Back to Blogs

FinTech in China – บทบาทผู้นำด้าน FinTech ของจีน และการขับเคลื่อนจากบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ไม่ใช่ธนาคาร

ตุลาคม 27, 2017 6:53 PM
views
1-7

ปัจจุบันนี้ประเทศจีน ได้รับการยอมรับด้านการเป็นผู้นำด้าน FinTech ไปเรียบร้อยแล้ว ยืนยันได้จากข้อมูลด้านอัตราการใช้ FinTech ที่สูงถึงร้อยละ 69 จากจำนวนผู้ใช้บริการทางการเงินผ่านช่องทางดิจิทัล โดยมาจากหลากหลายบริการไม่ใช่แค่การโอนเงิน หรือ จ่ายเงินเท่านั้น ยังมีการใช้บริการกู้ยืมเงิน การลงทุน และการประกันภัย ที่มีการทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านโทรศัพท์มือถืออีกด้วย จึงทำให้จีนเป็นตลาดใหญ่ที่สุดเทียบกับ 20 ประเทศทั่วโลก อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ FinTech ในจีนสามารถเติบโตได้แบบก้าวกระโดด เราได้รวบรวมมาให้ศึกษากันในบทความนี้

Non-bank players คือ บริษัทยักษ์ใหญ่จีนที่มีบทบาทสำคัญใน FinTech

ส่วนสำคัญที่ทำให้ FinTech ในจีนเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด เกิดจากการที่มีหลายบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านไอทีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน FinTech ในจีน ได้ที่รู้จักกันดี ได้แก่ Baidu, Alibaba และ Tencent หรือที่เรียกกันว่า BAT ถือเป็น 3 องค์กรที่มีอิทธิพลมากที่สุดต่อวงการ Internet ของจีน และไม่ได้อยู่ในธุรกิจธนาคาร นอกจากนี้องค์กรทั้งสามรายนี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาเพื่อคนในชาติเท่านั้น แต่ยังเน้นผลักดันตัวเองให้ไปสู่ตลาดในระดับโลก ด้วยการขยาย Product line และลงทุนใน Startup ในจีนโดยเฉพาะสาย FinTech เป็นเหตุผลทำให้สตาร์ทอัพในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้้เติบโตได้อย่างรวดเร็วด้วย

