Back to Blogs

Accelerator เปลี่ยนชีวิต Startup ไปอย่างไรบ้าง – ฟังประสบการณ์ตรงจาก DVAb0 และความท้าทายที่รออยู่

สิงหาคม 10, 2017 9:37 AM
views
img_4265

หลายๆ คนคงจะพอทราบว่าขณะนี้ Digital Ventures Accelerator ได้เปิดรับสมัครทีม Startup เข้าโครงการในรุ่นที่ 1 หรือ DVAb1 และกำลังอยู่ในช่วงสัมภาษณ์ คัดเลือก และเฟ้นหา 10 ทีมสุดท้ายที่จะเข้าไปอยู่ในโครงการของเรา แต่ก่อนอื่นเลยอยากจะให้มาลองฟังเรื่องราวจากรุ่นพี่อย่าง DVAb0 ที่ผ่านการเข้าร่วมโปรแกรมตลอดระยะเวลา 6 เดือน ว่าชีวิต Startup ของพวกเขาจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง เราลองมาฟังตัวอย่างจากทีมที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้กัน

หลังจากเข้าร่วม Accelerator แล้วได้อะไรบ้าง ?

etrannn

Mindset ในการทำธุรกิจ Startup ถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่ง” คุณเอิร์ธ สรณัญช์ ชูฉัตร CEO ของ ETRAN หนึ่งในสิบทีมที่เข้าร่วมโครงการ DVAb0 ซึ่งเป็น Startup ที่ออกแบบและสร้างรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการบริการสาธารณะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้เล่าถึงประสบการณ์การเข้าร่วม DVAb0 ไว้ในงาน Startup Thailand 2017 ที่ผ่านมาว่า การที่ได้เข้าร่วม DVA สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือ “Mindset” ของเขาและลูกทีม ซึ่งก่อนหน้านี้ ETRAN เคยแอบทำงานกันอย่างเงียบๆ เพราะยังมีความกลัวว่าจะโดนคนอื่นขโมยไอเดียไป หลังจากได้เข้า DVA แล้ว ความคิดก็เปลี่ยนไป ตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ได้อยู่ในโครงการทำให้รู้ว่าที่จริงแล้วกุญแจสำคัญในการเติบโตนั้น ไม่ใช่แค่การมีไอเดียที่ดีแต่มันเป็นการลงมือทำมากกว่า และจุดเปลี่ยนของ Mindset อีกอย่างที่ทำให้ ETRAN เชื่อว่าจะช่วยให้ประสบความสำเร็จ ก็คือ การกล้าก้าวออกจาก Comfort zone จากที่เมื่อก่อนอาจจะไม่กล้าทำเพียงเพราะคิดว่ามันอาจจะเป็นไปไม่ได้ แต่โครงการก็ทำให้พวกเขาเห็นถึงความเป็นไปได้ และทำให้เขามีความพร้อมที่จะทำให้ไอเดียของเขาเป็นจริงมากขึ้น

“หลังจากได้เข้า DVA สิ่งที่เปลี่ยนจริงๆ คือ เราเอาอนาคตเป็นตัวตั้ง เมื่อก่อนเราอาจจะติดอยู่กับอดีตว่าบางอย่างเราไม่สามารถทำได้ แต่ตอนนี้เราเชื่อในอนาคตว่าเราทำได้ เพราะเรามีแผน เราได้เรียนรู้ เรามีทุกๆ อย่างที่พร้อม ตอนนี้เลยมีแต่คำว่าเป็นไปได้ สรณัญช์ ชูฉัตร CEO ของ ETRAN

onestockhome

Connection ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เพิ่มโอกาสให้กับ Startup ได้อย่างมาก คุณอนวัช คิมหสวัสดิ์ Founder จาก One Stock Home ผู้ชนะรางวัล Gold Award จาก DVAb0 Demo Day ได้ให้สัมภาษณ์ กับ The Standard ว่า

