Digital Ventures

Back to blog

Deep Tech Startup กับนวัตกรรมยกระดับเศรษฐกิจประเทศไทยคืออะไร มุมมองจากทีม DVAb1 – Juiceinnov8 และ Meticuly

DIGITAL VENTURES มีนาคม 28, 2018 11:00 AM

3,264

สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบันถูกมองว่ากำลังติดหล่มรายได้ระดับกลาง ซึ่งทำให้การแข่งขันด้านเศรษฐกิจกับประเทศอื่นๆ ทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆ แต่สิ่งหนึ่งที่จะสามารถยกระดับความสามารถการแข่งขันของประเทศไทยคือการพัฒนานวัตกรรมในระดับ Deep Tech นั่นเอง ซึ่งวันนี้ Digital Ventures จะพาไปพบกับคุณเอิ๊ก ชนม์ชญงค์ ไตรรัตน์เกยูร CEO และ Co-Founder ของ Juiceinnov8 กับ ผศ.ดร บุญรัตน์ โล่วงศ์วัฒน Co-Founder ของ Meticuly ผู้ประกอบการ Deep Tech Startup ในโครงการ Digital Ventures Accelerator Batch1 หรือ DVAb1 ที่จะพาเราไปทำความรู้จักว่า Deep Tech คืออะไร พวกเขานำมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจอย่างไร รวมถึงสถานการณ์ในประเทศไทยกับเรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง

จากการพูดคุยกับคุณเอิ๊ก จาก Juiceinnov8 และ อ.บุญรัตน์ จาก Meticuly นิยามของ Deep Tech ของทั้งสองท่านเป็นไปในแนวทางเดียวกัน โดยมองว่า Deep Tech คือ Startup ที่มีขบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยอาศัยวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมขั้นสูงเข้ามาช่วยในการพัฒนาโซลูชั่นเพื่อแก้ปัญหาสิ่งที่มีอยู่ในตลาด ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มีขั้นตอนค้นคว้าวิจัยและพัฒนาที่ซับซ้อนกว่าทั่วๆ ไป อาจมองว่าเป็นอีกขั้นหนึ่งของ Startup ทั่วไปก็ได้ ฟังแล้วอาจดูซับซ้อนในเชิงการพัฒนา แต่ในเชิงของผลิตภัณฑ์ก็ต้องพัฒนา Interface ที่ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ง่าย ยกตัวอย่างเช่น Search Engine ของ Google ซึ่งใช้ Process ที่ซับซ้อนมีอัลกอริทึมเชิงลึกมากมาย แต่ในแง่ผู้ใช้อย่างเราๆ Interface ที่เห็นอยู่คือการป้อน keyword เข้าไปแล้วได้ผลลัพธ์ออกมา

สำหรับข้อดีของ Deep Tech ทั้ง 2 ท่าน เห็นตรงกันคือความซับซ้อนของกระบวนการพัฒนาป้องกันการลอกเลียนแบบได้ดี ผู้ที่เข้าแข่งขันในธุรกิจนี้ต้องมีความรู้ความสามารถเฉพาะทางระดับหนึ่ง เมื่อประกอบกับระบบสิทธิบัตรทรัพย์สินทางปัญญา ก็ยิ่งทำให้การแข่งขันเป็นธรรมมากขึ้น

Landscape ของ HealthTech และ FoodTech ของประเทศไทยเป็นอย่างไร

เริ่มที่ด้าน HealthTech โดย อ.บุญรัตน์ จาก Meticuly โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน

1) ด้านการเข้าถึงการรักษาด้านการเข้าถึงนั้นนับว่าดีขึ้นมาก เพราะบ้านเรามีผู้พัฒนาแอปพลิเคชันรองรับมากมาย ช่วยให้คนไข้เข้าถึงหมอง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น Telemedicine หรือระบบแพทย์ทางไกลหรือ Ooca แอปพลิเคชั่นสื่อสารนักจิตวิทยาและจิตแพทย์ซึ่งเป็นอีกหนึ่ง Startup ในโครงการ DVAb1 แต่กระนั้น แพทย์บางสาขาก็ไม่สะดวกที่จะใช้บริการรูปแบบนี้ ซึ่งต้องปรับปรุงรูปแบบเพื่อพัฒนาคุณภาพการเข้าถึงกันต่อ

