Digital Ventures

Back to blog

เจาะลึก! ยุคทองของ FinTech และเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกกับ CEO แห่ง Ripple – Brad Garlinghouse ในงาน Faster Future Forum 2018

DIGITAL VENTURES มีนาคม 18, 2018 5:06 AM

2,865

บริษัท Ripple เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องความปลอดภัย การประมวลผลได้เร็ว และเหมาะกับการใช้งานระหว่างองค์กรใหญ่ แต่ยังมีอีกหลายแง่มุมที่น่าสนใจซึ่งในงาน Faster Future Forum 2018: Unlock Blockchain ที่ Digital Ventures ร่วมกับ SCB จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา เราก็ได้รับเกียรติจาก Brad Garlinghouse CEO ของ Ripple มาถึงประเทศไทยเพื่อร่วมแชร์มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับ FinTech และ Blockchain ให้ผู้บริหาร ผู้ประกอบการจากองค์กรต่างๆ กลุ่ม Startup และสื่อมวลชนกว่า 600 คนได้ฟังกันสดๆ ในหัวข้อ “Fintech and Blockchain on the Rise” ผ่านการพูดคุยระหว่าง Brad กับคุณพอล พลภัทร อัครปรีดี Managing Director, Corporate Venture Capital ของ Digital Ventures มาให้ทุกท่านได้อ่านกัน

รู้จัก Ripple ในปัจจุบันให้มากขึ้นจาก CEO เอง

Brad กล่าวว่าเชื่อในเทคโนโลยี Blockchain โดยเฉพาะในด้านของการแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัย โดย Ripple ไม่ได้มองตัวเองเป็น Blockchain Company แต่เป็นบริษัทที่เข้ามาแก้ปัญหาและตอบโจทย์เรื่อง Payment หรือการชำระเงินโดยใช้เทคโนโลยี Blockchain มาส่งมอบบริการแก่ลูกค้าสถาบันการเงินทั่วโลก

ความสำเร็จของ Ripple เกิดจากองค์ประกอบ 3 ส่วนด้วยกัน

  1. ความรู้ความเข้าใจเรื่องธนาคารและ Payment

  2. พัฒนาเทคโนโลยีที่แก้ปัญหาได้จริง

  3. ทำตามกฏกติกาที่กำหนดไว้

แม้หลายคนจะมองว่าบทบาทของ Blockchain ใน FinTech จะต้องหลีกเลี่ยงประเด็นกับธนาคารและภาครัฐ แต่ Ripple กลับมองต่างออกไป จะไม่มีองค์กรใดหายไปไหน และ Ripple จะเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือการทำงานของธนาคารให้ดียิ่งขึ้นในยุคเทคโนโลยีนี้

ยุครุ่งเรืองของ Blockchain และการมองต่อไปข้างหน้า

สำหรับอนาคตของ Blockchain ที่ผู้คนต่างเรียกกันว่าเป็น The New Internet นั้น ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Brad เองก็ไม่กล้าคาดเดาว่าเทคโนโลยีนี้จะพัฒนาไปเป็นอะไรได้บ้าง เขายกตัวอย่างถึง Internet ว่าเมื่อ 20 ปีก่อน ไม่มีใครคาดคิดว่า Internet จะใช้เรียกรถยนต์พาไปไหนมาไหน สั่งอาหารมากินถึงบ้าน หรือแม้แต่พาสุนัขเดินเล่นแทนเราได้ ดังนั้น Brad จึงสรุปว่า Blockchain ก็เป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่มีศักยภาพเติบโตได้ไม่แพ้ Internet อย่างในปัจจุบัน

ยิ่งไปกว่านั้น หากจะให้คาดการณ์ว่านอกจาก FinTech และสกุลเงินดิจิทัลแล้ว Blockchain จะเข้าไปมีส่วนในวงการไหนต่อไป คงเป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์ แต่ที่แน่ๆ ธุรกิจใดก็ตามที่มีตัวกลาง Blockchain น่าจะเข้าไปมีบทบาทและมีอิทธิพลกับวงการนั้นแน่นอนไม่ช้าก็เร็ว Brad จึงมองว่าธุรกิจตัวแรกที่จะโดน Blockchain เข้า Disrupt ก่อนใครคือ Cloud Storage ที่ปัจจุบันยังต้องอาศัยระบบตัวกลางเพื่อใช้งานนั่นเอง

แล้วธุรกิจต่างๆ ควรมีส่วนร่วมกับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกนี้มากน้อยแค่ไหน?