  1. Baidu บริษัทที่ให้บริการด้าน Search engine รายใหญ่อันดับ 1 ในจีน ก่อตั้งโดย Robin Li เปิดให้บริการเว็บไซต์ด้านการค้นหาข้อมูล เพลง และรูปภาพ โดยมีส่วนแบ่งตลาด Search engine ในประเทศจีนสูงถึง 79% (ข้อมูลไตรมาส 2 /2016) แซงหน้า Google ซึ่งเป็น Search engine อันดับ 1 ของโลกที่มีส่วนแบ่งตลาดอยู่เพียง 16% ในประเทศจีน หากพูดถึงบริการ FinTech บริษัท Baidu ได้ร่วมมือกับ PayPal เพื่อทำ “Baidu Wallet” บริการทางการเงินออนไลน์ที่เน้นให้บริการ “การชำระเงินไปต่างประเทศ” ให้ชาวจีนสามารถซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ต่างประเทศได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 100 ล้านคน อยู่ในอันดับที่สามรองจาก WeChat ของ Tencent และ Alipay ของ Ant Financial บริษัทในเครือ Alibaba
  1. Alibaba กลุ่มบริษัท E-commerce ที่ใหญ่ที่สุดในจีน ก่อตั้งโดย Jack Ma มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของประเทศจีน Alibaba เป็นเว็บไซต์ขายของออนไลน์ในรูปแบบ B2B (Business to Business) ทำหน้าที่เป็น Platform ให้ผู้ซื้อและผู้ขายได้เข้ามาพบกัน และเกิดการแลกเปลี่ยนทางการค้า Alibaba ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นเว็บไซต์ขายส่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งปัจจุบัน รายได้มากกว่า 86% มาจากการซื้อขายในประเทศจีนเอง อย่างไรก็ตาม Alibaba ตั้งเป้าที่จะสร้างยอดขายมากกว่าครึ่งจากต่างประเทศให้ได้ โดยนอกจากเว็บไซต์หลักแล้ว Alibaba ได้แตกย่อยออกเป็นกลุ่มบริษัทในเครือมากมาย หนึ่งในนั้นคือ Ant Financial บริษัท FinTech ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็น Platform ให้บริการ Online payment เช่น Alipay ซึ่งเป็นบริการทางการเงินออนไลน์ครบวงจร ปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากกว่า 450 ล้านคน และมีมูลค่าทางธุรกิจสูงถึง 75,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 2 ล้านล้านบาท
  2. Tencent บริษัทที่เริ่มต้นด้วยการเปิดเป็นเว็บ Portal สำหรับคนจีนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวแรก คือ โปรแกรมแชท QQ ที่ทำให้บริษัทกลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว ภายหลัง Tencent ได้ขยายธุรกิจจากการให้บริการ QQ สู่ธุรกิจเกมออนไลน์ โดยมีทั้งเกมที่พัฒนาเองและซื้อลิขสิทธิ์เข้ามา จนทำให้ปัจจุบัน Tencent กลายเป็นผู้ให้บริการเกมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ไม่หยุดเพียงเท่านั้น เมื่อเข้าสู่ยุคของ Smartphone บริษัท Tencent ได้พัฒนา WeChat โปรแกรมแชทชื่อดังที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ปัจจุบันมีผู้ใช้มากกว่า 800 ล้านคน และเริ่มขยายตลาดสู่ต่างประเทศแล้ว ล่าสุด Wechat ได้ออก Wechat pay บริการทางการเงินบน Wechat และเป็นคู่แข่งของ Alipay นั่นเอง

ความหลากหลายของ  FinTech ในจีน

ความน่าสนใจของ FinTech ในจีน คือการมีสตาร์ทอัพในสาย FinTech ที่หลากหลาย ทำให้ช่วย Ecosystem ของจีนนั้นแข็งแรงยิ่งขึ้น นอกจากบริการต่างๆ ที่ถูกพัฒนาจากยักษ์ใหญ่ BAT  ในจีนยังมี FinTech ประเภทอื่นๆ ที่น่าสนใจอีก เช่น

  • Peer-to-Peer Lending (P2P)

P2P Lending คือ Platform ที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้บริการกู้ยืมเงินกันระหว่างบุคคลต่อบุคคลโดยไม่ผ่านธนาคาร โดย P2P Lending ถือได้ว่าเป็นธุรกิจด้าน FinTech ที่มาแรงอย่างมาก บริษัทที่น่าสนใจ เช่น “Lufax” ซึ่งเป็น Platform ที่เปิดให้บริการด้าน P2P Lending  ที่ใหญ่ที่สุดและประสบความสำเร็จมากที่สุดในจีน ได้รับการสนับสนุนจาก China Ping An Group บริษัทประกันภัยร่วมทุนแห่งแรกในประเทศจีน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2011 ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้กู้กับผู้ให้กู้ โดยคิดค่าธรรมเนียมเพียง 4% จากยอดเงินในการกู้แต่ละครั้ง ปัจจุบัน Lufax มีฐานลูกค้าที่มีเครดิตน่าเชื่อถือกว่า 5 ล้านคน อีกทั้งกำลังจะขยายธุรกิจจากการกู้ยืมไปสู่การให้บริการในด้านกองทุน และการขายประกันแบบต่างๆ อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าการให้บริการ P2P Lending นั้นก่อให้เกิดการฉ้อโกงครั้งใหญ่ในจีนเช่นกัน ซึ่งก็คือการทุจริตของบริษัท Ezubao บริษัทที่อ้างว่าเป็นผู้ให้บริการ P2P Lending แต่แท้จริงแล้ว คือแชร์ลูกโซ่ ตำรวจจีนได้จับกุมพนักงานกว่า 20 คน เนื่องจากต้องสงสัยว่ามีการร่วมกันยักยอกเงินจากนักลงทุนกว่า 7,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราวๆ 2 แสนล้านบาท อีกทั้งยังพบว่ากว่า 95% ของธุรกรรมทั้งหมด ที่มาจากบริการต่างๆ ของบริษัทนั้น เป็นของปลอม ซึ่งถือได้ว่าเป็นการทุจริตทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน

