Back to Blogs

DVAb0 Knowledge Sharing : “ธุรกิจ Startup ควรบริหารจัดการการเงินอย่างไร?” โดย Peer Power (1/2)

มีนาคม 14, 2017 4:29 AM
views
dva-team-knowledge-sharing-peerpower-01-1

ผ่านไปแล้วกว่า 5 เดือนสำหรับโครงการ Digital Ventures Accelerator Batch 0 หรือ DVAb0 ซึ่งเหล่า Startup แต่ละทีมก็ได้เข้าคอร์สต่างๆเพื่อเพิ่มทักษะความสามารถในการทำธุรกิจผ่านคอร์สจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ที่ทั้งเป็นเมนทอร์ประจำและที่ได้รับเกียรติมาให้คำแนะนำแบบ exclusive

แต่นอกจากความรู้และเทคนิคที่ได้เรียนจากผู้เชี่ยวชาญแล้ว ทีม Startup DVAb0 ยังมี DVAb0 Knowledge Sharing ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างทีม Startup ด้วยกันเอง โดยแต่ละทีมจะมีความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ที่แตกต่างกันออกไป เมื่อได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่อยอดให้ทุกทีม ซึ่งครั้งนี้ทีม Peer Power ได้แชร์ความรู้ที่อ้างอิงจากหนังสือ Entrepreneurial Finance – Professor Steven Rogers อาจารย์ประจำ Harvard Business School (H.B.S.) กับประเด็นที่ว่า “ธุรกิจ Startup ควรบริหารจัดการการเงินอย่างไร?”

  • ทำความเข้าใจสถานการณ์ทางการเงิน
    ผู้ประกอบการจำเป็นต้องวางแผนตนเองเพื่อการปรับตัวเข้ากับอนาคตที่กำลังจะมาถึง หรือการเอาตัวรอดจากสถานะทางการเงินในปัจจุบันของตน หากเราไม่สามารถจัดการสิ่งเหล่านี้ได้ เราก็จะไม่สามารถจัดการกับองค์กรต่างๆที่จะมาตรวจสอบเราได้
  • “Financial discipline is a habit.” สร้างวินัยทางการเงินให้เป็นนิสัย

ผู้ประกอบการควรรู้จักจัดระเบียบทางการเงินอยู่เสมอจนเป็นนิสัย เช่น การทำ check list, รู้จักหา Outsource มาช่วยแบ่งเบาภาระหากไม่สามารถจัดการด้วยตัวเองได้, เลือกใช้เครื่องมือที่ดีเป็นตัวช่วย, ทำรายการรายรับ-รายจ่าย และเสียภาษี

  • Tech startup ต้องไม่พลาดเรื่องการงบการเงิน หรือ Finance statements โดยเฉพาะ Cash flow
    การทำงบการเงินมีประเด็นสำคัญๆ อยู่ 4 ข้อ คือ
    งบดุลทางการเงิน (Balance sheet) เป็นส่วนที่ผู้ประกอบการมักให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ซึ่งงบดังกล่าวนี้จะจัดทำในระดับบริษัท (มหาชน) หรือใหญ่กว่า ด้วยการทำงบดุลการเงินเป็นงานที่มีความละเอียดและใช้เวลานานกว่าจะเสร็จเรียบร้อย ถือเป็นจุดสุดท้ายของการทำรายงานการเงิน
    2. งบกำไรขาดทุน (The Income Statement) เป็นสิ่งที่แรกที่คนทั่วไปจะเข้าถึงได้ โดยสิ่งที่ควรระวังเป็นพิเศษในการทำงบกำไรขาดทุน คือ Accrual หรือความเหลื่อมในเรื่องเวลา
    3. งบกำไรสะสม (Statement of Changes in Owner’s Equity) เป็นการบอกการเปลี่ยนแปลงระหว่างงวดกำไรสะสม ซึ่งในส่วนนี้อาจจะยังมีการใช้งานไม่มากนักในธุรกิจ Startup
    4. งบกระแสเงินสด (Statement of Cash Flow) เหมาะสำหรับผู้บริหารหรือผู้จัดการ เนื่องจากจะบ่งบอกข้อมูลของเงินสดที่ทำกิจกรรมค่อนข้างครบถ้วนและชัดเจน และสัมพันธ์กับการคำนวณภาษีที่เราต้องชำระอีกด้วย อย่างเช่น กรณีที่มีความเหลื่อมล้ำของเวลา หากมีรายได้เข้ามาในบัญชีแต่ยังไม่สามารถเก็บเงินสดได้ก็ไม่ควรลงรายการในงบกระแสเงินสดก่อน เพราะมีการคำนวณภาษีในส่วนนี้ หากเก็บเงินไม่ได้ จะทำให้เกิดปัญหาในส่วนที่ต้องเรียกคืนภาษี

ติดตามเนื้อหาเกี่ยวกับการเงินที่น่าสนใจตอนต่อไปของ PeerPower ได้ในเร็วๆ นี้

dvab0-peerpower-logo

PeerPower แพลตฟอร์มสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคลผ่านระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ (Peer-to-Peer Lending)

 

Digital Ventures