Back to Blogs

อธิบายความแตกต่าง Bitcoin, Blockchain, Ethereum, Ripple, Hyperledger

กุมภาพันธ์ 14, 2017 9:09 AM
views
k-mark-logo2

มาถึงวันนี้ ผมเชื่อว่าโลกของ FinTech น่าจะเริ่มคุ้นเคยกับชื่อ Bitcoin และ Blockchain กันมากขึ้นกว่าในอดีต คนที่พอเข้าใจแนวคิดของ Blockchain (อันแสนซับซ้อนและชวนให้งงงวย) ก็น่าจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเช่นกัน

แต่เอาเข้าจริงแล้ว ในโลกของสกุลเงินดิจิทัล หรือที่เรียกตามศัพท์ภาษาอังกฤษว่า cryptocurrency ยังมีความซับซ้อนที่รอให้ค้นหาอีกมาก เพราะหลังจาก Bitcoin บูมขึ้นมา คนจำนวนมากก็นำแนวคิดของ Bitcoin มาพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลในรูปแบบคล้ายๆ กัน แต่ปรับเปลี่ยนรายละเอียดทางเทคนิคให้แตกต่างออกไป สกุลเงินดิจิทัลเหล่านี้มีเป็นร้อยๆ และสตาร์ตอัพที่เข้ามาขุดทองในตลาดนี้ก็มีเยอะไม่แพ้กัน

แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานพอสมควร มาถึงปี 2017 เราก็เริ่มเห็นหน้าตาของ “ผู้ชนะ” ในโลกใหม่นี้กันแล้วครับ เพื่อให้การติดตามข้อมูลในโลกของ FinTech ง่ายขึ้น ไม่งงและสับสนเวลาเจอศัพท์แปลกๆ ผมขอใช้พื้นที่บทความนี้ คำอธิบายคำศัพท์หรือชื่อเฉพาะที่สำคัญ ว่าหมายถึงอะไรบ้าง

อย่างแรกสุดเลย ขออธิบายถึงแนวคิดที่สำคัญ 2 อย่างเพื่อให้คุณผู้อ่านแยกแยะระดับชั้นของเทคโนโลยีได้โดยง่าย เราจะพูดถึง ตัวสกุลเงินดิจิทัล (cryptocurrency) หมายถึงสกุลเงินเสมือน ที่ใช้แลกเปลี่ยนซื้อขายเหมือนกับเป็นเงินจริงๆ และอย่างที่สองคือ เทคโนโลยีการประมวลผลธุรกรรมแบบกระจายศูนย์ (distributed ledger) ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังสกุลเงินดิจิทัลอีกทีหนึ่ง

เมื่อเข้าใจแนวคิดนี้แล้วก็เริ่มเข้าเรื่องกันเลยครับ

Bitcoin/Blockchain

  • ชื่อเรียกสกุลเงิน: Bitcoin (ตัวย่อ BTC)
  • เทคโนโลยีเบื้องหลัง: Blockchain
  • องค์กรผู้รับผิดชอบ: Bitcoin Foundation
  • เว็บไซต์: https://bitcoin.org

Bitcoin เป็นชื่อเรียกสกุลเงินดิจิทัลสกุลแรกที่บูมขึ้นมา ส่วน Blockchain เป็นชื่อเรียกเทคโนโลยีที่ใช้ประมวลผล Bitcoin นั่นเอง ทั้งสองส่วนถูกคิดค้นโดยบุรุษปริศนา Satoshi Nakamoto ที่ทุกวันนี้เราก็ยังไม่รู้ว่าเขาคือใคร ตอนนี้ Nakamoto หายสาบสูญไปแล้ว งานพัฒนาซอฟต์แวร์ Bitcoin จึงไปอยู่กับองค์กรไม่หวังผลกำไร Bitcoin Foundation ที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องคนอื่นๆ ร่วมกันก่อตั้งขึ้นมา

k-champ-bitcoin

แน่นอนว่าเมื่อ Bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มาก่อนใคร ความนิยมใน Bitcoin จึงนำมาเป็นอันดับหนึ่ง ทุกวันนี้มีการประเมินกันว่ามูลค่าของ Bitcoin ทั้งหมดในตลาดอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5 แสนล้านบาท)

เรื่องของตัว Bitcoin และ Blockchain มีคนเขียนถึงไปเยอะแล้ว บทความนี้จึงขอไม่ลงรายละเอียดของ Bitcoin/Blockchain นะครับ

