Digital Ventures

Back to blog

Made in China 2025: เปิดแผน 10 แกนอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ที่จะพาจีนสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจนวัตกรรมของโลก (ตอนที่ 2)

DIGITAL VENTURES มีนาคม 20, 2019 11:11 AM

1,644

Digital Ventures ได้พูดถึงภาพรวมของแผนงาน Made in China 2025 ไปแล้ว ซึ่งเราได้ลงรายละเอียดของแผนเพื่อพาทุกท่านสำรวจ 10 แกนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอันเป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนจีนไปสู่เป้าหมายอย่างแท้จริง โดยคราวที่แล้วเราได้นำเสนอ 2 ใน 10 แกนซึ่งเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ครั้งนี้จึงขอนำเสนอต่อกับส่วนที่เหลือของซึ่งมีความน่าสนใจไม่แพ้กัน

 

10 แกนอุตสาหกรรมของ Made in China 2025

  1. อุตสาหกรรมสารสนเทศ (ICT)
  2. อุตสาหกรรมการผลิตหุ่นยนต์อัจฉริยะ (Advanced Numerical Control Machine Tools and Robotics)
  3. อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องบินและยานอวกาศ (Aerospace)
  4. อุตสาหกรรมการต่อเรือ (Ocean Engineering and High Tech Ship)
  5. อุตสาหกรรมการผลิตรถรางและรถไฟ (Advanced Rail Transit Equipment)
  6. อุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์อัจฉริยะ (Energy Saving and Smart Vehicles)
  7. อุตสาหกรรมการผลิตพลังงาน (Electricity Equipment)
  8. อุตสาหกรรมการเกษตร (Agriculture Equipment)
  9. อุปกรณ์การผลิตวัสดุใหม่ (New Materials)
  10. อุตสาหกรรมทางการแพทย์ (Biopharmaceuticals and High Performance Medical Equipment)

 

ในครั้งนี้ เราจะมาเจาะลึกอีก 5 แกนอุตสาหกรรมของแผนการ Made in China 2025 ได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องบินและยานอวกาศ, อุตสาหกรรมการต่อเรือ, อุตสาหกรรมการผลิตรถไฟ, อุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์อัจฉริยะ และ อุตสาหกรรมการผลิตพลังงาน ซึ่งทั้งหมดนี้ เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมหนัก (Heavy Industry) อันเป็นทั้งตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจขนาดมหภาค รวมถึงบุกเบิกการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมในอนาคต

 

 

อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องบินและยานอวกาศ (Aerospace)

การบินนับเป็นอุตสาหกรรมที่มีโอกาสไม่น้อย เนื่องจากมีผู้ผลิตรายใหญ่ไม่กี่ราย ซึ่งหากจีนจะเดินเครื่องด้วยนวัตกรรม การมุ่งไปยังอุตสาหกรรมที่ต้องการเทคโนโลยีชั้นสูงเช่นนี้จึงน่าสนใจไม่น้อย ซึ่งในแกนนี้ มีเรื่องการค้นคว้าด้านอวกาศรวมอยู่ด้วย

  • ธุรกิจการบิน จีนต้องการพัฒนาธุรกิจการบินของตัวเองให้ก้าวหน้าและแข่งขันได้ในระดับโลก ทั้งการบินพลเรือนและการขนส่งสินค้าผ่านเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ โดยตั้งเป้าใหญ่ให้สายการบินจีนมีกำไรมากกว่า 200 ล้านหยวน (ประมาณ 1,000 ล้านบาท) ภายในปี 2025
  • เครื่องยนต์ของเครื่องบิน (Aircraft Engine) เครื่องยนต์ของเครื่องบินนับเป็นนวัตกรรมชั้นสูงซึ่งมีไม่กี่ประเทศบนโลกเท่านั้นที่ผลิตได้ โดยจีนเองก็ได้ริเริ่มออกแบบเครื่องยนต์ของตัวเองในชื่อ CJ-1000A ซึ่งตั้งเป้าให้การพัฒนาสำเร็จเสร็จสิ้นในปี 2020 และเตรียมจำหน่ายสู่ท้องตลาดในปี 2025
  • Airborne Equipment and System การพัฒนาอุตสาหกรรมการบินต้องรวมถึงอุปกรณ์ Support ต่างๆ โดยจีนต้องการพัฒนาให้การผลิตอุปกรณ์เหล่านี้มีคุณภาพสูง ใช้งานได้ยาวนาน ภายในปี 2020 ก่อนที่จะตั้งเป้าครองส่วนแบ่งในตลาด 50 เปอร์เซ็นต์สำหรับชิ้นส่วนเครื่องบินเอนกประสงค์ กับ 30 เปอร์เซ็นต์สำหรับชิ้นส่วนเครื่องบินระดับภูมิภาค
  • Aerospace นอกเหนือจากชิ้นส่วนเครื่องบินแล้ว จีนยังบรรจุแผนการสำรวจอวกาศเข้าไปในแกนส่วนนี้ด้วย เริ่มตั้งแต่การจัดตั้ง National Civil Space Infrastructure เพื่อดำเนินภารกิจในการเดินทางสู่อวกาศผ่านแผนงาน 3 ขั้น โดยมีเป้าหมายในการสำรวจดวงจันทร์ภายในปี 2020 ส่วนในปี 2025 จีนมองไปที่การขนส่งอวกาศที่มีประสิทธิภาพสูงรองรับโครงสร้างพื้นฐานในอวกาศ รวมถึงตั้งใจเพิ่มข้อมูลการสำรวจอวกาศให้มากขึ้นกว่า 80 เปอร์เซ็นต์

 

อุตสาหกรรมการต่อเรือ (Ocean Engineering and High Tech Ship)

