Back to Blogs

ภาพรวมบริการ Mobile Payment ในประเทศไทย

เมษายน 29, 2017 2:46 PM
views
mobile-payment-01

Mobile Payment เป็นเทคโนโลยีอีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจในแวดวง Fintech ที่อาจไม่เซ็กซี่หรือล้ำสมัยมากเท่ากับพวก Blockchain แต่ส่งผลกระทบวงกว้างกว่ากันมาก (อย่างน้อยก็ในตอนนี้) เพราะมันใกล้ตัวผู้บริโภคกว่ากันมาก

Mobile Payment เป็นความพยายามอีกครั้งหนึ่งของ “เงินอิเล็กทรอนิกส์” ที่ต้องการเข้ามาแก้ไขจุดอ่อนของเงินสด ก่อนหน้านี้เราเห็นการเกิดขึ้นของบัตรพลาสติก (ไม่ว่าจะเป็นแถบแม่เหล็กหรือชิป) มาก่อนแล้วหลายสิบปี เมื่อสมาร์ทโฟนพัฒนาจนถึงจุดที่แพร่หลายพอ ราคาถูกพอ การใช้สมาร์ทโฟนเป็น “อุปกรณ์จ่ายเงิน” จึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม Mobile Payment เป็นคำที่ค่อนข้างกว้าง มีผู้ให้บริการจำนวนมากในตลาด แต่ละรายมี “ระดับของบริการ” แตกต่างกันไป การจะพูดถึง Mobile Payment ให้ครอบคลุมทุกอย่างจึงซับซ้อนมาก ภายใต้พื้นที่ของคอลัมน์นี้ ผมจึงขอเขียนเฉพาะภาพรวมเพื่อให้เข้าใจง่ายเป็นหลักนะครับ

ผมลองแบ่งกลุ่มของบริการ Mobile Payment ที่มีให้ใช้ในบ้านเราออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

  1. กลุ่มบัตรเครดิตเสมือน

ผู้ให้บริการกลุ่มนี้มองว่าสมาร์ทโฟนทำตัวเป็นบัตรเครดิตเสมือน (Virtual Credit Card) ใช้จ่ายเงินได้ราวกับว่าเป็นบัตรเครดิตจริงๆ ส่วนรูปแบบการใส่เงินก็ดึงจากวงเงินเครดิตในบัตรจริงได้เลย กระบวนการออกบัตร กำหนดวงเงิน จ่ายหนี้ค่าบัตรเครดิต ยังเป็นความรับผิดชอบของธนาคารผู้ออกบัตรเหมือนเดิม

ผู้ให้บริการกลุ่มนี้ ตอนนี้ในบ้านเรามี Samsung Pay เปิดบริการแล้ว ส่วนในต่างประเทศมีคู่แข่งอย่าง Apple Pay และ Android Pay ที่ยังไม่เข้ามาในบ้านเราทั้งคู่

samsung-pay

ผู้ให้บริการทุกราย สามารถสื่อสารระหว่างมือถือกับเครื่องจ่ายเงินด้วยเทคโนโลยีคลื่นวิทยุ NFC ซึ่งไม่ใช่ว่าเครื่องรูดบัตรทุกเครื่องจะรองรับ ในแง่ความครอบคลุมจึงมีค่อนข้างน้อย แต่กรณีของ Samsung Pay จะพิเศษอยู่บ้าง เพราะซัมซุงซื้อบริษัทที่มีเทคโนโลยีส่งสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไปยังเครื่องรูดบัตรที่เป็นแถบแม่เหล็กแบบเก่าได้ด้วย ดังนั้นในทางทฤษฎีแล้ว Samsung Pay ก็ใช้งานได้กับเครื่องรูดบัตรแทบจะทุกเครื่องในบ้านเรา (ส่วนในทางปฏิบัติ คนรูดบัตรจะตกใจหรือไม่คุ้นเคย ก็เป็นอีกเรื่องนึงนะครับ) ตรงนี้ถือเป็นจุดเด่นของ Samsung Pay ที่สามารถนำไปใช้ได้กว้างขวางกว่าคู่แข่งมาก