Ethereum

  • ชื่อเรียกสกุลเงิน: Ether (ตัวย่อ ETH)
  • เทคโนโลยีเบื้องหลัง: Ethereum
  • องค์กรผู้รับผิดชอบ: Ethereum Foundation
  • เว็บไซต์: https://www.ethereum.org

k-champ-ethereum

ความนิยมใน Bitcoin ส่งผลให้มีคนจำนวนมากสร้างสกุลเงินดิจิทัลลักษณะเดียวกันขึ้นมา และหนึ่งในนั้นคือ Ethereum ที่เริ่มพัฒนาโดย Vitalik Buterin เจ้าหนุ่มมหัศจรรย์ชาวรัสเซีย ที่ปัจจุบันมีอายุเพียง 23 ปีเท่านั้นเอง (เขาเริ่มสร้าง Ethereum ในปี 2013 ซึ่งตอนนั้นอายุยังไม่ถึง 20 ปีด้วยซ้ำ)

Vitalik เป็นหนึ่งในนักพัฒนา Bitcoin มาก่อน แต่ก็เห็นข้อบกพร่องและข้อจำกัดของ Bitcoin ทำให้เขาหันมาเริ่มสร้าง Ethereum ขึ้นมาใช้แทน ปัจจุบัน Ethereum เป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่ดูแลโดยหน่วยงานไม่หวังผลกำไร Ethereum Foundation ในสวิตเซอร์แลนด์

ความสามารถของ Ethereum ถือว่าทัดเทียมกับ Bitcoin ต้นฉบับ แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือฟีเจอร์ที่เรียกว่า Smart Contracts ที่อนุญาตให้เราสามารถเขียนโปรแกรมลงไปในข้อมูลของสกุลเงิน Ether ให้ทำงานอัตโนมัติเมื่อเจอเงื่อนไขที่กำหนด ความสามารถนี้ทำให้เราสามารถสร้างแอพพลิเคชันต่างๆ ขึ้นมาบนเครือข่าย Ethereum อีกชั้นหนึ่ง ช่วยให้พลิกแพลงรูปแบบการใช้งานได้มหาศาล ต่างจาก Bitcoin ที่เน้นการทำธุรกรรมเพียงอย่างเดียว (ไว้มีโอกาสแล้วผมจะเขียนถึงเรื่อง Smart Contracts โดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง)

k-champ-ethereum2

ตอนนี้ Ethereum ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา สถานะยังอยู่ในเวอร์ชันที่สองจากแผนการที่วางไว้ทั้งหมดสี่เวอร์ชันจึงจะสมบูรณ์ แต่ความนิยมของ Ethereum ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว ตอนนี้มีมูลค่าตลาดเป็นอันดับสองรองจาก Bitcoin ที่ขนาดประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์

Ripple

  • ชื่อเรียกสกุลเงิน: Ripple (XRP)
  • เทคโนโลยีเบื้องหลัง: Ripple Transaction Protocol (RTXP)
  • องค์กรผู้รับผิดชอบ: Ripple
  • เว็บไซต์: https://ripple.com

k-champ-ripple2

Ripple เป็นชื่อเรียกรวมๆ ของเทคโนโลยีสกุลเงินเสมือน-การประมวลผลแบบกระจายศูนย์อีกค่ายหนึ่ง เวลาพูดถึงชื่อ Ripple ก็จะชวนสับสนไม่น้อย เพราะชื่อบริษัท ชื่อเทคโนโลยี ชื่อสกุลเงิน ใช้คำว่า Ripple เหมือนกันหมด ดังนั้นต้องแยกแยะให้ดีว่าตอนพูดหมายถึงอะไรกันแน่

บริษัท Ripple ก่อตั้งในปี 2013 โดยนักพัฒนาอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องการสร้างระบบที่ดีกว่า Bitcoin (เดิมทีใช้ชื่อว่า OpenCoin) ตัวระบบของ Ripple จะแตกต่างจากระบบของ Bitcoin และ Ethereum ที่เป็นระบบเปิด เปิดกว้างให้ใครก็ได้ที่สนใจเข้ามาทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนสกุลเงินระหว่างกัน แต่ระบบของ Ripple เป็นระบบปิดที่ควบคุมโดย Ripple แต่เพียงผู้เดียว (ตัวซอฟต์แวร์เป็นโอเพนซอร์ส แต่ตัวเครือข่ายประมวลผลควบคุมโดย Ripple)

k-champ-ripple1

ข้อดีของระบบปิดคือตรวจสอบตัวตนของผู้เข้าร่วมได้ง่ายกว่า มีความปลอดภัยสูงกว่า ประมวลผลได้เร็วกว่า (เพราะเสียเวลาตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลน้อยกว่า) จุดเด่นของ Ripple จึงเหมาะสำหรับการใช้งานระหว่างองค์กรใหญ่ๆ เช่น สถาบันการเงินหรือธนาคาร

