Digital Ventures

Back to blog

ถอดบทเรียนจากความสำเร็จและการสร้าง “Startup Nation” ของอิสราเอล จากงาน U.REKA Open House & Ideation Bootcamp

DIGITAL VENTURES มิถุนายน 13, 2018 3:48 PM

3,411

ผ่านไปแล้วสำหรับงาน Open House & Ideation Bootcamp จากโครงการ U.REKA ที่พา 32 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกเรียนรู้และเวิร์คช้อปกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายวงการ และนำเสนอแผนธุรกิจและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงเพื่อเฟ้น Finalists เพื่อเข้าโปรแกรม Incubation ต่อไป ซึ่งไฮไลท์หนึ่งในงานนี้คือการเผยแนวคิดรากฐานของประเทศอิสราเอลด้านการพัฒนา Startup Ecosystem ผ่านการบรรยายในหัวข้อ ‘The Roots of Israeli Ecosystem Success’ โดยคุณ Dagan Alony ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและการค้า สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย มาดูกันว่าอิสราเอลมีแนวคิดและใช้วิธีการใดที่ช่วยสร้างให้ประเทศเป็น ‘Startup Nation’ ได้สำเร็จ

อยู่รอดทางเศรษฐกิจด้วยการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรม

คุณ Dagan ได้เกริ่นที่มาประวัติศาสตร์ของประเทศอิสราเอลว่า อิสราเอลเริ่มก่อตั้งเป็นประเทศเมื่อราวๆ 70 ปีก่อน ตั้งอยู่ในแถบทะเลทรายระหว่างยุโรป เอเชีย และแอฟริกา ทั้งยังมีพื้นที่เล็กกว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและมีประชากรเพียง 8 ล้านกว่าคนเท่านั้น และยังอยู่ในพื้นที่ที่มีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน จึงนับเป็นความท้าทายรอบด้านที่อิสราเอลต้องเผชิญ ประกอบกับทรัพยากรที่มีจำกัด จึงทำให้อิสราเอลมุ่งเน้นพัฒนาด้านการศึกษาและการสร้างนวัตกรรมอย่างจริงจังเพื่อความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ

อิสราเอลได้เริ่มลงทุนด้านการพัฒนาบุคลากรในประเทศอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เห็นได้ชัดจากสัดส่วนการลงทุนด้าน Scientific Research and Innovation ในปี 2016 อยู่ที่ 4.3 เปอร์เซ็นต์ของ GDP ทั้งหมด สูงกว่าสหรัฐฯ ฟินแลนด์ และเยอรมนี อีกทั้งการลงทุนยังมีสัดส่วนมาจาก Private Sector มากกว่าภาครัฐชัดเจน

การลงทุนด้าน Scientific Research and Innovation ยังมาควบคู่กับการบ่มเพาะบุคลากร ซึ่งอิสราเอลมีผู้ที่ศึกษาด้านวิศวกรรมเป็นจำนวนมาก เมื่อเทียบกับสัดส่วนของประชากร ทำให้มีบุคลากรรองรับการพัฒนาในด้านต่างๆ และยังมีนโยบายส่งเสริมจากภาครัฐที่ตอบโจทย์ทั้งกระบวนการ ซึ่งจะเล่าให้ฟังต่อไป

การสนับสนุนอย่างครบวงจรทำให้อิสราเอลมี Know-How ด้านการสร้างนวัตกรรมจนกลายเป็นศูนย์กลาง R&D ด้านเทคโนโลยีที่สำคัญของโลก โดยมีบริษัทเทคโนโลยีเข้ามาลงทุนด้านการค้นคว้าวิจัยนวัตกรรมที่อิสราเอลมากมาย เช่น Intel กับ IBM ที่เข้ามาในอิสราเอลตั้งแต่ยุคปี 1970 รวมถึง Apple ที่ลงทุนใน Startup อิสราเอลเป็นมูลค่ากว่า 400 ล้านเหรียญ พร้อมกับตั้งศูนย์ R&D ที่อิสราเอล ซึ่งเป็นศูนย์นอกสหรัฐฯ เพียงแห่งเดียว

กลยุทธ์การพัฒนาบุคลากรเพื่อเป็นศูนย์กลางด้าน R&D ของโลกนับว่าได้ผลทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน ซึ่งผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดคือ อิสราเอลมี GDP per Capita สูงเป็นอันดับที่ 20 ของโลก

