Back to Blogs

ทำความรู้จัก Financial Inclusion การเพิ่มโอกาสให้ผู้ใช้เข้าถึงบริการทางการเงิน

มกราคม 9, 2017 7:58 AM
views
dva-financial-inclusion-01-1

ระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้ว ประเทศที่กำลังพัฒนา และประเทศด้อยพัฒนา นอกจากความเหลื่อมล้ำในด้านการศึกษา สาธารณูปโภค คุณภาพชีวิตแล้ว เรื่องของการเข้าถึงบริการทางการเงินต่างๆ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ชี้วัดการพัฒนาของประเทศได้เช่นกัน

ปัจจุบันมีจำนวนประชากรประมาณ 2.5 พันล้านคน หรือ 36% ของประชากรโลกที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้ (unbanked) ยังไม่รวมถึงการมีหนี้ มีปัญหารายได้ที่ไม่แน่นอน และไม่รู้วิธีการออมเงินที่ถูกต้อง

ดังนั้น จากปัญหาเหล่านี้ จึงเป็นที่มาของ Financial Inclusion หรือ บริการทางการเงินที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อให้กลุ่มคนที่ unbanked เข้าถึงบริการได้นั่นเอง

Financial Inclusion กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในระดับโลก และถูกหยิบให้เป็นหัวข้อสำคัญในการพูดคุยกันในงาน Money2020 ซึ่งเป็นหนึ่งในงานประชุมด้าน FinTech ที่สำคัญที่จัดขึ้นเมื่อปลายปีที่ผ่านมาที่ Las Vegas ด้วยเช่นกัน

รูปแบบหลักๆ ของ Financial Inclusion ที่เห็นได้ชัด แบ่งเป็น

1. สถาบันการเงินหรือธนาคารจับมือร่วมกับพันธมิตร ในการขยายช่องทางเพื่อเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น โดยที่พันธมิตรนั้น มักดำเนินธุรกิจที่มีช่องทางให้บริการที่เชื่อมต่อกับลูกค้าอยู่แล้ว อาทิ การจับมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ร้านค้าปลีก หรือ ร้านสะดวกซื้อ เนื่องจากผู้ให้บริการเหล่านี้ มีขั้นตอนของการยืนยันตัวตนลูกค้า (Know Your Customer) ทำให้ธนาคารสามารถลดต้นทุนในการขยายสาขาเอง

2. กลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงินหรือธนาคาร แต่สามารถให้บริการทางการเงินกับลูกค้าได้ ด้วยการขอใบอนุญาตการดำเนินธุรกิจดังกล่าวจาก Regulator ของประเทศนั้นๆ หนึ่งในตัวอย่าง เช่น M-Pesa ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้

M-Pesa กรณีศึกษาที่น่าสนใจในถิ่นแอฟริกา

รูปแบบที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือได้พัฒนาบริการ ที่นอกเหนือจากการให้บริการโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ตนั้นมีให้เห็นอยู่แล้วทั่วโลก แต่หนึ่งในรูปแบบธุรกิจที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือนิยมเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย

นั่นคือการให้บริการทางการเงิน โดยเฉพาะกับผู้ที่ไม่มีบัญชีธนาคาร เนื่องด้วยศักยภาพของโครงข่ายโทรคมนาคมที่ต้องแผ่ขยายครอบคลุมทั้งประเทศให้ได้มากที่สุด

นั่นเปรียบเสมือนเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้คนเข้าถึงบริการต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

และ M-Pesa คือ บริการทางการเงินทางมือถือ ที่เกิดขึ้นในเคนยา และแทนซาเนีย มาตั้งแต่ปี 2007 และให้บริการโดยเครือข่ายโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Vodafone

(Vodafone ให้บริการในเคนยา ภายใต้ชื่อ SafariCom และในแทนซาเนียภายใต้ชื่อ Vodacom)

fin-inclusion-kenya

ลูกค้าของ Vodafone ทั้งในเคนย่าและแทนซาเนียนั้น จะมีโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินได้สะดวกขึ้น จากโทรศัพท์มือถือของตนเอง ด้วยการมีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-wallet) ทำให้ผู้ใช้สามารถฝากเงิน ถอนเงิน โอนเงิน และนำเงินไปซื้อสินค้าหรือบริการได้

การฝากเงิน โอนเงิน หรือชำระค่าบริการนั้น เราอาจจะเห็นกันบ่อยแล้ว จากการใช้ Mobile Banking ทั่วไป แต่สำหรับการถอนเงินนั้น ผู้ที่ใช้บริการ M-Pesa จะถอนเงินจากตู้ ATM หรือแม้แต่ไปรับเงินที่ตัวแทน (Agent) ที่ได้รับสิทธิ์ให้บริการ M-Pesa นี้ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ Safaricom ยังได้จับมือกับ Equity Bank สถาบัน Micro Finance และได้พัฒนาบริการที่ชื่อ M-KESHO ขึ้น ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงบริการสินเชื่อและประกันของทาง Equity Bank ผ่านทางโทรศัพท์มือถือได้โดยตรง

การให้บริการ M-Pesa ในประเทศเคนยา ได้รับการจัดอันดับจาก The Financial and Digital Inclusion Project (FDIP) ให้เป็นประเทศที่โดดเด่นด้านบริการ Financial Inclusion มากที่สุดของโลกด้วย

ปัจจุบัน M-Pesa ได้ขยายการให้บริการไปยังประเทศอื่นๆ เช่น อัฟกานิสถาน แอฟริกาใต้ อินเดีย โรมาเนีย และ แอลบาเนีย

CreditEase อีกหนึ่งตัวอย่างจากประเทศจีน

 fin-inclusion-china

ภาพจากเว็บไซต์ Creditease

ประเทศจีนเป็นหนึ่งประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก และเป็นประเทศที่มีคุณลักษณะเฉพาะในเรื่องของตลาด ผู้ให้บริการด้าน FinTech หลายรายที่เล่นอยู่ในตลาดนี้ ล้วนเป็นบริษัทของชาวจีนที่เข้าใจตลาดของตนเอง

CreditEase เป็นบริษัทที่ให้บริการด้านคำปรึกษา และมีแพลตฟอร์มแบบ Peer-to-Peer สำหรับให้ผู้ประกอบการขนาดเล็ก ชาวนา คนทำงานในต่างจังหวัด และนักศึกษาให้มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านสถาบันการเงิน

CreditEase ได้นำเสนอบริการแบบครบวงจร (One-stop service) ให้กับชาวนา ที่นอกจากจะให้คำปรึกษาด้านสินเชื่อแล้ว ยังให้บริการประกันเกษตรกรรม การจัดการวางแผนสินทรัพย์ และอื่นๆ อีกด้วย ปัจจุบัน CreditEase ได้ขยายบริการไปยัง 244 เมืองในประเทศจีน และฮ่องกง

การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีทางการเิงิน (Financial Technology หรือ FinTech) นั้น แม้ว่าจะมีส่วนช่วยให้ผู้คนส่วนหนึ่งได้ใช้บริการทางการเงินต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็จะช่วยทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้นั้น ได้มีโอกาสเข้าถึงบริการเหล่านี้ได้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้้นได้เช่นกัน

นี่เป็นเพียงตัวอย่างของการให้บริการในกลุ่ม Financial Inclusion อย่าลืมติดตามตัวอย่างกรณีศึกษาที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่นี่เช่นเคย

อ้างอิง:

http://english.creditease.cn

https://www.safaricom.co.ke/personal/m-pesa

https://www.brookings.edu/project/the-financial-and-digital-inclusion-project/

https://www.money2020.com

Digital Ventures