“ในช่วงระยะเวลา 6 เดือนที่ได้เข้าร่วมโครงการ DVA ทำให้เขาได้ Connection ที่ไม่เคยมีมาก่อนในระยะเวลา 7 ปี” ซึ่งเป็นโอกาสที่หาไม่ได้หากเขาไม่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ DVA ทำให้ได้พบกับผู้ประกอบกิจการที่ประสบความสำเร็จแล้วจากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ทำให้พวกเขาได้ Connection ใหม่ๆ ที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้เร็วขึ้น

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญจากโครงการ Accelerator ก็คือความรู้และคำแนะนำที่ตรงจุดจาก Dedicated Mentor อย่างเช่น คุณนิลทิตา เลิศเรืองศุภกุล CEO & Co-founder จาก Refinn ที่ได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจว่าการได้มีเมนทอร์ที่ DVA คัดมาเลือกพิเศษให้เหมาะกับธุรกิจของ Refinn โดยเฉพาะ มาให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว ทำให้ได้รับคำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เวลาติดขัดตรงไหนก็มีคนตอบให้ จึงทำให้สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างตรงจุดและอย่างมืออาชีพ

“การได้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่มีประสบการณ์ในธุรกิจทั่วโลกมาให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาในการทำธุรกิจได้แบบมืออาชีพ ติดขัดก็มีคนตอบให้แบบไม่เคยได้รับจากโครงการไหนมาก่อน” – นิลทิตา เลิศเรืองศุภกุล CEO & Co-founder จาก Refinn

ความท้าทายที่ Startup ควรเตรียมตัวหลังจากผ่านโครงการ Accelerator

นอกจากนี้ เหล่า Startup ยังคงต้องเจอกับความท้าทายในโลกธุรกิจอีกหลายอย่าง นอกจากโฟกัสเรื่องการพัฒนา Product แล้วเหล่า Startup อาจจะต้องโฟกัสเรื่องทักษะด้านอื่นๆ เพื่อให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคตอีกด้วย อย่างเช่น

  • ทักษะในการบริหารทีมงาน จัดระบบพนักงาน และจ้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและเหมาะสมกับงานภายใต้งบประมาณที่จัดไว้
  • พยายามหาหนทางเพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืนที่สุด เพราะหากเผชิญปัญหาในเรื่องเงินระดมทุน บริษัทจะได้รับผลกระทบไม่มากนัก
  • ทักษะการสร้าง Partner เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในการขยายตลาด ซึ่งตรงนี้การจับมือกับองค์กรขนาดใหญ่ที่เคยเข้าร่วมโครงการ ซึ่งมักมีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ ก็สามารถช่วยได้มาก

นอกจากนี้ Startup ยังต้องคำนึงถึงการทำให้ธุรกิจอยู่รอด อย่างเช่นเรื่อง การจัดการเงินทุนในส่วนแรก  ไม่ว่าจะเป็นการว่าจ้างพนักงาน ค่าใช้จ่ายในการพัฒนา Product และ รายจ่ายส่วนอื่นๆ ซึ่งเหล่า Startup อาจยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าที่จะเริ่มสร้างรายได้เอง ในวงการ Startup เรียกช่วงเวลานี้ว่า “Death Valley” ดังนั้น ผู้ที่ทำ Startup จึงควรจัดการกับปัญหาเรื่องจัดการเงินทุน ป้องกันสภาวะที่รายรับได้มาน้อยกว่ารายจ่ายโดยที่ยังไม่ได้เงินระดมทุนก้อนใหม่ หรือสภาพที่ยังไม่สามารถสร้างรายได้จนหล่อเลี้ยงบริษัทให้ถึงจุดคุ้มทุนนั่นเอง

เราคงจะพอเห็นภาพกันมากขึ้นว่า Startup ที่ผ่านโครงการ Accelerator จะได้รับประสบการณ์จริงอย่างไรบ้าง รวมถึงได้รู้ถึงความท้าทายที่คนทำธุรกิจต้องก้าวข้ามไปให้ได้ สำหรับใครที่สนใจเกี่ยวกับการทำ Startup และโครงการ Accelerator  สามารถติดตามข่าวอัปเดตเกี่ยวกับ Digital Ventures Accelerator Batch 1 ที่กำลังอยู่ในช่วงคัดเลือกทีมมาเข้าร่วม ได้ทาง Digital Ventures Blog และ Facebook page ของเรา

 

Digital Ventures