สำหรับแนวคิดการนำ Blockchain มาใช้ในวงการ Fintech นั้น Brad มองว่าเราจำเป็นต้องมองทั้งจากมุมของ Developer และมุมของสถาบันการเงิน โดยมุมของ Developer จะทำให้เราเข้าใจ Concept ของ Blockchain เห็นจุดแข็งและจุดที่สามารถนำมาดัดแปลงได้ ส่วนมุมของสถาบันการเงิน ก็จะเห็นปัญหาที่อยากจะก้าวข้ามเพื่อส่งมอบบริการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผสานกันเราก็จะพัฒนา Platform ที่เกิดจาก Blockchain เพื่อตอบโจทย์บริการทางการเงิน และแม้เทคโนโลยีนี้มีศักยภาพพอจะ Disrupt โลก แต่ Brad ก็ให้ความเห็นว่าพวกเราทุกคนไม่จำเป็นต้องรู้เบื้องหลังการทำงานของมันก็ได้ เหมือนผู้ใช้ทั้งหลายที่ไม่ได้รู้จักระบบหลังบ้านของ Internet หรือ Email ก็สามารถนำจุดแข็งมาใช้งานให้เกิดประโยชน์ได้

สำหรับ Ripple นั้น ได้มีการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยี Blockchain เป็น Interledger Protocol ซึ่งมีคุณสมบัติเชื่อมโยง Blockchain หลายๆ สายเข้าด้วยกันและสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างไร้รอยต่อ ระบบนี้เป็นแนวคิดสำหรับการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศด้วยต้นทุนที่ถูกกว่า ทั้งยังรองรับการแลกเปลี่ยนที่ใช้เงินจำนวนน้อยๆ หรือเรียกว่า Micro Transaction ทำลายขีดจำกัดสำหรับการเก็บค่าบริการ On-Demand และใน Internet of Things

ทิ้งท้ายให้คิดสำหรับคนทำธุรกิจกับ Peanut Butter Manifesto เรื่องราวของ Brad Garlinghouse สมัยเป็น Senior Vice President ของ Yahoo

คุณพอลได้ถามถึงเรื่อง Peanut Butter Manifesto ซึ่งเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่มีชื่อเสียงของ Brad Garlinghouse เมื่อปี 2006 สมัยเป็น Senior Vice President ของ Yahoo และสร้างแง่คิดให้กับคนที่กำลังวาง Business model ได้เป็นอย่างดี โดยเป็นเรื่องของการวางแผนกระจาย Resource หรือทรัพยากรด้านต่างๆ ของบริษัท ออกไปให้กว้างที่สุด แต่กลับ “บางเกินไป” และทำให้ธุรกิจไม่ดีพอในด้านใดเลย เปรียบได้กับการทาเนยถั่วลงบนขนมปังนั่นเอง

Brad เสริมอย่างหนักแน่นในฐานะ CEO ของ Ripple ว่า

“อย่าพยายามเป็นทุกอย่างสำหรับทุกคน แต่ต้องรู้ตัวอยู่เสมอว่าเรากำลังจะแก้ปัญหาอะไร และจงโฟกัสกับมันให้ดีที่สุด”

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งจาก Fireside chat ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในงานที่ผ่านมา สำหรับใครที่อยากติดตามแบบเต็มๆ สามารถชมได้จากวิดีโอด้านล่าง แล้วครั้งหน้าเราจะสรุป session ที่หน้าสนใจจากงานนี้มาอีกแน่นอน