จะให้คำแนะนำที่เป็นธรรมไม่เอียงไปทางด้านใดด้านหนึ่งแต่ก็ต้องไม่ลืมว่าเบื้องหลังหุ่นยนต์คือมนุษย์ที่พัฒนาโปรแกรมขึ้นมาก็อาจจะออกแบบอัลกอริธึมหรือพอร์ตเอาไว้ให้เป็นไปในทางใดทางหนึ่งไปแล้วก็ได้

กลับมาที่คำถามที่ว่าแล้วเราจะฟังคำแนะนำเรื่องการเงินและการลงทุนจากหุ่นยนต์แค่ไหน

robot

ผลวิจัยของบริษัท Accenture ที่ได้สอบถามและรวบรวมข้อมูลมาจากคน 32,715 คนในหลากหลายช่วงอายุและรายได้ ซึ่ง 3,007 คนในกลุ่มนั้นมาจากสหราชอาณาจักร ระบุชัดว่าคนส่วนใหญ่บอกว่าไม่มายด์หรอกค่ะที่จะฟังคำแนะนำด้านการเงินจากหุ่นยนต์ แต่ขอเป็นส่วนผสมของทั้งคนและหุ่นยนต์ได้หรือเปล่า ไม่เอาอย่างใดอย่างหนึ่งเพียวๆ

การเก็บข้อมูลครั้งนี้ทำให้เห็นว่านักลงทุนจำนวนมากเปิดรับต่อรูปแบบเทคโนโลยีใหม่ๆ และรู้สึกสบายๆ กับการที่จะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับหุ่นยนต์ในด้านบริการทางการเงิน แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่อยากให้เป็นการได้อย่างเสียอย่าง คือได้หุ่นยนต์แต่เสียคนไป เพราะแม้จะยอมรับฟังคำแนะนำจากหุ่นยนต์แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังต้องการบริการจากมนุษย์ในแบบที่สามารถเดินไปพูดคุยได้ที่เคาน์เตอร์ธนาคารสาขาใกล้บ้านอยู่ดี ถึงแม้ว่าจะเป็นลูกค้ากลุ่มเจเนเรชันใหม่ก็ตาม

อย่างไรก็ตามดูเหมือนกับว่าเทรนด์อาจจะไม่เป็นไปตามใจที่ลูกค้าต้องการสักเท่าไหร่ เพราะธนาคารหลายแห่งในประเทศพัฒนาแล้วต่างก็พิจารณาปิดสาขาในย่านที่ประชากรไม่หนาแน่นทิ้งไปเรื่อยๆ ไม่ต่างจากร้านขายปลีกเสื้อผ้าแฟชันต่างๆ ที่ทยอยปิดตัวลงในช่วงหลังๆ มานี้เพราะการมาถึงของช้อปป้ิงออนไลน์ และหันมาพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ให้ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าแทน

ธนาคารบางแห่งพัฒนาผู้ช่วยอัจฉริยะเสมือนจริงขึ้นมาในรูปแบบของแช็ตบ็อตเพื่อให้สามารถตอบคำถามลูกค้าและส่งต่อลูกค้าให้ไปจัดการธุรกรรมทางการเงินด้วยตัวเองได้หรือส่งไปหาส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องโดยตรง หุ่นยนต์เข้ามาทำหน้าที่แทนในทุกขั้นตอนที่นำไปสู่กระบวนการสุดท้ายที่เหลือไว้ให้มนุษย์เป็นคนเคาะตัดสินใจ ซึ่งก็แปลว่าในการทำธุรกรรมทางการเงินและการลงทุนแต่ละครั้งจะหลงเหลือมนุษย์ไว้ให้เรามีปฏิสัมพันธ์ด้วยน้อยลงเรื่อยๆ

เราคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าบริษัทการเงินต่างๆ จะยังคงเดินหน้าในการพัฒนาและใช้งานปัญญาประดิษฐ์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่สุดท้ายแล้วสิ่งสำคัญที่สุดก็คือความต้องการของนักลงทุน ซึ่งเห็นได้ชัดว่านักลงทุนยังต้องการ “ฮิวแมน ทัช”คือยังอยากสัมผัสได้ถึงความเป็นมนุษย์อยู่ ดังนั้นดิจิทัลแพลตฟอร์มด้านการเงินที่ต้องการประสบความสำเร็จก็จะต้องไม่ละเลยการให้บริการส่วนนี้ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำไมเราจึงต้องมาพูดกันตลอดเวลาว่าอย่ากลัวหุ่นยนต์แย่งงานมนุษย์เลย

เพราะงานบางอย่างไม่สามารถขาดความเป็นมนุษย์ไปได้ และไม่ว่าหุ่นยนต์จะเก่งกาจแค่ไหน ตราบใดที่ไม่ใช่มนุษย์มันก็แทนกันไม่ได้อยู่ดี

mm

Digital Ventures x Jitsupa Chin

พิธีกรสาวคนเก่งสายเทคโนโลยีแห่ง Voice TV ช่อง 21 ประจำอยู่ที่ รายการเทคโนโลยี Cool Tech, Tech Feed, The Breakdown with Adam Bradshaw, AIS Digiclub และ เขียนคอลัมน์ Cool Tech ในมติชนรายสัปดาห์