Digital Ventures

Back to blog

FinTech 2018 – เทรนด์เทคโนโลยีแห่งโลกการเงินปีหน้าจะเป็นอย่างไร?

DIGITAL VENTURES ธันวาคม 31, 2017 4:31 AM

8,804

แน่นอนว่าอุตสาหกรรมบริการทางการเงินทั่วโลกในเวลานี้กำลังถูก Disrupt โดยเทคโนโลยี FinTech กันแบบก้าวกระโดด จะเห็นได้จากจำนวนบริษัท Fintech ในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้นมีการเติบโตกว่า 300 เท่าจาก 10 ปีที่แล้ว (อ้างอิง : KP estimate) หรือในแง่จำนวนเงินของการลงทุนใน FinTech วัดโดย Venture Funding ทั่วโลก ก็พบว่ามีการลงทุน FinTech รวมกันกว่า 60 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ จากปี 2008 ถึงปัจจุบัน นี่ยังไม่ได้พูดถึง FinTech Startup หน้าใหม่ที่กลายเป็น Unicorn อีกมากมายจากทั้งสหรัฐฯ อังกฤษ และเอเชีย เช่น Stripe, Transferwise และ Ant Financial โดย Alibaba Group

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงแล้วในช่วงปีที่ผ่านมา และเป็นเหตุผลที่หลายๆ บริษัทต้องปรับตัวให้ทัน ตรงกับคำพูดที่ว่า “Now or Never” เพราะมีสถิติยืนยันให้เห็นว่าปัจจุบัน ผู้บริโภคเริ่มเชื่อถือในเทคโนโลยีมากขึ้นและเริ่มคาดหวังแล้วว่า Customer Journey หรือประสบการณ์การใช้งานของพวกเขาจะดีขึ้น ง่ายขึ้น และเร็วขึ้น อีกทั้งวิธีการได้มาซึ่งลูกค้าก็กำลังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อรู้แล้วว่าปัจจุบันเกิดอะไรขึ้นบ้างพร้อมสาเหตุที่ต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง เราก็ควรจะรู้ด้วยว่า ในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นในโลกของ FinTech ที่ยังคงมีช่องว่างอีกมากมายที่จะทำให้ธุรกรรมทางการเงิน ดีขึ้น ง่ายขึ้น และเร็วขึ้น ในปี 2018 ที่จะถึงนี้ เราจึงมีสรุปการคาดการณ์อนาคตสำหรับ FinTech ของโลกที่น่าจับตามองดังนี้

  

FinTech Startup จะหันมาสนใจกลยุทธ์การ “รวมตัว” เพื่อบริการที่ครบวงจร

เราจะเห็นได้ว่า Startup ตะวันตกมีการเติบโตกันอย่างก้าวกระโดดมากแบบ ‘แยกตัว’ กล่าวคือ แม้จะมีบริการไปในทิศทางเดียวกัน แต่แต่ละบริษัทก็แยกตัวกันสร้างบริการของตัวเอง ตรงกันข้ามกับผู้นำจีนที่มีการเติบโตแบบ ’รวมตัว’ เช่น Ant Financial ที่มี Alipay ยึดหัวหาดในการเป็นแพลตฟอร์มชำระเงินแบบ E-commerce แต่ตอนนี้ก็ได้มีการรวมบริการอื่นๆ เข้ามาทั้ง Banking, Credit Scoring หรือ Wealth Management ซึ่งทำให้จับกลุ่มลูกค้าได้ง่ายขึ้นและสามารถสร้างบริการที่เข้าใจผู้บริโภคมากขึ้นโดยที่ไม่ต้องเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด แนวทางนี้ทำให้มีรายงานจาก Visual Capitalist ว่าในปี 2017 ที่ผ่านมาแม้ว่า Fintech Startup ของจีนที่เป็น Unicorn จะมีจำนวนน้อยกว่าสหรัฐฯ แต่มูลค่าทางตลาดกลับสูงกว่าถึง 3 เท่า กลยุทธ์นี้จึงกลายมาเป็นสิ่งที่น่าจับตามองในปี 2018

ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ อีกต่อไป FinTech รุ่นบุกเบิกจะก้าวสู่เทคโนโลยีการเงินที่พร้อมมากขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นในหมวดของการเงินส่วนบุคคล การกู้อสังหาฯ ประกันภัย หรือหมวดอื่นๆ อนาคตของพวกเขาคือการพัฒนาบริการอย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น ตัวอย่างเช่น Personal Finance หรือธุรกรรมการเงินส่วนตัว จากยุคดั้งเดิมที่เป็นบริษัท International Banking และให้บริการทางการเงินขนาดใหญ่ก่อตั้งมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 เดิม ก็เกิดเป็น FinTech รุ่นบุกเบิกที่เข้ามาช่วยเหลือในส่วนของการจัดการงบและตรวจสอบบัญชี แต่ในอนาคตที่จะถึงนี้ คาดว่าจะมี FinTech ใหม่ๆ ที่เข้ามาเชื่อมโยงบริการต่างๆ ทั้งเรื่องของการกู้ยืม, ประกันภัย, การฝากถอนและโอน เข้าไว้ด้วยกัน พูดง่ายๆ ก็คือ ทุกอย่างจะก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นหนึ่งพร้อมกับบริการที่จะตอบโจทย์ผู้ใช้มากขึ้นกว่าบริการที่เกิดจาก FinTech Startup ในรุ่นบุกเบิก

Fintech จะค่อยๆ หายไปในที่สุด

อ่านถึงตรงนี้หลายคนอาจจะตกใจเล็กน้อย แต่ที่ว่า FinTech จะหายไปนั้น หมายถึงการที่ FinTech จะถูกทำให้กลมกลืนไปกับแพลตฟอร์ม Tech ต่างๆ จนกลายไปเป็นบริการที่สามารถทำอะไรได้มากกว่าการชำระเงินต่างหาก สังเกตได้จากระบบการจ่ายเงินของลูกค้า เนื่องจากสถิติโลกในการใช้ Smart Phone ทำธุรกรรมการซื้อของ Online นั้นมีแนวโน้มที่มากขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน จากปี 2000 ซึ่ง Amazon ได้สร้างมาตรฐานของ E-commerce ขึ้นมาด้วยการกดซื้อได้ด้วยคลิกเดียวบนเว็บ จนปี 2009 ที่ Apple ทำให้การซื้อสินค้าดิจิทัลง่ายขึ้นด้วย Micro Payment บนมือถือ และในปี 2014 ที่ Google และ Apple เพิ่มความสะดวกสบายในการจ่ายเงินเข้าไปอีกด้วยการขยาย Mobile Commerce มาสู่การซื้อขายในตามร้านจริงๆ อย่าง Android Pay และ Apple Pay รวมไปถึง Amazon Go ร้านค้าอัจฉริยะที่เป็นกระแสและได้รับการพูดถึงอย่างมากในปีที่ผ่านมาก็คือหนึ่งตัวอย่างของการรวม FinTech เข้าไปเช่นกัน เราจึงพอมองเห็นอนาคตหลังจากปี 2017 ได้อย่างชัดเจนว่า FinTech ในระยะยาวจะต้องเข้าไปอยู่ในทุกบริการและทำให้เรื่องเกี่ยวกับการเงินเป็นง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิม

รหัส Crypto คือไพ่ใบสำคัญ

Crypto หรือเทคโนโลยีการเข้ารหัสที่ในปัจจุบันรู้จักกันดีในเรื่อง Cryptocurrency หรือ สกุลเงินดิจิทัลนั้น ถือเป็นปรากฏการณ์ในรอบ 10 ปีของวงการ FinTech เลยทีเดียวโดยปัจจุบันมีมูลค่ารวมอยู่กว่า 1.74 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ (ณ เดือนตุลาคม ปี 2017 โดย Blockchain.info) รวมไปถึงการระดมทุนรูปแบบ ICO (Initial Coin Offerings) ที่มีมูลค่าการระดมทุนจากต้นปีจนถึงเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นสูงจาก 15 ล้านถึง 2,898 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ท่ามกลางความเคลื่อนไหวเหล่านี้ จึงมีการคาดการณ์ว่าจะทำให้เกิด Ecosystem ใหม่ในฝั่งที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี Crypto จากผู้นำด้านบริการทางการเงินดังเดิมอย่าง Visa จะเกิดบริการที่เทียบเท่ากันในรูปแบบ Crypto เช่น Coinbase, Ledger หรือ bitpay แม้แต่วงการสื่อเองก็จะมี CoinDesk หรือ Bitcoin Magazine ที่ให้ข่าวสารเกี่ยวของกับ Crypto ที่เทียบได้กับสื่อเดิมในวงการธุรกิจอย่าง The Wall Street Journal หรือ Bloomberg

ถือเป็นความน่าตื่นเต้นส่งท้ายปี 2017 นี้ที่เราจะได้รู้และปรับตัวก่อนใคร โดยการคาดการณ์นี้ก็เป็นหนึ่งใน session ดีๆ จากในงาน Money2020 ที่ Los Angeles ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา ซึ่งทีมงานของเราได้มีโอกาสไปฟังและสรุปมาให้ทุกคนได้ update กัน ถ้าอยาก update เรื่องเทคโนโลยีอย่างสม่ำเสมอ อย่าลืมติดตาม Digital Ventures Blog ของเราในปีหน้า

 

Credit: KPCB.com