Back to Blogs

Change the World กับเทคโนโลยีที่ Unlock ทุกโอกาส ที่งาน Faster Future Forum 2018

มีนาคม 22, 2018 8:28 AM
views
29243466_10160032793290462_1893857546_o
  • ทำความรู้จักกับ Blockchain เทคโนโลยีที่กำลังจะ Disrupt ทุกวงการ เข้าใจกระบวนการ ผลกระทบ และก้าวต่อไปของ Blockchain โดยคุณพลภัทร อัครปรีดี กรรมการผู้จัดการ หน่วยงาน Corporate Venture Capital, Digital Ventures
  • ในปี 2017 ถึงปัจจุบัน มีเงินลงทุนมากถึง 6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ใน Startup ที่พัฒนา Blockchain ทั่วโลก และยังประเมินว่าจะสูงขึ้นเป็น 3.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2030
  • Cryptocurrency ระบบการเงินที่เกิดจาก Blockchain ปัจจุบันมีมูลค่ารวมกันถึง 3.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ

95

เชื่อว่าผู้อ่าน Blog ของ Digital Ventures คุ้นเคยกับ Blockchain กันอยู่แล้วไม่มากก็น้อย แต่ในปี 2018 เทคโนโลยี Blockchain จะเริ่มเข้ามามีบทบาทใกล้ตัวเรามากกว่าที่ผ่านมา โดยเฉพาะภาคธุรกิจและภาครัฐที่ผลักดันเพื่อใช้อย่างเป็นรูปธรรม จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าเราจำเป็นต้องทำความรู้จักกับเทคโนโลยีนี้ให้ชัดเจนและเห็นก้าวต่อไปของมันมากขึ้น Digital Ventures จึงได้สรุป Keynote ในหัวข้อ Blockchain Changes the World โดย คุณพลภัทร อัครปรีดี Managing Director หน่วยงาน Corporate Venture Capital, Digital Ventures จากงานสัมมนา Faster Future Forum: Unlock Blockchain ที่ผ่านมา

เริ่มที่ Concept การทำงานของ Blockchain กันก่อน โดยคุณพอลเล่าว่า Blockchain เป็นกล่องบรรจุข้อมูลที่เรียงต่อกันเรื่อยๆ โดยเกิดจากการผสานเทคโนโลยีที่ซับซ้อนและมีศักยภาพสูงด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเข้ารหัสแบบ Crypotographic และสามารถผสานกับระบบ Distributed Network หรือเครือข่ายแบบกระจายศูนย์ ดังนั้นข้อมูลทั้งหมดจะถูกเข้ารหัสและถ่ายสำเนาให้กับผู้ใช้ในเครือข่ายทั้งหมดได้

Distributed Network ทำให้ผู้ใช้งานในเครือข่ายได้รับบัญชี Blockchain เท่าเทียมกัน โดยผู้ใช้งานจะตรวจสอบข้อมูลใน Concensus เพื่อยืนยันความถูกต้องร่วมกัน ช่วยป้องกันการแก้ไขและสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังที่ถูกต้องได้

สาเหตุที่เราไม่อาจมองข้าม Blockchain ได้ในเวลานี้ เป็นเพราะการให้ความสำคัญของภาคธุรกิจและภาครัฐหลายประเทศ สังเกตได้จากมูลค่าการลงทุนซึ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี 2017 ถึงปัจจุบัน มีเงินลงทุนมากถึง 6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ใน Startup ที่พัฒนา Blockchain ทั่วโลก ทั้งยังประเมินว่าในปี 2030 ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Blockchain จะมีมูลค่ารวมกันมากกว่า 3.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ เลยทีเดียว

_z021772

Smart Contract และ Digital Identity ผลผลิตศักยภาพสูงจากการพัฒนา Blockchain

ด้วยคุณสมบัติทั้งบรรจุข้อมูลด้วยการเข้ารหัส ป้องกันการแก้ไขดัดแปลง และตรวจสอบย้อนหลังได้แม่นยำ ทำให้ Blockchain ถูกนำมาประยุกต์ใช้บันทึกธุรกรรมที่ต้องอาศัยความน่าเชื่อถืออย่างสูง ได้แก่

  • Smart Contract คือการนำสัญญามาบันทึกไว้ใน Blockchain พร้อมคำสั่งตามเงื่อนไขอัตโนมัติ ซึ่งช่วยป้องกันการแก้ไขคำสั่งและเงื่อนไข เข้ารหัสเพื่อป้องกันการสอดส่องข้อมูล ทั้งยังมีบันทึกที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ด้วย
  • Digital Identity เป็นการนำข้อมูลอัตลักษณ์มาบันทึกไว้ใน Blockchain ปัจจุบันถูกนำมาใช้อย่างหลากหลายทั้งกับคนและสินค้า

คุณพอลได้ยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้ทั้ง 2 อย่างไว้ดังนี้

