Back to Blogs

อัพเดทสถานการณ์ด้าน FinTech ในไทย ตอนนี้อยู่จุดไหนแล้วควรไปทางไหนต่อ?

กันยายน 30, 2017 6:49 AM
views
22140644_10159261803115462_1181185563_o

เรียกได้ว่า FinTech เป็นอีกหนึ่ง Buzzword ที่เราได้ยินกันบ่อยขึ้นมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีการเงินนั้นเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญที่ทำให้เกิดคลื่นใหญ่อีกลูกหนึ่งในวงการ Startup ในขณะที่หลายๆ คนที่จับตาดูอยู่คงอยากรู้ว่าตอนนี้ FinTech ในไทยเป็นอย่างไรบ้างแล้ว ครั้งนี้ คุณพอล พลภัทร อัครปรีดี – Managing Director, Corporate Venture Capital จาก Digital Ventures ได้มีโอกาสไปร่วมแชร์เรื่องราวเบื้องลึกของวงการ FinTech ในงาน Thailand focus 2017 ที่จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์ภัทรและธนาคารแห่งอเมริกา Merrill Lynch ที่ผ่านมา โดยสรุปเนื้อหาสำคัญมาให้อ่านได้ดังนี้

dsdfs

จุดยืนของ FinTech ในประเทศไทย – Startup สายนี้ควรเริ่มตรงไหน?

เนื่องจาก FinTech หรือเทคโนโลยีด้านการเงิน เป็นสิ่งที่เพิ่งเข้ามาในบ้านเราได้ไม่นานนัก หากเปรียบเทียบกับอายุของคนก็อาจจะประมาณ 5 ขวบ คุณพอลมองว่าสิ่งที่วงการ FinTech ต้องการจริงๆ ในการก้าวไปสู่วิวัฒนาการใหม่ๆ ของ Fintech นั้น ควรจะมีผู้ก่อตั้ง FinTech Startup ที่มาจากคนที่มีประสบการณ์ด้านการเงินมาระดับหนึ่ง เช่น อาจจะเป็นคนที่ทำงานในวงการการเงินที่มีประสบการณ์มากว่า 15-20 ปี แล้วรู้สึกว่าตัวเองอิ่มตัวกับการทำงานในองค์กรแล้ว พอมองเห็นช่องทางหรือเกิดความคิดอยากเป็นนายตัวเอง จึงออกมาตั้ง Startup ด้าน Fintech เพราะหากมีคนเหล่านี้ Startup นั้นๆ ก็จะแข็งแกร่งและพัฒนาไปได้เร็วมาก เพราะพวกเขาอยู่ในวงการการเงินมานาน เขารู้ Pain point รู้ปัญหา และรู้วิธีแก้ไขปัญหาทางการเงินต่างๆ ได้เป็นอย่างดี หากได้นำความรู้ความสามารถตรงนี้มาใช้ร่วมกับเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมต่างๆ ก็จะสามารถพัฒนาบริการที่เข้ามาช่วยโลกการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างจากฝั่งอเมริกาเหนือที่มี FinTech startup อยู่มากมายนั้น ล้วนเกิดขึ้นโดยผู้ก่อตั้งที่ผันตัวมาจากสถาบันการเงินใหญ่ๆ แล้วมาเปิดบริษัท Fintech Startup ของตัวเอง โดยหนึ่งในเหตุผลที่ประเทศไทยยังตามหลังอยู่ในวงการ FinTech อาจเป็นเพราะว่าหลายๆ ปัจจัยที่จะช่วยพัฒนา Ecosystem ของเรานั้นล้วนต้องใข้เวลา ซึ่งถึงแม้ว่าอาจจะช้าแต่คุณพอลเชื่อสิ่งที่เรากำลังพัฒนาอยู่ถือว่ามาถูกทางแล้ว

Payment กระแสที่น่าจับตามองใน Southeast Asia

หากไม่นับประเทศจีนที่เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วในเรื่องของการเป็นผู้นำในหลายๆ ด้าน ตอนนี้ในตลาด Asia ก็เปรียบเสมือนสนามรบของธุรกิจด้านการชำระเงินที่มีการแข่งขันกันเยอะมาก ซึ่งต่างคนต่างต้องการที่จะเป็นใหญ่ในธุรกิจนี้ให้ได้ ในช่วงที่ผ่านมาธนาคารต่างๆ ได้พากันเปิดตัว Mobile banking โดยมีการปรับเปลี่ยนจากรูปแบบเดิมอย่างสิ้นเชิง และเน้นรูปแบบการชำระเงินที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้มากขึ้น เรียกได้ว่าตอนนี้กลายเป็นการแข่งขันแบบ Hyper competition แล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าจับตามองมากว่าการแข่งขันที่กำลังคืบคลานเข้ามาใน Southeast Asia จะเป็นอย่างไร

disruption

FinTech ในบทบาทการเป็น Disruptor จะส่งผลอย่างไรกับธนาคาร?