  • Online Funds

คือบริการบริหารกองทุนที่เชื่อมโยงกับ Platform การชำระเงินเพื่อเพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้งานเข้าถึงบริการได้มากขึ้น และยังให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ค่อนข้างต่ำในอดีต บริษัทที่โดดเด่นในด้านนี้คือ คือ Yu’E Bao บริหารโดย Ant Financial บริษัทลูกของ Alibaba นั่นเอง และยังมี Li Cai Tong บริหารโดย Tencent และ Baifa ที่บริหารโดย Baidu อีกด้วย

  • Personal Finance

บริการวางแผนและช่วยจัดการเรื่องการเงินส่วนบุคคล ที่ให้บริการผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งสามารถทำธุรกรรมได้หลากหลายรวมไปถึงการซื้อหุ้นด้วย บริษัทด้าน Personal finance ที่เด่นๆ ในจีนคือ Li Cai Tong ของ Tencent, Baifa ของ Baidu, Wacai และอื่นๆ อีกมากมาย

Regulator ให้แรงสนับสนุน เสริมกำลังให้ FinTech จีนโตอย่างรวดเร็วและแข็งแกร่ง

รัฐบาลจีนได้ประกาศแผนพัฒนาประเทศเพื่อปรับปรุงภาคการเงินโดยเน้นปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับอุตสาหกรรมและบริการทางการเงินของจีน ซึ่งเทคโนโลยีสารสนเทศเหล่านี้ผลักดันให้เกิดนวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ และด้วยความตั้งใจที่จะผลักดันอุตสาหกรรมและบริการทางการเงินในจีนให้ก้าวไปสู่ความเป็นผู้นำในระดับสากล รัฐบาลจึงได้ออกแผนพัฒนาเพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงและสนับสนุนนวัตกรรมทางการเงิน ดังนี้

  1. เพิ่มศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับอุตสาหกรรมและบริการทางการเงิน
  2. เพิ่มศักยภาพในการรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย
  3. สนับสนุนการเกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน
  4. เพิ่มมาตรฐานด้านกลยุทธ์ทางการเงินให้มากยิ่งขึ้น
  5. เพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบการจัดการด้าน IT เพื่อยกระดับการให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับอุตสาหกรรมและบริการทางการเงิน

นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นสำคัญอย่างธนาคารกลางจีน (PBOC) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของประเทศ ที่เข้ามาเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการขับเคลื่อน FinTech โดยได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อดูแลด้าน FinTech ขึ้น และมีการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตรวจสอบผู้ใช้ FinTech และอื่นๆ อีกหลายด้าน โดยครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่สำหรับหน่วยงานในการกำกับดูแลและควบคุมความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการนำเทคโนโลยีมาสร้างความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมการเงินหรือ Disruption นั่นเอง

เมื่อพิจารณาความพร้อมต่างๆ ในระบบนิเวศน์ของจีนแล้ว จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไม FinTech ของจีนจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและแข็งแกร่ง สาเหตุสำคัญ คือ การสนับสนุนจากภาครัฐ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีต่างๆ อยู่ตลอดเวลาของภาคเอกชน รวมถึง ความมุ่งมั่นและความทะเยอทะยานที่ต้องการเป็นที่หนึ่งในตลาดโลกนั่นเอง ติดตามความน่าสนใจของ FinTech จากประเทศอื่นๆ ได้อีกที่ DV Blog

FinTech in UK – ความโดดเด่นของ FinTech ประเทศอังกฤษจนมี FinTech Startup Unicorn

Digital Ventures