เรือยังคงเป็นพาหนะขนส่งระหว่างประเทศที่แพร่หลายที่สุดในปัจจุบัน ด้วยคุณสมบัติการรองรับสินค้าจำนวนมหาศาล แต่ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว จึงต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงเพื่อการดูแลเรือ ซึ่งเป้าหมายในแกนนี้ของจีนมีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้นคือ

  • Ocean Engineering Equipment and High-Tech Ships ภายในปี 2020 จีนตั้งเป้าเป็นผู้นำด้านการผลิตเรือทั้งระดับทั่วไปและ High Tech รวมถึงการผลิตอุปกรณ์เกี่ยวกับวิศวกรรมสมุทรศาสตร์ โดยตั้งเป้าให้บริษัทจีนครองตลาดโลกราว 35-40 เปอร์เซ็นต์ ส่วนในปี 2025 จีนตั้งเป้าครองตลาดโลกให้ได้ 40-50 เปอร์เซ็นต์

 

อุตสาหกรรมการผลิตรถรางและรถไฟ (Advanced Rail Transit Equipment)

รถรางและรถไฟยังคงเป็นที่ต้องการของเมืองทั่วโลกในฐานะคมนาคมสาธารณะ ยิ่งการขยายตัวของเขตเมืองและความต้องการการเชื่อมโยงขนส่งระหว่างภูมิภาคที่มากขึ้น ทำให้จีนมองเห็นโอกาสของอุตสาหกรรมนี้จึงได้บรรจุเข้าไปในแผนด้วย

  • Advanced Rail Transit Equipment จีนตั้งเป้าพัฒนาการวิจัยการคมนาคมขนส่งทางรางให้อยู่ในระดับนานาชาติ โดยในปี 2020 จีนตั้งเป้าให้อุตสาหกรรมการผลิตและพัฒนารถรางของจีนครองตลาดทั้งหมด 30 เปอร์เซ็นต์ พร้อมผลักดันธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ บริการซ่อมบำรุงและการจัดการพื้นที่ให้ได้ 15 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงการบุกตลาดสหรัฐฯ และยุโรป ส่วนในปี 2025 จีนจะต้องเป็นผู้นำด้านการผลิตรถรางและรถไฟ ทั้งในแง่ส่วนแบ่งตลาดที่ 40 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงการกำหนดมาตรฐานการเดินรถนานาชาติและ Supply Chain ด้านการผลิตรถรางและรถไฟ

 

 

อุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์อัจฉริยะ (Energy Saving and Smart Vehicles)

อุตสาหกรรมรถยนต์ของจีนแม้จะยังไม่ได้โดดเด่นมากนักในระดับโลก แต่เนื่องด้วยอัตราการบริโภคในประเทศที่สูงจึงทำให้อุตสาหกรรมนี้อยู่ได้อย่างมั่นคง ซึ่งหากจีนต้องการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ ก็ต้องมุ่งเน้นให้รถยนต์ตอบสนองเทรนด์ระดับโลกคือการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยในแกนนี้จีนมีจุดเน้นทั้งหมด 3 อย่าง ดังนี้

  • การผลิตยานยนต์ประหยัดพลังงาน Energy Saving Vehicle ปี 2020 ยานยนต์ประหยัดพลังงานของจีนจะมีอัตราการใช้น้ำมันอยู่ที่ 5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร และยานยนต์เหล่านี้จะต้องครองตลาดในประเทศให้ได้มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนในปี 2025 อัตราการประหยัดน้ำมันจะต้องลดลงเหลือ 4 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร และครองตลาดให้ได้มากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ และจีนจะต้องครองตลาดรถยนต์เชิงพาณิชย์ที่ประหยัดพลังงานให้ได้ 20 เปอร์เซ็นต์ในตลาดโลก
  • การผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicle) ยานยนต์พลังงานใหม่ในที่นี้คือรถยนต์ที่ใช้พลังงานอื่นนอกเหนือจากน้ำมัน ซึ่งจีนเล็งไปที่พลังไฟฟ้า โดยจีนต้องการให้รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่มียอดขายสูงติด 10 อันดับแรกของโลกภายในปี 2020 และตั้งเป้าให้แบรนด์รถยนต์จีน 2 รายติด 10 อันดับผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ที่ขายดีที่สุดภายในปี 2025
  • การผลิตยานยนต์อัจฉริยะ (Intelligence Vehicle) นอกเหนือจากตัวรถยนต์แล้ว ชิ้นส่วนของยานยนต์อัจฉริยะ ได้แก่ คอมพิวเตอร์ สมองกล และอื่นๆ ก็เป็นอีกตลาดที่จีนมุ่งเน้นไม่น้อย ซึ่งคอมพิวเตอร์และสมองกลเหล่านี้จะเป็นอีกหนึ่งกลไกของ Smart City ในด้านการควบคุมจราจรที่ปลอดภัย เพราะสามารถเชื่อมต่อกับระบบกลาง โดยจีนตั้งเป้าให้ในปี 2025 ต้องมี 1 ผู้ผลิตก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน Intelligence Vehicle ในระดับโลก

 

ทั้งหมดนี้คือแกนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมหนักในแผนงาน Made in China 2025 ซึ่งการพัฒนาอุตสาหกรรมเหล่านี้ส่งผลทั้งต่อภาพรวมเศรษฐกิจ และพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะช่วยยกระดับอย่างเป็น Ecosystem ด้วย ในครั้งหน้า เรายังเหลือส่วนสุดท้ายซึ่งเกี่ยวข้องกับ Deep Technology อันเป็นแกนที่ผู้อ่านของ Digital Ventures พลาดไม่ได้ โดยสามารถติดตามกันได้ที่ Blog ของ Digital Ventures

ขอขอบคุณข้อมูลจาก uschina.org