Digital Ventures

Back to blog

เรียนรู้กลยุทธ์ใหม่ของ CVC (Corporate Venture Capital) ในยุค Deep Tech โดย Digital Ventures

DIGITAL VENTURES พฤษภาคม 25, 2018 3:40 AM

3,410

เราพูดถึงการลงทุนในรูปแบบ Corporate Venture Capital หรือ CVC มาตลอดตั้งแต่เมื่อปี 2016 จากการลงทุนและร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธกับ Startup 800 ราย และ Ventures Capital 60 แห่ง จาก 29 ประเทศทั่วโลก เมื่อเวลาผ่านไปเกือบ 2 ปี ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจฐานความรู้ที่มีเทคโนโลยีชั้นสูงเป็นตัวขับเคลื่อน กลยุทธ์ใหม่ๆ จึงต้องเติบโตตามให้ทันยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

ล่าสุด Digital Ventures ก็ได้ประกาศเพิ่มงบลงทุนอีก 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยในงานแถลงข่าว คุณพอล พลภัทร อัครปรีดี Managing Director, Corporate Venture Capital แห่ง Digital Ventures และ ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส Chief Financial Officer and Chief Strategy Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ร่วมกันอัพเดทข้อมูล ภาพรวมการลงทุนที่ผ่านมา รวมไปถึงแนวคิดที่น่าสนใจเกี่ยวกับกลยุทธ์ใหม่ๆ ของ CVC

ซึ่งเราขอขยายภาพให้ชัดเจนยิ่งขึ้นจากวันแถลงข่าวประกาศเพิ่มเงินลงทุนของ Digital Ventures ที่ผ่านมาให้ทุกท่านได้ติดตามกัน

อัพเดทความเคลื่อนไหวและตัวเลขของ CVC ในช่วง ปีที่ผ่านมา

จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทำให้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา Corporate Venture Capital กำลังมีบทบาทในฐานะผู้ลงทุนด้านนวัตกรรมทั่วโลกมากขึ้น โดยคุณพอลได้สรุปเทรนด์ของ CVC ทั่วโลกที่ผ่านมาไว้ดังนี้

  • ในปี 2016 ทั่วโลกมี Corporate Investor มากถึง 965 หน่วยงาน โดยเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 3 เท่า

  • Corporate ชั้นนำในกลุ่ม Fortune 100 มีการจัดตั้ง CVC และ Corporate Investor ถึง 75 เปอร์เซ็นต์

  • สัดส่วนการลงทุนใน Startup ของ CVC นั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี 2013-2016 มีจำนวนการลงทุนเพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ และมียอดเงินลงทุนเพิ่มขึ้นถึง 32 เปอร์เซ็นต์

  • การลงทุนใน Startup ยังเพิ่มโอกาสทำกำไรด้วย ซึ่งนวัตกรรมของ Startup ทำรายได้ต่อสิทธิบัตร (Patent per Dollar) มากกว่านวัตกรรมที่พัฒนาภายในองค์กรถึง 3 เท่า

บทบาทและความสำคัญของ Corporate Venture Capital กับการรับมือ Disruptive Technology

ขอเกริ่นถึงความหมายของ CVC เบื้องต้นกันก่อน โดยคุณพอล อธิบายว่า CVC จะเน้นทั้งผลกำไรและประโยชน์เชิงกลยุทธ์ของ Corporate เช่น การเข้าถึงและมีสิทธิ์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านธุรกิจ โดยสามารถลงทุนทั้งใน Startup โดยตรง หรือลงทุนผ่าน Ventures Capital ที่เป็นพันธมิตรกันได้ จะเห็นได้ว่าการมุ่งเป้าไปที่ผลตอบแทนเชิงกลยุทธ์ไปพร้อมๆ กับผลกำไร เป็นสิ่งที่ทำให้ CVC แตกต่างจากการลงทุนประเภทอื่น

ในยุคที่ Disruptive Technology มาเคาะประตูบ้านเรา บทบาทที่สำคัญของ CVC คือการผลักดัน Startup Ecosystem และ Innovation Ecosystem ด้วยการสนับสนุนผู้ประกอบการและผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมในหลายๆ ด้านเพื่อให้พวกเขาประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ ซึ่งการสนับสนุน Startup มีความเสี่ยงสูง แต่ก็เป็นทางรับมือ Disruptive Technology ที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วที่สุด

“ถ้าองค์กรไม่รับความเสี่ยงเพื่อก้าวขึ้นไป คนอื่นจะใช้เทคโนโลยีมา Disrupt ธุรกิจแทนเรา - พลภัทร อัครปรีดี Managing Director, Corporate Venture Capital ของ Digital Ventures”

ดร.อารักษ์ กล่าวว่า Digital Ventures เป็น Corporate Venture Capital ที่เกิดขึ้นเป็นลำดับแรกๆ ในประเทศไทย ขณะที่มีเงินลงทุนตั้งต้น 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยตั้งใจเพื่อเรียนรู้การทำงานของ VC กับ CVC ที่เหมาะสมไปจนถึงการสร้าง Startup Ecosystem และการเข้าถึงนวัตกรรมและผู้พัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ต่อไป

กลยุทธใหม่ๆ ของ CVC ที่ช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมในประเทศไทย

กลยุทธการลงทุนของ CVC แต่ละรายล้วนแตกต่างกันตามวัตถุประสงค์และ Industry ที่องค์กรนั้น Focus แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมีแกนหลักใกล้เคียงกันคือการลงทุนร่วมกับ VC เพื่อเข้าถึง Startup และ Community การลงทุนโดยตรงกับ Startup ที่มี Product และ Solution ที่พร้อมใช้งาน และการบ่มเพาะ Startup ในประเทศเพื่อสร้าง Ecosystem ในตลาดของตัวเองให้พร้อม

คุณพอลกล่าวถึงกลยุทธ์ของ Digital Ventures ที่มีเป้าหมายชัดเจนเพื่อนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาผลักดันธุรกิจด้านการเงินและเศรษฐกิจของประเทศไทยไปพร้อมกัน ตัวอย่างเช่น

  • จับมือใน Venture Capital ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก การจับมือกับ VC ช่วยให้เข้าถึง Community ที่แข็งแรงและมีโอกาสสร้างผลกำไร โดยตัวอย่างของ VC ที่เป็นพันธมิตร เช่น Golden Gate Ventures กองทุน Startup ชั้นนำของ South East Asia เน้นการลงทุนใน Startup ระดับ Early Stage, Nyca Partner VC ด้าน Fintech ชั้นนำจากสหรัฐฯ รวบรวมเอาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินจาก Wallstreet และผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมจาก Silicon Valley ไว้ด้วยกัน และ Arbor Ventures VC จากประเทศฮ่องกงที่เชี่ยวชาญการลงทุนในด้าน Fintech โดยลงทุนอย่างครอบคลุมทั้งในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา

  • ลงทุนใน Startup ทั้งในไทยและทั่วโลกโดยตรง การลงทุนใน Startup ที่มีศักยภาพด้านการพัฒนานวัตกรรมช่วยเพิ่มขีดการแข่งขันของประเทศและโลกได้ ซึ่งตัวอย่างของ Startup ที่เราเข้าไปร่วมลงทุนและพัฒนา Product หรือ Solution ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ได้แก่ Ripple บริษัทผู้พัฒนาบริการผ่านเทคโนโลยี Blockchain, IndoorAtlas ผู้พัฒนาเทคโนโลยีระบุพิกัดภายในอาคารจากฟินแลนด์ หรือ 1QBit Startup ที่พัฒนา Software สำหรับ Quantum Computing และ Quantum Simulator เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าแต่ละรายล้วนมีเทคโนโลยีที่น่าสนใจที่จะสามารถนำมาต่อยอดพัฒนาบริการและโครงสร้างขององค์กรได้ สำหรับในประเทศไทยนั้น มีความเคลื่อนไหวที่เห็นได้ชัดเจนอยู่แล้วในการสนับสนุน Startup และทีมต่างๆ ที่สนใจพัฒนานวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็น Digital Ventures Accelerator โครงการบ่มเพาะ Startup ในประเทศไทยที่เน้นหานวัตกรรมที่น่าสนใจโดยไม่จำกัดอุตสาหกรรม โดยปัจจุบันจัดมาแล้ว 2 รุ่น และล่าสุด  คือ U.REKA โครงการบ่มเพาะ Startup ด้าน Deep Tech ที่ Digital Ventures ร่วมมือกับภาคการศึกษา 7 มหาวิทยาลัยและภาคเอกชน เพื่อเป็น Platform สำหรับการนำความรู้จากการวิจัยขั้นสูงมาต่อยอดเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการแข่งขันได้จริง

ดร. อารักษ์ ยังกล่าวเสริมว่าการเพิ่มเงินลงทุนให้ Digital Ventures รวมเป็น 100 ล้านเหรียญ เป็นผลมาจากการเก็บเกี่ยวที่ผ่านมาซึ่งทำให้ Digital Ventures พร้อมสำหรับขั้นต่อไป โดยจะเน้นเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน Startup โดยตรง ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มโอกาสทำกำไรมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการสานสัมพันธ์กับ Startup ที่แนบแน่น ช่วยให้การผลักดัน Ecosystem ง่ายขึ้นด้วย

  • ขยายสาขาในการลงทุนไปสู่ Deep Tech มุ่งพัฒนาตั้งแต่ฐานรากเพื่อเพิ่มขีดการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจฐานความรู้

ก่อนหน้านี้ CVC อย่าง Digital Ventures เน้นการลงทุนในส่วนที่เป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วย FinTech หรือเทคโนโลยีด้านการเงิน แต่ด้วยกลยุทธ์ล่าสุด คุณพอลกล่าวว่าการลงทุนในเทคโนโลยีสาขาอื่นๆ ที่กว้างขึ้นจาก FinTech จะช่วยพัฒนา Infrastructure ขององค์กรให้ดีขึ้นได้ และยังเป็นการเปิดโอกาสให้กับประเทศไทยให้ได้เข้าถึงเทคโนโลยีชั้นสูงหรือ Deep Technology อย่าง Blockchain, Quantum Computer, Artificial Intelligence และอื่นๆ ซึ่ง Deep Technology นับเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศในยุคของเศรษฐกิจฐานความรู้และเพื่อศักยภาพในการสร้างความเปลี่ยนแปลงทั้งในระบบเศรษฐกิจและการทำธุรกิจในอนาคต

หวังว่า Blog นี้จะทำให้ทุกคนเข้าใจภาพรวมของ CVC ล่าสุดในดียิ่งขึ้น และได้มองเห็นกลยุทธ์ใหม่ๆ และการเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อเข้าสู่ยุค Deep Tech และเชื่อว่าจะมีความร่วมมือที่เกิดขึ้นใหม่