บทบาทภาครัฐกับวิธีการบริหารให้ผลักดัน Ecosystem ครบทุกภาคส่วน

คุณ Dagan ได้เล่าว่า แม้ว่าภาครัฐฯ ของอิสราเอลมีสัดส่วนการลงทุนด้าน R&D น้อยกว่าเอกชนมาก แต่การผลักดันให้ Ecosystem ของ Scientific Research และ Startup เกิดขึ้นอย่างมั่นคงนั้น ก็มาจากแผนและนโยบายสนับสนุนของภาครัฐฯ

Tech Ecosystem ของอิสราเอลประกอบด้วย 6 ส่วน ได้แก่ ภาครัฐ, ภาคการศึกษา, Startup กับ Incubator, Private Fund หรือ VC, บริษัทใหญ่ในประเทศ และบริษัทข้ามชาติ (MNC) ซึ่งทั้งหมดจะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐฯ ในบทบาทที่แตกต่างกัน

การทำงานทั้งหมดของ Tech Ecosystem อิสราเอล มีภาครัฐเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งในฐานะผู้ริเริ่มและผู้สนับสนุน โดยบทบาทของรัฐใน Ecosystem แบ่งเป็นข้อได้ดังนี้

  • ผลักดันนวัตกรรมจาก Startup ให้แก้ปัญหาในประเทศ รัฐจะประกาศค้นหา Startup มาเข้าโครงการ Accelerator ที่จัดขึ้นเองหรือร่วมกับเอกชน ซึ่ง Accelerator นั้นมีวัตถุประสงค์ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมโดยเฉพาะ เช่น ด้านการจัดการทรัพยากรในประเทศ หรือด้านสาธารณสุข ทำให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมที่มีสร้างมูลค่าและแก้ปัญหาไปพร้อมกัน คุณ Dagan ยกตัวอย่างโครงการ Accelerator ที่ค้นหา Startup มาจัดการทรัพยากรน้ำ จึงเกิดนวัตกรรมที่ทำให้ประชาชนมีน้ำใช้อย่างทั่วถึง
    นอกจากการแก้ปัญหาในประเทศแล้ว อิสราเอลยังสนับสนุนให้ Startup เหล่านั้นส่งออกนวัตกรรมไปแก้ปัญหายังประเทศต่างๆ ทำรายได้กลับมายังประเทศในอีกทางหนึ่ง
  • ลงทุนกับนวัตกรรมจากภาคการศึกษา ภาคการศึกษาถือเป็นมันสมองของประเทศ ซึ่งปัญหาหนึ่งคือนวัตกรรมที่อยู่ภาคการศึกษาส่วนใหญ่มักไม่ตอบโจทย์ตลาดในเวลานั้น นักลงทุนที่มุ่งหวังผลกำไรจึงไม่เข้ามาลงทุนในส่วนนี้ รัฐบาลอิสราเอลจึงเข้ามาเป็นผู้ลงทุนในส่วนนี้เอง โดยเฉพาะกับเทคโนโลยีชั้นสูงหรือ Deep Tech ยกตัวอย่างเทคโนโลยี Autonomous Car ที่เกิดขึ้นจากฝีมืออาจารย์มหาวิทยาลัยท่านหนึ่งเมื่อปี 2010 ซึ่งรัฐฯ ได้เข้ามาลงทุนและผลักดันเป็น Startup โดยปัจจุบัน ได้ขายให้ Intel เป็นมูลค่า 16,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • ตั้ง TTO ช่วยส่งผ่านเทคโนโลยีจาก Lab สู่ธุรกิจ เพื่อให้ภาคการศึกษาค้นคว้านวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจึงร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศตั้งศูนย์ TTO (Technology Transfer Organisation) ขึ้น ทำหน้าที่นำเทคโนโลยีจากในห้องทดลองมาทำให้เกิดผลทางเศรษฐกิจหรือ Commercialize รวมถึงจัดการด้านสิทธิบัตร ไปจนถึงจัดหาแหล่งเงินทุนจาก VC ให้เหมาะสม

ปัจจุบัน TTO ในอิสราเอลมีอยู่ราว 16 แห่ง แต่ละแห่งจะเน้นในเทคโนโลยีต่างสาขากันไปตามความถนัดของแต่ละมหาวิทยาลัย