เมื่อคนพูดถึง Fintech disruption หลายคนมักจะคิดว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้าไปสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อธนาคารในฐานะที่เป็นองค์กร จนถึงขั้นทำให้ธนาคารหายไปในอนาคต ซึ่งความจริงแล้วอาจจะไม่ใช่แบบนั้น เพราะสิ่งจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอนก็คือ สินค้า การบริการและขั้นตอนการดำเนินงานของธนาคาร มากกว่าเป็นการหาอะไรมาแทนที่ธนาคาร ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือคนมักมองว่า FinTech จะส่งผลกระทบกับธนาคารเพราะรายได้ที่ลดลง อย่างที่ทราบกันดีว่ารายได้หลักของธนาคารนั้นมาจากการเก็บค่าธรรมเนียม พอมีเทคโนโลยีอย่าง Blockchain เข้ามาช่วยทางด้านผู้บริโภคในการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ธนาคารก็จะเดือดร้อน แต่ความจริงแล้วหากลองมองให้ลึกขึ้น เทคโนโลยีเข้ามาทำให้รายได้ลด แต่นั่นหมายความว่าต้นทุนก็จะลดลงไปด้วย หน้าที่ของธนาคารคือต้องหาวิธีที่ทำให้เทคโนโลยีเข้ามา Disrupt ยังไงให้เกิดประโยชน์ที่สุด โดยในอนาคต หน้าที่หลักของธนาคารจะต้องเปลี่ยนจากผู้ดูทรัพย์สินของลูกค้าไปเป็นผู้ให้บริการลูกค้าด้านข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูล การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และจะต้องการสร้างรายได้จากการบริการข้อมูลได้ (Data monetization) ซึ่งถือเป็นเรื่องท้าทายอย่างมากสำหรับธนาคาร โดยเชื่อว่าในอีก 10 – 20 ปีข้างหน้าธนาคารก็จะยังมีอยู่ ไม่ได้หายไป

ตัวอย่างประเทศที่มีความก้าวหน้าและมีการปรับตัวด้านการเงินให้เข้ากับเทคโนโลยีได้เร็ว

ยุโรปเป็นกลุ่มประเทศตัวอย่างที่มีความเจริญก้าวหน้าด้านการเงินและมีบริษัท FinTech อยู่มาก ตัวอย่างประเทศสวีเดน ซึ่งเป็นประเทศที่มีการตื่นตัวและสามารถรับเอาเทคโนโลยีมาปรับใช้ได้อย่างรวดเร็ว สวีเดนเป็นที่รู้จักดีในเรื่องของการเป็นผู้นำด้านสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) โดยปัจจุบันนี้ ชาวสวีเดนกว่า 80% ทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านระบบดิจิทัลโดยการทำธุรกรรมผ่านระบบบัตรและ Application บน Smartphone หรือ Tablet ไม่ว่าจะเป็นธุรกรรมทางธนาคารไปจนถึงในชีวิตประจำวันอย่างการขึ้นรถบัสก็จะต้องทำผ่านบัตรหรือแอปฯ ทั้งนั้น จึงทำให้คนสวีเดนส่วนใหญ่ไม่พกเงินสดกันแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นการปรับตัวและทำให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างรวดเร็ว การที่สวีเดนปรับใช้เทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็วนั้น เกิดขึ้นได้จากที่ ธนาคาร รัฐบาล และ ผู้กำหนดกฎระเบียบร่วมมือกันและทุกฝ่ายต่างมีเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกันจึงทำให้การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นได้

จากภาพรวมและอัพเดทสถาณการณ์ของวงการ FinTech ในตอนนี้ เชื่อว่าในประเทศไทยเองหลายฝ่ายได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของ FinTech ที่หากทำได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ผู้คนในประเทศก็น่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้นและได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีกันทุกๆ ฝ่าย

Digital Ventures