Back to Blogs

การลงทุนมีความเสี่ยง สิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนลงทุนใน Cryptocurrency

สิงหาคม 28, 2017 5:09 PM
views
cryptocurrency

ต้องบอกว่าปี 2017 ถือเป็นปีทองของ Bitcoin และสกุลเงินดิจิทัลกลุ่มที่เรียกว่า cryptocurrency ทั้งหลาย เพราะราคาแลกเปลี่ยนเป็นเงินจริงถีบตัวสูงขึ้นหลายเท่า จนเกิดความสนใจการในลงทุนกับสกุลเงินเหล่านี้มากขึ้นมาก

ผมวัดกระแสความสนใจใน Bitcoin จากคนรู้จักรอบตัว ช่วงหลังเวลาไปไหนมาไหน เจอคนรู้จักหรือเพื่อนเก่า ก็มักจะได้รับคำถามซ้ำๆ กันเสมอว่า “ควรลงทุนใน Bitcoin หรือไม่”

ยิ่งบวกกับช่วงหลังเริ่มมีแนวคิดการระดมทุนแบบ ICO (Initial Coin Offering) หรือสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ใช้วิธี “ขายคอยน์” เพื่อแลกกับเงินจริง แล้วนำเงินจริงไปลงทุนจ้างคนหรือพัฒนาบริการของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งหลายโครงการก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก ระดมเงินได้เป็นหลักหลายสิบหรือหลายร้อยล้านดอลลาร์ เนื่องด้วยผู้ซื้อมองว่า “คอยน์” เหล่านี้จะมีมูลค่าสูงขึ้นอีกมากในอนาคต จึงยินดีจ่ายเงินราคาแพงเพราะมองว่านี่คือ “การลงทุน”

ในสภาวะตลาดเงินดิจิทัลขาขึ้นแบบนี้ ลงทุนกับอะไรก็ดูจะทำกำไรกันถ้วนหน้า แต่ต้องไม่ลืมว่าการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ บทความนี้จึงเขียนขึ้นเพื่อเป็น “คำเตือน” ให้ทุกท่านรับทราบก่อนกระโจนเข้าสู่วงการเงินดิจิทัลครับ

crypto-bitcoin

1) รู้จัก Cryptocurrency ให้ถ่องแท้ก่อนลงทุน

อันนี้เป็นเรื่องพื้นฐานแต่ต้องย้ำกันเสมอ เพราะไม่ว่าสนใจลงทุนในเงินดิจิทัลสกุลไหนก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเข้าใจกระบวนการทำงานของมันอย่างถ่องแท้ก่อนว่ามันคืออะไร มันทำงานอย่างไร

สกุลเงินดิจิทัลมีพื้นฐานมาจากการเข้ารหัส (cryptography) ที่ยอมรับกันในตอนนี้ว่าปลอมแปลงไม่ได้ ทำซ้ำไม่ได้ มันเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าเงินดิจิทัลของเรามีตัวตนอยู่จริงๆ แต่กระบวนการเข้ารหัสมีความซับซ้อนสูง ต้องใช้ความรู้ความเข้าใจทางคณิตศาสตร์และคอมพิวเตอร์พอสมควร ตัวอย่างการแยกสาย Bitcoin ออกเป็น Bitcoin Cash และ SegWit2x ที่เป็นเรื่องทางเทคนิคมากๆ คนที่ไม่ได้ติดตามอาจงงในความซับซ้อนได้

ผู้ที่สนใจลงทุนควรให้เวลาศึกษาตรงนี้ให้มากเข้าไว้ เพื่อที่จะรู้ทัน “กูรู” หรือ “ที่ปรึกษาด้านการลงทุน” ที่อาจอวดตัวว่ารู้เรื่องเงินดิจิทัลดีกว่าเรา

2) เงินดิจิทัลหายได้ ถูกขโมยได้

เมื่อเราลงทุนในสินทรัพย์อย่างทอง เราได้ทองแท่งมาเก็บไว้จริงๆ (หรือไม่ก็ได้ตั๋วทองจากผู้ค้าที่น่าเชื่อถือพอ) แต่การลงทุนในเงินดิจิทัล เราไม่ได้หลักฐานยืนยันทางกายภาพมาเก็บไว้เลย ยกเว้นรหัสดิจิทัลที่เป็นการยืนยันความเป็นเจ้าของเงินเท่านั้น รหัสเหล่านี้ไม่ต่างอะไรจากไฟล์บนคอมพิวเตอร์ ที่เรามีโอกาสทำหายได้ง่ายๆ (เช่น ฮาร์ดดิสก์พัง หรือฟอร์แมตเครื่อง) และมีโอกาสโดนขโมยได้แบบไม่ยากอะไร

เคยมีกรณีศึกษาเรื่องพิธีกรโชว์รหัสของ Bitcoin ผ่านจอทีวี และเปิดโอกาสให้แฮ็กเกอร์ที่มีความรู้ สามารถขโมยเงินก้อนนั้นได้เพียงแค่เห็นรหัสจากหน้าจอ ถึงแม้เงินก้อนนั้นจะไม่มาก (มูลค่าเป็นเงินจริง 20 ดอลลาร์) แต่ก็เป็นตัวอย่างที่ดีว่าเงินดิจิทัลสามารถถูกขโมยได้ ดังนั้นเราต้องเรียนรู้วิธีเก็บรักษามันไว้อย่างดี

