Digital Ventures

Back to blog

‘Intelligence Cloud’ เมื่อ AI ผสาน Cloud Security ความปลอดภัยใหม่ในยุคที่ข้อมูล Big and Rapid

DIGITAL VENTURES พฤษภาคม 23, 2018 10:57 AM

2,134

เราเคยพูดถึง Cloud Computing & Security โดยเบื้องต้นกันไปบ้างแล้ว ซึ่งแน่นอนว่า Deep Tech นี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การขยายขอบเขตการใช้งานอินเทอร์เน็ตให้มากขึ้นเท่านั้น แต่ยังสามารถเข้าไปรวมกับ Deep Tech อื่นๆ แล้วเพิ่มศักยภาพในการทำงานให้กว้างและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย โดยวันนี้ เราจะขอนำเสนอเรื่องราวการผสาน Cloud & Security เข้ากับปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดเท่านั้น แต่มีการพัฒนาและปรับใช้งานกันแล้วจริงๆ มาให้ทุกท่านได้ติดตามกัน

ทำไม AI จึงเป็นตัวช่วยที่ดีของ Cloud & Security

ทุกความคิดที่ช่วยผลักดันนวัตกรรมล้วนเกิดจากความพยายามแก้ปัญหาบางอย่าง เช่น Cloud Computing & Security ที่คิดขึ้นเพื่อให้คนใช้งานคอมพิวเตอร์คุณภาพสูงอย่างทั่วถึงผ่านอินเทอร์เน็ต แต่ความทั่วถึงนี่เองที่ทำให้เกิดปัญหาใหม่คือการมีข้อมูลจำนวนมหาศาลและต้องขยายโครงสร้างเพื่อรองรับการใช้งานที่มากขึ้นเป็นก้าวกระโดดตลอดเวลา ซึ่งปัญหาทั้งหมดนี้หากใช้มนุษย์คอยดูแล ต้องใช้เวลาจัดการกับข้อมูลมหาศาล ทั้งการถ่ายทอดความรู้เพื่อรองรับการขยายโครงสร้างก็ต้องใช้เวลาและไม่ทันต่ออัตราเร่งของความต้องการใช้ในปัจจุบัน

AI และ Machine Learning จึงเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมที่จะเข้ามาช่วยตรงจัดการข้อมูลมหาศาลทั้งยังสามารถเรียนรู้กระบวนการอย่างรวดเร็วได้ด้วยคุณสมบัติของเทคโนโลยีนี้

  • สอดส่องและแก้ปัญหาของระบบได้ตลอดเวลา ไม่มีอ่อนล้า ทำหน้าที่เปรียบเสมือนพนักงานรักษาความปลอดภัย ที่คอยสอดส่องความผิดปกติที่เข้ามาตลอดเวลา

  • เรียนรู้จากช่องโหว่ที่เกิดขึ้นได้รวดเร็วและพร้อมกันทั้งระบบ สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมจากสิ่งที่เกิดขึ้นและช่วยส่งต่อถึงทั้งระบบทำให้ไม่เสียเวลา

  • ยิ่งมีข้อมูลมาก ยิ่งเรียนรู้และปรับปรุงได้มีประสิทธิภาพ สามารถวิเคราะห์ได้รวดเร็วกว่าหลายเท่า เหมาะกับข้อมูลจำนวนมหาศาลบน Cloud

การนำ AI มาใช้งานกับ Cloud & Security ที่มีให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม

การใช้ AI และ Machine Learning กับ Cloud Security สามารถเข้ามาช่วยงานส่วน Operation ได้อย่างชัดเจน ซึ่งปัจจุบันมีการทดลองใช้ปัญญาประดิษฐ์ทำหน้าที่ต่างๆ แล้ว

  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานที่ภายใน Cloud Computer จะมีการใช้งาน Hardware จำนวนมาก ทำให้เกิด Log File มหาศาลซึ่งจะดึงประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ลง เดิมทีเป็นหน้าที่ของ Database Admin ที่ต้องสอดส่องและคอยลบไฟล์ด้วยตัวเองเพื่อให้เครื่องทำงานเต็มที่ แต่เราสามารถสอนให้ AI จัดการกับ Log File แทนผู้ดูแลระบบได้ นอกจากนี้ AI ยังสามารถเข้าไปจัดการระบบภายในคอมพิวเตอร์เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วยการปรับแต่งค่าต่างๆ อย่างเหมาะสม ช่วยลดค่าใช้จ่ายและประหยัดเวลาของคนทำงานอย่างชัดเจน

  • ช่วยวางแผนการปรับปรุง Hardware งานอย่างหนึ่งที่ IT Operation เลี่ยงไม่ได้คือการวางแผนและออกแบบระบบ Hardware ซึ่งต้องประหยัดและรองรับการใช้งานตามวัตถุประสงค์ ยิ่งระบบมีขนาดใหญ่แค่ไหน การวางแผนก็เป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้นเท่านั้น แต่ปัญหานี้ผ่อนคลายลงเมื่อนำระบบ AI เข้ามาช่วย ในปัจจุบันผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่ของโลกยังพัฒนา AI ควบคุมประสิทธิภาพของ Computing ให้ตรงตามลักษณะการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น Big Data, 3D Game Render ไปจนถึง Data Warehouse ช่วยให้ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าสูงสุด

