Back to Blogs

มิติใหม่แห่งการป้องกันอาชญากรรมทางการเงินด้วยการยืนยันตัวตนผ่าน Geolocation

มิถุนายน 30, 2017 10:07 AM
views
1

เวลาเราทำธุรกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูดบัตรเครดิต การลงทะเบียน หรือธุรกรรมอื่นๆ ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ ย่อมต้องมีการยืนยันตัวตนของผู้ใช้งานเพื่อป้องกันการขโมยตัวตนไปทำสิ่งที่ผิดกฏหมาย เช่น การข่มขู่ หลอกหลวง หรือการฟอกเงิน โดยกระบวนการเหล่านี้เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการใช้บริการทางการเงินในหลายประเทศ การยืนยันตัวตนสามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการโทรไปหาลูกค้าเพื่อให้ลูกค้ายืนยันตัวตน หรือ จะเป็นรูปแบบ OTP (One Time Password) ผ่านระบบ SMS บนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นที่นิยมกันมากเพราะเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุด

สำหรับสถาบันการเงินนั้น มีการยืนยันตัวตนที่เรียกว่า KYC (Know Your Customer)  คือระบบการยืนยันตัวตน เพื่อป้องกันอาชญากรรม หรือการฟอกเงินของลูกค้า โดยเป็นการทำความรู้จักกับลูกค้าที่ไม่เพียงแต่รู้ข้อมูลส่วนตัวทั่วไป แต่ต้องแจ้งถึงที่มาที่ไปของเงินด้วย

ตัวอย่างวิธีระบุตัวตนด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ นั้นเริ่มมีให้เห็นมากขึ้น ตัวอย่างเช่น บริษัท Startup อย่าง Pulse iD (พัลส์ ไอดี) startup จากฮ่องกงที่ใช้เทคโนโลยีด้านการบริการข้อมูลเพื่อระบุพิกัด หรือที่เรียกว่า Geo profiling เป็นแพลตฟอร์มที่จะจำลักษณะตัวตนของลูกค้า แยกประเภทของลูกค้าจากพฤติกรรมการใช้งาน และมีระบบยืนยันตัวตนของลูกค้าบนระบบออนไลน์ Pulse iD สร้างขึ้นมาเพื่อปลดล็อคปัญหาด้านการระบุตัวตน และเสริมสร้างระบบความปลอดภัยของลูกค้า ด้วยการเก็บข้อมูลที่มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับธนาคาร (Bank-Grade Security) จึงทำให้มีความปลอดภัยสูงมาก

logo-pulse-v2-1

Pulse iD ถือว่าเป็นอีกมิติหนึ่งของการยืนยันตัวตนที่ใช้เทคโนโลยีการะบุพิกัด (Geolocation) บนระบบออนไลน์เข้ามาช่วยและถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเพราะจะทำให้การยืนยันตัวตนปลอดภัยมากขึ้น โดยเป็นการยืนยันตัวตนจากการระบุพิกัดของบุคคลนั้นจริงๆ ซึ่งต่างจากการยืนยันตัวตนประเภทเดิมๆ ที่อาจจะยังมีช่องโหว่อยู่

นอกจากนี้ Pulse iD ได้พัฒนาระบบ Virtual assistant ชื่อว่า Concierge เป็นตัวช่วยเสมือนจริงทั้งฝั่งลูกค้าในและผู้ให้บริการ ในฝั่งลูกค้า ระบบนี้จะช่วยลูกค้าในการจดจำ เช่น เมื่ออยากซื้อของหรือไปช้อปปิ้งที่ไหน ลูกค้าสามารถสร้าง Wishlist ไว้ก่อนได้ และเมื่อเดินทางไปถึงสถานที่จริง ระบบก็จะแสดงรายการสิ่งที่ลูกค้าอยากได้โดยอัตโนมัติ ส่วนในฝั่งของผู้ให้บริการ ระบบจะช่วยในด้านการแยกประเภทลูกค้าจากพฤติกรรม ดังนั้นผู้ให้บริการก็จะสามารถ Customize หรือเลือกบริการให้ลูกค้าแต่ละประเภทได้อย่างเหมาะสมที่สุด อีกทั้งการจดจำพฤติกรรมลูกค้า ยังสามารถช่วยป้องกันการทำทุจริตในการทำธุรกรรมของบัตรเอทีเอ็มและบัตรเครดิตในออนไลน์ได้ด้วย

นี่เป็นหนึ่งในตัวอย่างของ Startup ที่ Digital Ventures ได้เข้าไปร่วมลงทุนเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และยังมีแผนจะลงทุนใน Startup รายอื่นๆ อีก ด้วยความตั้งใจที่พัฒนาบริการทางการเงินให้ดียิ่งขึ้นในหลายๆ มิติ รอดูกันว่าจะมี Startup ที่น่าสนใจรายไหนอีกบ้าง ติดตามได้จาก Facebook Page และ Blog ของเรา

Digital Ventures