      • ด้านการเงิน เมื่อบันทึกธุรกรรมอย่างเป็นระบบ ช่วยพัฒนากระบวนการ KYC (Know Your Customer) จึงปรับปรุงบริการได้ตรงจุด อีกทั้งเมื่อเป็น Distributed Network ในภาคการเงิน จึงสามารถดำเนินธุรกรรมอย่างไร้รอยต่ออีกด้วย
      • ด้านการแพทย์ ใช้บันทึกข้อมูลสุขภาพ เพื่อสนับสนุนการรักษาที่รวดเร็ว ทุกโรงพยาบาลเข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกันจึงสามารถทำการรักษาที่โรงพยาบาลใดก็ได้
      • ด้านการปกครอง ภาครัฐสามารถใช้ Blockchain เก็บข้อมูลทะเบียนราษฎร์ และบันทึกข้อมูล Public Service ต่างๆ
      • การประยุกต์ใช้ในธุรกิจให้เช่าสินค้า ซึ่งไม่เพียงเก็บข้อมูลของสินค้าและผู้เช่าเท่านั้น แต่สามารถใช้ Smart Contract ร่วมด้วยได้
      • รองรับ Micro Transaction ที่ไม่จำกัดอยู่แค่เรื่องแลกเปลี่ยนเงินตราเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวงการอื่นๆ เช่น การซื้อขายพลังงานระหว่างผู้ใช้ หรือแม้แต่การจัดการค่าใช้จ่ายในการฟังเพลงระดับรายวินาที
      • การพิสูจน์แหล่งที่มาจากข้อมูลที่บันทึกไว้ เนื่องจาก Blockchain สามารถบันทึกข้อมูลที่ตรวจสอบย้อนหลังได้และยากต่อการปลอมแปลง จึงนำมาใช้งานได้ในหลายวงการ เช่น อาหาร ที่จะสามารถติดตามที่มาของวัตถุดิบได้ตั้งแต่จากฟาร์มจนถึงบนโต๊ะอาหาร ข้อมูลการครอบครองทรัพย์สินโดยเฉพาะที่ดิน ไปจนถึงข้อมูลทรัพย์สินมีค่า ไม่ว่าจะเป็น เพชร นาฬิกา ผลงานศิลปะ เป็นต้น

_z017357

คุณพอลยังให้ข้อมูลอีกว่าปัจจุบันมีหน่วยงานราชการในประเทศต่างๆ นำ Blockchain ไปใช้จัดระเบียบข้อมูลแล้ว เช่นในประเทศอินเดียใช้จัดการข้อมูลที่ดิน และในประเทศไทยที่เตรียมนำมาใช้จัดการข้อมูลในประเทศแล้ว

Cryptocurrency และ ICO ประเด็นร้อนจาก Blockchain ที่มองข้ามไม่ได้

หากเล่าถึง Blockchain แล้วก็มีอีกประเด็นหนึ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ Cryptocurrency และการระดมทุนรูปแบบ ICO ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ามากกว่า 3.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ

Cryptocurrency เป็นสกุลเงินดิจิทัลซึ่งมีระบบการแลกเปลี่ยนที่มีเทคโนโลยี Blockchain เป็นเบื้องหลัง ส่วน ICO หรือ Initial Coin Offering เป็นการระดมทุนของบริษัทไปยังบุคคลทั่วไป โดยรับเป็น Token ซึ่งเป็นวิธีเรียกสกุลเงินที่สร้างขึ้นในระบบ ICO โดยอยู่บนพื้นฐานของสกุลเงินดิจิทัลอื่นอีกที มองอย่างเป็นรูปธรรมง่ายๆ ก็จะคล้ายกับการเปิด IPO แต่ใช้เงินสกุลดิจิทัลแทนระบบเงินตราที่ใช้กันทั่วไปนั่นเอง ปัจจุบันมีการพัฒนา Token ขึ้นมากถึง 1,500 Token และยังสามารถนำไปใช้งานกับ Smart Contract ได้ด้วย

คุณพอลทิ้งท้ายว่า แม้ว่ามูลค่าของ Cryptocurrency จะพุ่งสูงและแกว่งรุนแรงชนิดรายสัปดาห์ แต่ Cryptocurrency เองก็นับเป็น Digital Asset หรือ Digital Tool ที่จะทำสิ่งต่างๆ ได้บนพื้นฐานของเทคโนโลยี Blockchain นั่นหมายความว่าหาก Blockchain ถูกพัฒนาขอบเขตออกไป Cryptocurrency เองก็จะถูกขยายขอบเขตตามไปด้วย จึงมีแนวโน้มการเติบโตอยู่มากทีเดียว

นี่ก็คือทั้งหมดที่คุณพอลได้เล่าถึงภาพรวมของ Blockchain และการพัฒนาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งใครที่สนใจประเด็นนี้แบบเจาะลึกเข้มข้นขึ้นเราขอแนะนำบทสรุป Fireside Chat ระหว่างคุณพอลกับ Brad Garlinghouse CEO ของ Ripple ได้ ที่นี่ ในคราวหน้าเรายังมีสรุป session จากงาน Faster Future Forum 2018 อีก อย่าพลาดติดตามกัน

Digital Ventures