2) ด้านทรัพยากรที่ใช้รักษา

ปัจจุบันอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในประเทศ โดยเฉพาะพวกที่ใช้เทคโนโลยี มีข้อจำกัดมากมาย ทั้งราคาที่สูงเพราะตัองนำเข้าจากต่างประเทศ บางชิ้นต้องใช้เวลาในการรอคอยค่อนข้างนาน โดยเฉพาะ รพ ต่างจังหวัด มักมีปัญหาและข้อจำกัดเรื่องการเข้าถึงอุปกรณ์การแพทย์เหล่านี้. ถ้ารัฐและผู้ประกอบการไทยหันมาช่วยกันผลักดันอุปกรณ์การแพทย์ deep tech จะช่วยให้โรงพยาบาลและผู้ป่วยเข้าถึงอุปกรณ์การแพทย์ที่ดีขึ้น ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น ประหยัดขึ้น และยังช่วยลดภาระประเทศชาติจากการขาดดุลการค้าจากการนำเข้าได้ไม่น้อย


 

ทางด้านคุณเอิ๊ก จาก JuiceInnov8 ก็พูดถึงด้าน FoodTech และ AgriTech ในประเทศไทยว่าการเพิ่มมูลค่าด้วยการพัฒนา Deep Tech จะช่วยให้เติบโตอย่างยั่งยืน คุณเอิ๊กมองว่าแม้ปัจจุบันเรามีนโยบายที่จะวางตัวเป็นครัวของโลก แต่จริงๆแล้วเรายังเป็นแค่ผู้ผลิตวัตถุดิบในต้นน้ำ ที่ยังไม่ได้มีการสร้างมูลค่าเพิ่มใดๆกับสินค้าของเรามากนัก ซึ่งอาจทำให้เราติดกับดับเป็นได้แค่ Commodity producer ตลอดไป และจะทำให้แข่งขันกับประเทศอื่นยากขึ้นเรื่อยๆในอนาคต

นอกจากนี้ แม้ว่าเราจะคิดว่าเราเป็นประเทศเกษตรกรรมชั้นนำของโลก แต่จริงๆแล้ว Deep Tech Startup ในฝั่ง FoodTech และ AgTech ในต่างประเทศได้เริ่มพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆที่นำหน้าประเทศเราไปไกลมาก เช่นในด้าน Novel Farming ที่มีการใช้ Robotics, Blockchain และ Sensors เข้ามาช่วย ไปจนถึง Soil Analytics ซึ่งคือการทดสอบจุลชีวะในสภาวะแวดล้อม(Microbiome)ของดินเพื่อปรับคุณภาพดิน ส่วนในด้าน FoodTech ก็มีอาหารแห่งอนาคต (Future Food) ทั้งเนื้อสัตว์ที่ทำมาจากพืช (Plant-based meat) และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Cultured meat) ที่อาจส่งผลต่อผู้ผลิตวัตถุดิบของเราไทยในไม่อีกกี่สิบปีข้างหน้า

ประเทศไทยมีอาจารย์และนักวิจัยที่มีความสามารถไม่ต่างจากประเทศชั้นนำอื่นๆ เรามีองค์ความรู้งานวิชาการที่ค่อนข้างพร้อม ขาดแต่การสนับสนุนในการหยิบมาพัฒนาต่อยอดให้ใช้ได้จริง การส่งเสริมให้งานวิจัยในด้าน Deep Tech ทั้งหลาย สามารถนำมาพัฒนาต่อให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการได้จริง จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้อย่างมาก” - คุณเอิ๊ก JuiceInnov8

เทคโนโลยีแกนหลักที่ทำให้แต่ละทีมกลายเป็น Deep Tech Startup คืออะไร

เพื่อให้ทุกท่านเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า Deep Tech คืออะไร เราจึงขอให้แต่ละทีมนำเสนอเทคโนโลยีแกนหลัก หรือ Key Technology ที่เป็น Deep Tech ของแต่ละทีมกัน