  • นโยบายลงทุนร่วมกับ VC ที่เป็นมิตร รัฐบาลอิสราเอลมีวิธีกระตุ้นการลงทุนจาก VC ได้อย่างน่าสนใจ โดยรัฐฯ จะนำเงินไปลงทุนใน Startup ร่วมกับ VC เป็นสัดส่วนเกือบครึ่ง หากการลงทุนครั้งนี้ประสบความสำเร็จ VC สามารถซื้อหุ้นจากภาครัฐฯ เพื่อมีสิทธิ์ในการบริหารทั้งหมดได้ภายใน 5 ปี แต่หากการลงทุนไม่ประสบความสำเร็จ ก็ไม่ต้องชดใช้คืนในส่วนที่รัฐร่วมลงทุนแต่อย่างใด
  • หน่วยเทคโนโลยีในกองทัพ อิสราเอลจำเป็นต้องมีกองทัพในบริบทที่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ การเกณฑ์ทหารของอิสราเอลจะคัดทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่ภาครัฐก็ยังเห็นว่าบุคลากรในวัยนี้ยังพัฒนาอีกได้มาก จึงมีการให้การศึกษาระหว่างเกณฑ์ทหาร แล้วคัดเลือกผู้ได้คะแนนสูงมาอยู่ในหน่วยเทคโนโลยี เพื่อศึกษาด้านเทคโนโลยีอย่างจริงจัง เมื่อจบออกไปแล้ว ก็สามารถนำความรู้และทักษะที่ได้ไปต่อยอดในฐานะผู้ประกอบการได้

‘แนวคิดด้านวัฒนธรรม’ ที่มาของการเป็น Startup Nation ในแบบอิสราเอล

ส่วนสำคัญที่ทำให้อิสราเอลมีทุกวันนี้คือ วิธีคิดที่กลั่นกรองและตกผลึกจนกลายเป็นวัฒนธรรมในแบบของอิสราเอล ซึ่งคุณ Dagan ชี้ว่า แม้อิสราเอลจะเป็นประเทศชั้นนำด้านนวัตกรรม แต่เราให้ความสำคัญกับคนมากกว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างชัดเจน โดยมองว่าเทคโนโลยี นวัตกรรม ไปจนถึงผลิตภัณฑ์เป็นเพียงเครื่องมือแก้ปัญหา และการพัฒนานวัตกรรมจะต้องเน้นแก้ปัญหาของบุคคลได้จริงๆ

สาเหตุหนึ่งที่ Startup ของอิสราเอลประสบความสำเร็จคือการบ่มเพาะ Mindset ที่คิดถึงลูกค้าเป็นอันดับแรก ชาวอิสราเอลจะมองว่าสินค้าคือเครื่องมือแก้ปัญหาของลูกค้า นี่คือสาเหตุที่ภาครัฐฯ คิดนโยบายดึง Startup มาแก้ปัญหาสาธารณะในประเทศมากมาย เพราะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริง

การศึกษาของอิสราเอลจะเน้นให้รู้จักการต่อยอดหรือ Spin off เทคโนโลยีเป็นนวัตกรรม และกลายเป็นธุรกิจในที่สุด

“อิสราเอลไม่มีการคิดนอกกรอบหรือ Think out of the Box และยังไม่มีกล่องตั้งแต่แรก ทำให้ตั้งเป้ากับการต่อยอดได้ง่ายกว่า”- คุณ Dagan กล่าวในงาน U.REKA Open House & Ideation Bootcamp

สำหรับการบ่มเพาะ Startup มองว่านอกจากการเก็บเกี่ยวประสบการณ์แล้ว ยังต้องมีความรู้เรื่องสภาพตลาด มาตรการของแต่ละประเทศ ไปจนถึงรู้ถึงบริการด้านการค้าต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้จำเป็นมากสำหรับ Startup ที่จะขยายกิจการระดับโลก อีกทั้งการลองผิดลองถูกของ Startup ก็เป็นสิ่งจำเป็น ผู้ประกอบการที่เคยล้มเหลวจะรู้จุดที่ควรหลีกเลี่ยงและมีความอดทนมากขึ้น เป็นปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จในอนาคต การรู้จุดที่ควรหลีกเลี่ยงและมีความอดทนยังเป็นคุณสมบัติสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงหรือ Deep Tech ด้วย

ทั้งหมดนี้คือเนื้อหาจากการบรรยายโดยคุณ Dagan ที่ช่วยให้เราเห็นหนทางการพัฒนาด้านนวัตกรรมของประเทศอิสราเอลจากภายใน และทำให้อิสราเอลกลายเป็น ‘Startup Nation’ ได้สำเร็จ ซึ่งการบรรยายครั้งนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ U.REKA ที่กำลังเข้าสู่กระบวนการสร้างนวัตกรรมจาก Deep Tech แน่นอน ทั้งนี้ ในงาน Open House โครงการ U.REKA ยังมีเนื้อหาที่น่าสนใจอีก ซึ่ง Digital Ventures จะนำมาเสนอทุกท่านในโอกาสต่อไป