  • ปรับขยายโครงสร้างพื้นฐานของระบบอย่างยืดหยุ่น องค์กรธุรกิจมักมีความต้องการใช้ Cloud มากน้อยแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา แม้จะสามารถปรับโครงสร้างพื้นฐานตามความต้องการได้ แต่ก็ต้องใช้คนเข้ามาประเมินและคอยคาดเดาปริมาณการใช้ซึ่งเป็นงานที่เสียเวลามาก แต่ทุกวันนี้ เราสามารถใช้ Machine Learning เข้ามาเรียนรู้จากยอดการใช้จำนวนมหาศาล ทำให้ประเมินการปรับลดหรือขยายได้แม่นยำ ปัจจุบัน ผู้ให้บริการ IaaS รายใหญ่มีบริการปรับขนาดโครงสร้างด้วย ML และ AI ให้ใช้กันด้วย

  • จัดการลดการใช้พลังงานที่ใช้ในระบบ Cloud แม้เราจะใช้งานได้ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต แต่ Cloud Computing ก็ต้องมี Physical Hub หรือ Data Center ที่ใช้เครื่อง Server และ Harddrive จำนวนมากและต้องเปิดเครื่องตลอดเวลา จึงมีการใช้พลังงานมากมายในแต่ละปี ซึ่ง AI สามารถเข้ามาช่วยจัดการเพื่อลดใช้พลังงานได้ด้วย โดย Google ทดลองให้ Deep Minds ผู้พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ในเครือเข้ามาจัดการเมื่อปี 2016 ผลที่เกิดขึ้นคือ สามารถลดการใช้พลังงานส่วนระบายความเย็นได้ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ และลดการใช้พลังงานทั้งระบบอีก 15 เปอร์เซ็นต์

AIaaS บริการที่ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงสมองกล

นอกจากการดูแลระบบแล้ว ยังมีการนำ AI และ Machine Learning ใส่เข้าไปในระบบ Cloud Computing เกิดเป็น AI as a Service (AIaaS) ที่ช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงความสามารถของสมองกลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งสมองกลเหล่านี้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ ตรวจสอบระบบของอาคาร ไปจนถึงทำงานร่วมกับ Internet of Things เพื่อประเมินสิ่งแวดล้อมหรือไว้รักษาความปลอดภัย

ปัจจุบัน บริการ AIaaS กำลังได้รับความนิยมทั้งจากผู้ใช้ทั่วไปและหน่วยงานธุรกิจ รวมถึงนำไปใช้เป็น Platform พัฒนาบริการใหม่ๆ ซึ่งแน่นอนว่าบริการสมองกลบนอินเทอร์เน็ตจะได้รับความนิยมจากผู้ใช้มากขึ้นในอนาคต

แล้ว AI มาแย่งงานสาย Cybersecurity จริงหรือไม่?

เรามักเคยได้ยินว่า AI จะเข้ามาแย่งงานคน ซึ่งอันที่จริงแล้ว AI เป็นเครื่องมือตัวหนึ่งที่ช่วยให้งานของเราง่ายขึ้น โดยข้อดีหลักๆ ของ AI คือเราสามารถกระจายคุณสมบัติในการวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาหรือปรับปรุงแก้ไขระบบขนาดใหญ่ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น และสามารถเรียนรู้จากข้อมูลขนาดใหญ่อย่างรวดเร็ว

การดูแลความปลอดภัยก็ไม่สามารถใช้งานเพียง AI เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ต้องมีการผสานหลายระบบและรูปแบบ ทั้งยังต้องมีการออกแบบที่รัดกุมด้วยความเข้าใจ มีการประเมินอนาคต แนวโน้ม และรายละเอียดอีกมาก ซึ่งต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์โดยมนุษย์ ความจริงแล้ว AI ไม่ได้แย่งงานของเรา แต่คนที่ไม่ได้ปรับตัวเรียนรู้เพื่อเข้าใจมันต่างหาก ที่จะโดน AI เข้า Disrupt

จึงเป็นเหตุให้ Digital Ventures จับมือกับภาคการศึกษาและพันธมิตรภาคเอกชนร่วมกันดำเนินโครงการ U.REKA โครงการสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม Deep Tech ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ผ่านการผลักดัน Ecosystem ของ Deep Tech Startup เพื่อรับมือการแข่งขันบนเศรษฐกิจฐานความรู้ซึ่งเป็นกระแสหลักของโลก ผู้ที่สนใจโครงการสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ u-reka.co

ที่มาของข้อมูล

www.datamation.com

www.iprcorp.com