เริ่มที่ JuiceInnov8 ได้นำเทคโนโลยีในด้าน Biotech และ Foodtech พัฒนากระบวนการลดน้ำตาลในน้ำผลไม้ด้วยจุลินทรีย์จากธรรมชาติ กับ Advanced Chemical Engineering สำหรับจำลองและออกแบบกระบวนการผลิตจากขนาดต้นแบบไปสู่ระดับอุตสาหกรรม

ส่วน Meticuly หลักๆ แล้วใช้เทคโนโลยี 3 อย่าง ได้แก่ Image Processing สำหรับสร้างภาพจำลองชิ้นส่วนกระดูก, Material Engineering สำหรับการสร้างวัสดุที่เหมาะกับร่างกาย และ 3D Printing เพื่อผลิตชิ้นส่วนออกมาใช้งานเป็นขั้นตอนสุดท้าย นอกจากนี้ ยังมีการผสานข้อมูลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไปด้วย

ทำไมประเทศไทย ต้องสนใจ Deep Tech แล้วเรายังต้องเสริมอะไรเพื่อให้สำเร็จ

ความเห็นที่น่าสนใจก็คือ Deep Tech ช่วยผลักดันประเทศไทยจากประเทศเศรษฐกิจระดับรายได้ปานกลางสู่เศรษฐกิจรายได้สูงได้ ซึ่งมีประโยชน์กับองค์กรธุรกิจทุกระดับตั้งแต่ Startup จนถึงองค์กรขนาดใหญ่ โดยสินค้าหรือบริการจากการนำ Deep Tech มาใช้นอกจากจะลอกเลียนแบบวิธีการได้ยากกว่าแล้ว จะส่งเสริมให้เกิดสังคมแห่งนวัตกรรมที่เติบโตอย่างยังยื่น

แต่สิ่งที่ยากมากกว่าคือการผลักดันให้ Deep Tech เกิดขึ้นในประเทศไทยและสร้าง Ecosystem ให้สมบูรณ์ในประเทศไทยได้อย่างไร?

ในส่วนของภาครัฐ อ.บุญรัตน์ มองว่า ภาครัฐสามารถขับเคลื่อนให้ Deep Tech เกิดขึ้นในประเทศไทยได้ โดยออกนโยบายส่งเสริมที่เหมาะสมกับการพัฒนา Deep Tech ด้วยทุนและระยะเวลารับผลงานที่เหมาะสม รวมไปจนถึงพื้นที่ทดลองหรือ Sandbox เพื่อทดสอบความเป็นไปได้ของนวัตกรรมนั้นๆ

ส่วนมุมขององค์กรหรือ Corporate คุณเอิ๊กเผยว่า Deep Tech เป็นทางรอดเดียวของ Corporate ในไทยในการแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดโลก แต่เนื่องจาก Corporate ส่วนมากมีขนาดใหญ่ทำให้การดำเนินแต่ละขั้นตอนและการตัดสินใจช้า ช่วงที่ผ่านมาเราจึงได้เห็นนวัตกรรม Deep Tech ที่เกิดขึ้นโดย Startup ซึ่งมีความคล่องตัวกว่า โดยเฉพาะในต่างประเทศที่ Startup ได้รับการสนับสนุนจาก Corporate อีกที ดังนั้นหากบริษัทใหญ่ให้ความร่วมมืออย่างยุติธรรม Startup ก็จะสามารถผลักดันนวัตกรรมของตัวเองจนออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น ส่วน Corporate ก็ได้นวัตกรรมมาที่ตอบสนองกับความต้องการอุตสาหกรรมของตัวเองมาใช้งานด้วย ทุกฝ่ายก็ได้ประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริง

จากมุมมองของ Startup ที่เน้นเรื่อง Deep Tech ในโครงการ DVAb1 ได้กล่าวมาทั้งหมด เชื่อได้ว่า Deep Tech จะเป็นแนวคิดที่ช่วยผลักดันศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยได้อย่างยั่นยืนมากขึ้น ซึ่งเราก็หวังว่าจะมี Deep Tech Startup สัญชาติไทยได้รับการสนับสนุนจาก Tech Ecosystem มากขึ้น จนเติบโตในระดับโลกได้ในอนาคตอันใกล้นี้