ปัญหาของ Samsung Pay คงเป็นว่านี่คือเทคโนโลยีปิด มีใช้เฉพาะสมาร์ทโฟนของซัมซุงค่ายเดียวเท่านั้น (เหตุผลคือซัมซุงต้องการให้เป็นจุดขาย เป็นเหตุผลที่คนมาเป็นลูกค้าซัมซุง) ในช่วงที่ Apple Pay และ Android Pay ยังไม่เข้ามาในบ้านเรา ฐานผู้ใช้งานที่สามารถใช้ได้จึงอาจไม่เยอะนัก

apple-pay-android-pay

  1. กลุ่ม Mobile Wallet

แนวคิดของกลุ่มนี้คือเรานำ “เงิน” ใส่ลงไปในกระเป๋าเงินเสมือนผ่านวิธีการต่างๆ เช่น ซื้อบัตรเติมเงิน โอนเงินจากบัญชีธนาคาร-บัตรเครดิต จากนั้นค่อยนำมูลค่าเงินเหล่านี้ไปจับจ่ายใช้สอย ซื้อสินค้าตามแต่ที่ร้านค้าแต่ละรายจะรองรับบริการจ่ายเงินเจ้านั้นๆ

ผู้ให้บริการกลุ่มนี้มีจำนวนเยอะที่สุด เช่น True Money, AIS mPay, AirPay, PaySocial, Rabbit LINE Pay เป็นต้น

mobile-wallet-logo

ถ้าลองสังเกตจะพบว่ากลุ่มผู้ให้บริการ Mobile Wallet มักมีจุดเริ่มต้นมาจากธุรกิจที่ลูกค้าจ่ายเงินให้บริษัทไว้เป็น “เครดิต” ก่อน จากนั้นค่อยนำเครดิตไปซื้อสินค้าหรือบริการอีกที เช่น ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (กรณีของ AIS, dtac, True มีระบบ Wallet ทั้งสามราย) ผู้ให้บริการเกมออนไลน์ (AirPay ของบริษัท Garena เป็นตัวอย่างที่ดี) ไปจนถึงผู้ให้บริการสาธารณูปโภค (Rabbit LINE Pay ที่ผูกกับบัตร Rabbit ของรถไฟฟ้า BTS) เหตุผลก็คงเป็นว่าบริษัทเหล่านี้มีสายสัมพันธ์ทางการเงินกับผู้บริโภคอยู่แล้ว การขยับขยายนำเงินที่ไหลผ่านระบบเดิม ให้มาอยู่บน Wallet ย่อมไม่ยากนัก

ในอีกฝั่ง ความท้าทายของผู้ให้บริการ Mobile Wallet คือการนำเงินในกระเป๋าเสมือนไปใช้จ่ายตามร้านค้าต่างๆ ซึ่งผู้ให้บริการแต่ละรายก็ต้องไปสร้างพันธมิตรธุรกิจให้เยอะที่สุด เพื่อให้ผู้บริโภคสะดวกกับการนำ Wallet ไปใช้จ่าย

ปัจจุบันเราเห็นการใช้ Wallet จ่ายเงินซื้อสินค้าหรือบริการออนไลน์กันค่อนข้างเยอะพอสมควร (ถ้าไม่รวมถึงธุรกิจในเครือตัวเอง)  เช่น จ่ายบิลค่าสาธาณูปโภค สินเชื่อ ประกันภัย แต่การนำไปจ่ายซื้อสินค้าออฟไลน์ อาจยังจำกัดวงอยู่บ้างเฉพาะร้านแบรนด์ดังที่มีสาขามากๆ อย่าง McDonald’s หรือ 7-Eleven เท่านั้น

ต้นแบบของบริการ Wallet ที่ใช้งานในโลกออฟไลน์ได้อย่างครบวงจร ย่อมหนีไม่พ้นประเทศจีนที่บริการ Alipay ของกลุ่ม Alibaba และ WeChat Pay ของกลุ่ม Tencent แทบใช้งานได้ครอบจักรวาล ไปที่ไหนก็ใช้งานได้โดยแทบไม่ต้องมีเงินสดเลย ส่งผลให้ความนิยมของผู้บริโภคก็สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว

ตรงนี้ถือเป็นความท้าทายของผู้ให้บริการกลุ่ม Mobile Wallet ในไทยที่จะต้องหาวิธีขยับขยายช่องทางการใช้งานให้มากขึ้น ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ TrueMoney ที่ไปจับมือกับ MasterCard ออกบัตรเดบิตเสมือน WeCard ที่สามารถนำไปใช้จ่ายเงินออนไลน์ได้เหมือนกับบัตรเดบิตจริงๆ อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมแล้ว ผู้ให้บริการไทยยังต้องผ่านด่านอีกมาก กว่าจะพัฒนาความนิยมให้สูงได้เท่ากับในจีน