ปัจจุบัน ตลาดแลกเปลี่ยน Ripple มีมูลค่าประมาณ 200 ล้านดอลลาร์ ถือว่าใหญ่เป็นอันดับสามรองจาก Bitcoin และ Ethereum อยู่บ้าง

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา Ripple หันไปเจาะตลาดสถาบันการเงินขนาดใหญ่ ที่ตื่นตัวกับเทคโนโลยี distributed ledger และต้องการเทคโนโลยีแบบเดียวกับ Blockchain แต่เอาไว้ใช้งานกันเองในเครือข่ายปิดแทน ซึ่งถือว่าทำได้ค่อนข้างดี และมีธนาคารยักษ์ใหญ่ทั่วโลกเข้าร่วมกับ Ripple มากมาย ในประเทศไทยก็มีธนาคารไทยพาณิชย์ที่เข้าร่วมเมื่อปลายปีที่ผ่านมาและกำลังอยู่ในช่วงของการทดสอบเรื่องการโอนเงินระหว่างประเทศภายใต้ระบบนี้อยู่

(อ่านเรื่อง Ripple ต่อได้ที่นี่)

Hyperledger

  • ชื่อเรียกสกุลเงิน: ไม่มี
  • เทคโนโลยีเบื้องหลัง: มีหลายอย่าง แยกตามโครงการย่อยของแต่ละบริษัท
  • องค์กรผู้รับผิดชอบ: Linux Foundation
  • เว็บไซต์: https://www.hyperledger.org

นอกจาก 3 ค่ายข้างต้นที่มีระบบสกุลเงินของตัวเองแล้ว อีกชื่อที่เราได้ยินกันบ่อยในช่วงหลังคือ Hyperledger

k-champ-hyperledger

Hyperledger เป็นเทคโนโลยีการประมวลผลแบบกระจายศูนย์ (distributed ledger) ลักษณะเดียวกับ Blockchain แต่พัฒนาโดยบริษัทไอทียักษ์ใหญ่หลายราย

Hyperledger เกิดจากความต้องการของฝั่งโลกไอทีองค์กร เช่น IBM, Intel ที่เห็นประโยชน์ของการประมวลผลแบบ blockchain ที่ใช้ใน Bitcoin แต่ไม่ต้องการนำมาใช้ประมวลผลธุรกรรมการเงินแบบ Bitcoin จึงหันมาพัฒนาซอฟต์แวร์กันเอง แต่แยกกันทำก็ซ้ำซ้อนเปลืองทรัพยากร หลายบริษัทจึงนำซอฟต์แวร์มากองรวมกันไว้ที่โครงการ Hyperledger แทน แล้วให้องค์กรไม่หวังผลกำไร Linux Foundation เป็นคนกลางคอยดูแล

Hyperledger ต่างไปจากระบบทั้ง 3 ค่ายตรงที่ไม่มีสกุลเงินเป็นของตัวเอง เพราะ Hyperledger เป็นแค่ “ซอฟต์แวร์” ที่ทำงานประมวลผลเท่านั้น การใช้งานต้องขึ้นกับองค์กรแต่ละแห่งที่นำซอฟต์แวร์ Hyperledger ไปใช้งานต่ออีกทอดหนึ่ง เช่น ธนาคารบางแห่งอาจนำซอฟต์แวร์ Hyperledger ไปใช้ประมวลผลข้อมูลภายในบนเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง โดยที่ไม่ต้องยุ่งกับหน่วยงานภายนอกเลย เป็นต้น

k-champ-hyperledger2

บทความนี้น่าจะพอให้ภาพรวมของวงการ distributed ledger และ cryptocurrency กันบ้างแล้ว ผมจะมาอธิบายลงรายละเอียดในแต่ละค่ายเพิ่มเติมในโอกาสต่อๆ ไปครับ

Digital Ventures x Mark Blognone

มาร์ค Blognone นักเขียนสายเทคโนโลยีสายเข้มข้น และ ICT policy researcher ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ Blognone, SIU, 2baht.com และ brandinside.asia