Back to Blogs

ข้อควรรู้ผู้ถือหุ้น: หลักการระดมทุนของ Startup ในเชิงกฎหมาย และสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น

เมษายน 29, 2017 3:23 PM
views
dva-fund-raising-01-1

สำหรับผู้ถือหุ้นในธุรกิจ Startup นั้น เรื่องของการระดมทุน หรือ Fund Rasing ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อนธุรกิจ รวมถึงการทำสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ถือหุ้นต้องให้ความสำคัญก่อนที่จะเริ่มตั้งบริษัทอีกเช่นกัน สิ่งที่จะมาแชร์ให้พวกเราในครั้งนี้มาจากคอร์สในหลักสูตร Startup Essential Program ของ Digital Ventures Accelerator ที่เหล่า DVAb0 Startup ทั้ง 10 ทีมได้มีโอกาสได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายจาก Baker & McKenzie ที่ได้มาช่วยปูพื้นฐานด้านกฎหมายให้มีความพร้อมด้านธุรกิจมากที่สุด

โดยปกติแล้ว การระดมทุนของ Startup ที่เป็นบริษัทจำกัดนั้น มีหลากหลายรูปแบบ เช่น

  1. การระดมทุนโดยการออกหุ้นเพิ่มทุน (Equity Fundraising) คือ การระดมทุนโดยการเสนอหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนของการถือหุ้น หรือการระดมทุนจากผู้ลงทุนรายใหม่ผ่านกระบวนการทางกฎหมายเพื่อให้ผู้ลงทุนดังกล่าวเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทและจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามที่ผู้ถือหุ้นเดิมเห็นสมควร ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นเดิมควรจะพิจารณาหลายประเด็น เช่น สัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท อำนาจในการบริหารจัดการ ฯลฯ
  2. การระดมทุนโดยการกู้ (Debt Fundraising) คือ การระดมทุนจากผู้ถือหุ้นหรือบุคคลภายนอกโดยการกู้เงิน การระดมทุนวิธีนี้ บริษัทจะมีภาระในการชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยให้กับผู้ให้กู้
  3. การระดมทุนสาธารณะ (Crowdfunding) คือ การระดมทุนจากประชาชนทั่วไป ผ่านตัวกลางที่ได้รับอนุญาตจากทางการ (funding portal) โดยผู้ลงทุนแต่ละรายอาจจะลงทุนในจำนวนเงินที่ไม่มากนัก Crowdfunding มีหลากหลายรูปแบบ เช่น equity crowdfunding ที่ควบคุมโดย กลต. หรือ online peer-to-peer (P2P) lending ซึ่งกำลังจะมีกฎหมายออกมารองรับในอนาคตอันใกล้

สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น (Shareholder Agreement) คืออะไร

สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น คือ สัญญาประเภทหนึ่ง ที่กำหนดข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับการจัดการของบริษัทในเรื่องต่างๆ เป็นการกำหนดสิทธิหน้าที่ระหว่างผู้ถือหุ้นกันเอง นอกเหนือจากข้อบังคับของบริษัท

ทำไมต้องทำสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น?

การร่างข้อตกลงนี้เป็นการตกลงร่วมกันระหว่างผู้ถือหุ้นก่อนที่จะตั้งบริษัทหรือระหว่างการดำเนินธุรกิจ โดยกำหนดว่าบริษัทนั้นๆ ควรมีการบริหารจัดการอย่างไร ซึ่งควรจะคำนึงถึงประเด็นต่างๆตั้งแต่ระยะของการตั้งบริษัท การพัฒนา การขยาย จนกระทั่งการเลิกธุรกิจ ซึ่งสัญญานี้สามารถมีผลบังคับทางกฎหมายได้ระหว่างผู้ถือหุ้นด้วยกัน

สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นควรมีประเด็นอะไรบ้าง?

ตัวอย่างประเด็นที่สำคัญ

  1. บทบาทในการบริหารจัดการบริษัท ควรระบุในสัญญาว่าใครมีบทบาทอะไรในบริษัท ซึ่งผู้ถือหุ้นทุกรายควรให้ความสำคัญและควรกำหนดระบุรายละเอียดให้ชัดเจน และตกลงกันว่าใครจะดำรงตำแหน่งที่สำคัญ เช่น Director, Key management เป็นต้น
  2. ขอบเขตของธุรกิจ (Scope of Business) และเรื่องที่ต้องได้รับการอนุมัติเป็นพิเศษ (Reserved Matters) กำหนดขอบเขตการประกอบธุรกิจ รวมถึงกำหนดการจัดการบริษัทเรื่องที่ต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นตามจำนวนเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดไว้ (เช่น 80%) เช่น การเข้าทำธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงเกินจำนวน x บาท เป็นต้น
  3. Non-competition ประเด็นดังกล่าวถือเป็นประเด็นที่สำคัญ ซึ่งหลักสำคัญ คือ การห้ามผู้ถือหุ้นทำการค้าแข่งกับบริษัท
  4. บทบาท ความรับผิดชอบ โดยเฉพาะ ธุรกิจ Startup ควรกำหนดให้ชัดเจน เนื่องจากแต่ละคนมักมีความสามารถที่แตกต่างกัน จึงควรกำหนดให้ละเอียดชัดเจน
  5. Deadlock mechanism เป็นการจัดการสถานการณ์ที่จะทำให้บริษัทไม่สามารถเคลื่อนไปข้างหน้าได้หากผู้ถือหุ้นมีความเห็นไม่ตรงกัน อาจแก้ปัญหาโดยใช้คนกลางที่เป็นที่เป็นคนภายนอกมาตัดสิน หรือเจรจาไกล่เกลี่ยในบอร์ดผู้บริหาร หรือขายหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นรายอื่น หรือประมูลเพื่อหาคนออกจากบริษัท เพื่อกำจัดสถานการณ์ Deadlock
  6. การจ่ายเงินปันผล
  7. การออกจากการเป็นผู้ถือหุ้น  ควรมีวิธีการอย่างไร เช่น ในกรณีที่มีปัญหาข้อขัดแย้งระหว่างผู้ถือหุ้นเกิดขึ้น เช่น การขายหุ้นออกให้แก่ผู้ถือหุ้นรายอื่นหรือให้แก่บุคคลภายนอก

หากสนใจอ่านเรื่องราวการทำสัญญาทางกฎหมายของ Startup เพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่ หลัก 6 ข้อที่ Startup ต้องรู้ก่อนทำสัญญาทางกฎหมาย จาก Digital Ventures Blog

Digital Ventures