  1. กลุ่มธนาคาร

จุดเด่นของผู้ให้บริการกลุ่มนี้คือผู้บริโภคมีเงินเก็บอยู่ในบัญชีธนาคารอยู่แล้ว การนำเงินเข้าไปใส่ในระบบจึงง่ายมาก แทบไม่ต้องทำอะไรเลย ส่งผลให้แอพ Mobile Banking ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ถึงแม้การจ่ายเงินผ่านแอพ Mobile Banking อาจไม่ได้ผ่าน payment gateway ในทุกกรณีเสมอไป แต่เป็นการโอนเงินระหว่างบุคคลซะมาก (โดยเฉพาะการซื้อของกับพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย) แต่ในมุมมองของผู้บริโภคแล้วอาจไม่แตกต่างกันเลย (เงินไปถึงพ่อค้าแม่ค้าเหมือนกัน) ผมได้ยินว่าปัจจุบันตลาดนัดหลายแห่งก็ยอมรับการโอนเงินผ่านแอพของธนาคารแล้ว ไปซื้อของโดยไม่ต้องใช้เงินสด

scb-mobile-banking

ปัจจัยที่สำคัญคือ การมาถึงของ PromptPay ย่อมทำให้การโอนเงินผ่าน Mobile Banking แพร่หลายเข้าไปอีก เพราะเราไม่ต้องเสียเวลาเพิ่มบัญชีของผู้รับเงินในตัวแอพ แค่กรอกหมายเลขโทรศัพท์ในช่องผู้รับโอนก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว

  1. กลุ่มบัตรจ่ายเงินเฉพาะทาง

ผู้ให้บริการกลุ่มนี้มีลักษณะคล้ายกลุ่มที่ 2 คือเราต้อง “เติมเงิน” เป็นเครดิตเก็บไว้ก่อน เพียงแต่เครดิตจะสามารถใช้ได้เฉพาะร้านค้าสาขาของผู้ให้บริการเท่านั้น

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ Starbucks Card ที่เราจ่ายเงินซื้อบัตรเติมเงิน แล้วนำมูลค่าของบัตรไปใส่ไว้ในแอพ เมื่ออยากกินกาแฟ Starbucks ก็เดินไปที่ร้านและเปิดแอพจ่ายเงินได้เลย ไม่ต้องใช้เงินสด

starbucks-card

ข้อเสียของ Starbucks Card คือมันสามารถใช้ได้เฉพาะร้าน Starbucks เท่านั้น แต่เนื่องจาก Starbucks เป็นร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุดในโลก มีลูกค้าจำนวนมหาศาล จำนวนผู้ใช้บัตร Starbucks Card และเงินที่เติมเข้าไปในระบบจึงเยอะมากจนมีนัยสำคัญต่อวงการ จากการประเมินของ Wall Street Journal ในปี 2016 คาดว่า Starbucks มี “เงินฝาก” สูงถึง 1.2 พันล้านดอลลาร์ (นับเฉพาะลูกค้าในสหรัฐเท่านั้นซะด้วย) เยอะกว่าเงินฝากในธนาคารขนาดเล็กหลายรายด้วยซ้ำ

ในต่างประเทศมีร้านอาหารอย่าง Dunkin Donut หรือซูเปอร์มาร์เก็ต Walmart ที่มีระบบจ่ายเงินในลักษณะนี้ แต่เมืองไทยเอง เท่าที่ผมทราบ นอกจาก Starbucks Card แล้วยังไม่มีรายไหนที่พบได้ทั่วไป หรือไม่อย่างนั้นก็คือกลุ่มที่ขยายตัวเป็นผู้ให้บริการแบบที่ 2 (เงินที่เติมนำไปจ่ายบริการอย่างอื่นได้ด้วย)

ทั้งหมดนี้คงเป็นภาพรวมคร่าวๆ ของตลาด Mobile Payment ในประเทศไทย ที่ยังต้องพัฒนากันต่อไปอีกมากครับ

Digital Ventures x Mark Blognone

มาร์ค Blognone นักเขียนสายเทคโนโลยีสายเข้มข้น และ ICT policy researcher ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ Blognone, SIU, 2baht.com และ brandinside.asia