3) เงินหายแล้วกู้กลับไม่ได้

เนื่องจากเงินดิจิทัลมีพื้นฐานมาจากการเข้ารหัส ที่ไม่สามารถทำซ้ำได้ ดังนั้นถ้าเราทำกุญแจถอดรหัสเงินหายไป เงินก้อนนี้จะไม่มีใครสามารถอ้างความเป็นเจ้าของได้อีกตลอดกาล ตรงนี้มีเรื่องกันมาเยอะแล้วกับคนที่ลงทุนใน Bitcoin สมัยแรกๆ แล้วไม่ได้สนใจมันอีกเลย จากนั้นเปลี่ยนเครื่องคอมหรือทำเครื่องเก่าพังโดยไม่ได้แบ็คอัพข้อมูลไว้ แล้วก็ต้องมาเสียดายมูลค่ามหาศาลของ Bitcoin ในอีกหลายปีให้หลัง ที่เราไม่สามารถทำอะไรกับมันได้เลย

4) ไม่มีหน่วยงานกลางคอยกำกับดูแล มีปัญหาพึ่งพาใครไม่ได้เลย

การลงทุนในหุ้น เรายังมีหน่วยงานของรัฐอย่าง ก.ล.ต. คอยกำกับดูแล และคอยให้ความคุ้มครองเราถ้าหากโดนโกง แต่ในโลกของ cryptocurrency ออกแบบด้วยแนวคิดกระจายศูนย์อย่างแท้จริง ไม่มี (และไม่สามารถมี) คนกลางมาคอยกำกับดูแลได้ ดังนั้นถ้าเราถูกโกงหรือถูกขโมยเงินไป ก็ไม่มีทางออกอื่นใดนอกจากทำใจ ว่าเสียรู้อีกฝ่ายไปแล้ว

5) ความน่าเชื่อถือขององค์กร เป็นสิ่งสำคัญ

การได้มาซึ่งเงินดิจิทัลมีหลายแบบ ตั้งแต่การ “ขุด” ด้วยตัวเอง การขุดเป็นทีม ไปจนถึงการซื้อด้วยเงินจริง ไม่ว่าเราจะเลือกวิธีไหน ส่วนใหญ่แล้วเราจะรับคอยน์มาผ่าน “ตัวกลาง” เช่น เว็บไซต์รับแลกเงิน (exchange) หรือผู้บริหารทีมขุด

กรณีของการระดมทุนคอยน์ยี่ห้อใหม่ๆ ผ่านกระบวนการ ICO ก็เป็นเช่นเดียวกัน คือ องค์กรสักรายนำเสนอขายคอยน์ผ่าน ICO โดยนำเสนอผลประโยชน์ที่จูงใจหลายๆ อย่าง

สิ่งที่ผู้ลงทุนควรตรวจเช็คให้มั่นใจคือ องค์กรที่ท่านทำธุรกรรมด้วยมีชื่อเสียงดี สามารถโปร่งใสตรวจสอบได้ เพราะถ้าหากมีปัญหาในอนาคตแล้ว การจะไปตามเอาเงินดิจิทัลคืนจากองค์กรเหล่านี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ และไม่สามารถพึ่งพาหน่วยงานรัฐใดๆ ได้

6) Cryptocurrency ยังอยู่ในสภาวะขาขึ้นครั้งแรก ยังไม่เคยผ่านช่วงขาลง

ตลาด Cryptocurrency ทุกยี่ห้อเพิ่งอยู่ในช่วงขาขึ้นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ตอนนี้ทำอะไรก็ดีไปหมด แต่ยังไม่มีใครในโลกเคยเห็นว่า “ขาลง” ของมันเป็นอย่างไร ดังนั้นการลงทุนต้องคำนึงถึงปัจจัยตรงนี้ให้มากเข้าไว้ ต้องมีมาตรการต่างๆ เตรียมพร้อมไว้เผื่อว่าวันที่ “ตลาดแตก” มาถึง เราจะได้รับมือได้อย่างมั่นใจ

7) ทุกคนเป็นหน้าใหม่ในโลกของ Cryptocurrency

ตลาด Cryptocurrency เป็นเรื่องใหม่มาก ดังนั้นกูรูหรือผู้เชี่ยวชาญทุกรายย่อมไม่ได้มีประสบการณ์ด้านนี้มากกว่าเรา “มากนัก” เช่น คงไม่มีใครสามารถอ้างได้ว่ามีประสบการณ์ลงทุนใน Bitcoin มาแล้วเกิน 10 ปี และไม่มีใครสามารถใช้เทคนิค “ดูกราฟ” มาพยากรณ์แนวโน้มของ Bitcoin ได้เหมือนกับดูกราฟหุ้น

ดังนั้นก่อนตัดสินใจลงทุนโดยการชักจูงของกูรูใดๆ ก็ตาม ควรคำนึงถึงเรื่องนี้เสมอ และตรวจสอบคำพูดหรือคำเคลมย้อนกลับด้วยความรู้ด้าน cryptocurrency ของเราเองอีกครั้ง

ขอบคุณภาพประกอบจาก farmfolio.net

Digital Ventures x Mark Blognone

มาร์ค Blognone นักเขียนสายเทคโนโลยีสายเข้มข้น และ ICT policy researcher ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ Blognone, SIU, 2baht.com และ brandinside.asia