Back to Blogs

มุมมองคนดังในโลกการเงินต่อฟองสบู่ Cryptocurrency

ตุลาคม 23, 2017 12:57 PM
views
1-4

ปี 2017 เป็นปีที่ตลาดเงินดิจิทัล (cryptocurrency) บูมอย่างมาก มูลค่าของเงินสกุลเหล่านี้เพิ่มขึ้นมหาศาล และแน่นอนว่ามีนักลงทุนเก็งกำไรเข้ามาเกี่ยวข้อง

ปรากฎการณ์ความนิยมใน cryptocurrency จึงส่งผลให้บรรดา “ผู้ยิ่งใหญ่” ของโลกการเงิน ทยอยออกมาให้ความเห็นต่อเรื่องนี้กันยกใหญ่ และสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากทั้งในเชิงบวกและลบ แต่มุมมองของคนดังส่วนใหญ่ก็คล้ายๆ กันคือมองว่าการพุ่งขึ้นของค่าเงิน cryptocurrency อันมี bitcoin เป็นหัวหอกนั้นเป็นเรื่องน่ากังวล แต่เทคโนโลยี blockchain ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังกลับเป็นประโยชน์และน่าสนับสนุน

คนดังคนแรกที่ออกมาเปิดหน้าลุยกับวงการ cryptocurrency คือ Jamie Dimon ซีอีโอของธนาคาร JPMorgan Chase ที่หลายคนอาจเคยเห็นข่าวกันไปแล้ว เพราะคอมเมนต์ของ Dimon เผ็ดร้อนดุดัน จนเป็นที่กล่าวขานไปทั่ว

ผมต้องย้อนความก่อนเล็กน้อยว่า JPMorgan Chase คือธนาคารเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ และเป็นธนาคารที่มีทรัพย์สินรวมเป็นอันดับ 6 ของโลก (4 อันดับแรกคือจีน อันดับห้าคือญี่ปุ่น ดังนั้นถือว่า JPMorgan Chase เป็นธนาคารฝรั่งรายใหญ่ที่สุดในโลกก็ได้) และ Jamie Dimon ก็คือผู้บริหารที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของยอดพีระมิดนี้ ด้วยสถานะของเขาแล้ว ความเห็นของ Dimon จึงเป็นที่น่ารับฟังอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ Dimon เองก็ยังเป็นผู้บริหารสายการเงินที่เข้าใจเรื่องเทคโนโลยีเป็นอย่างดี เขาโด่งดังจากการเตือนให้แวดวงการเงินระวังการแข่งขันจากบริษัทไอที (ประโยคทองของเขาคือคำว่า “Silicon Valley is Coming”)

Dimon ออกมาพูดถึง bitcoin ครั้งแรกในเดือนกันยายน 2017 โดยใช้ถ้อยคำค่อนข้างดุดันว่ามันคือการฉ้อโกง (fraud) และเปรียบเทียบว่ามันแย่ยิ่งกว่าฟองสบู่ทิวลิปของเนเธอร์แลนด์ในอดีต และมันจะถูกหน่วยงานภาครัฐเข้ามาควบคุมในไม่ช้า อย่างไรก็ตาม เขาสนับสนุนเทคโนโลยี blockchain ว่ามีประโยชน์ เพียงแต่ต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกว่าภาคการเงินจะนำมาใช้ได้อย่างเต็มที่

หลังจากนั้น Dimon ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ถึง bitcoin อีกหลายครั้ง แต่ก็มีใจความคล้ายๆ กัน แตกต่างกันแค่ในรายละเอียด

คนดังอีกคนที่ออกมาวิจารณ์ bitcoin คือ Ben Bernanke อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด (Federal Reserve) ซึ่งเคยเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลต่อระบบเศรษฐกิจโลกสูงเป็นอันดับแรก

ปัจจุบัน Bernanke เกษียณอายุจากงานภาครัฐแล้ว แต่ก็ยังรับงานด้านวิชาการอยู่ เขาเป็นคนดังอีกรายที่พูดถึง bitcoin ว่าเป็นเงินเสมือนที่พยายามหลบเลี่ยงการกำกับดูแลของภาครัฐ แต่กลับไม่ถูกนำไปใช้ในการทำธุรกรรมจริงๆ มากนัก ส่วนใหญ่แล้วเป็นการเก็งกำไรซะมากกว่า

Bernanke ยังมีแนวคิดคล้ายกับ Dimon ว่าในไม่ช้า หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินทั่วโลก จะออกมาตรการควบคุมเงินเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม เขาก็มองว่า blockchain เป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์ และจะช่วยให้วงการการเงินพัฒนาขึ้นไปอีก

การเตือนเรื่องฟองสบู่เก็งกำไร bitcoin และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ยังออกมาอย่างต่อเนื่อง ธนาคาร UBS ของสวิตเซอร์แลนด์ก็ออกรายงานวิเคราะห์ ฟันธงว่า bitcoin เป็นฟองสบู่เก็งกำไร (speculative bubble) และมีโอกาสน้อยที่เงินดิจิทัลเหล่านี้จะกลายเป็นสกุลเงินสามัญที่ใช้กันในวงกว้าง

เหตุผลของ UBS คือตอนนี้เกิดปริมาณการซื้อขายเงินดิจิทัล มากกว่าปริมาณธุรกรรมที่ใช้จ่ายเงินกันจริงๆ มาก นั่นแปลว่าผู้ซื้อมีเหตุผลว่าซื้อเพราะต้องการกำไร แต่ไม่ได้ซื้อเพื่อจะนำไปใช้งานจ่ายเงิน

อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ เงินดิจิทัลมีปริมาณไม่จำกัด เพราะสามารถสร้างเงินสกุลใหม่ออกมาได้เรื่อยๆ ส่งผลให้สมการด้านอุปทาน (supply) ผิดเพี้ยนไป เพราะเงินสกุลใดๆ มีโอกาสถูกแทนที่ด้วยเงินสกุลใหม่ได้เสมอ

ทั้งหมดนี้คือมุมมองของคนดังหรือสถาบันการเงินระดับโลกที่มีต่อ cryptocurrency ซึ่งผมมองว่าเป็นสิ่งที่น่ารับฟังเป็นอย่างยิ่งนะครับ

Digital Ventures x Mark Blognone

มาร์ค Blognone นักเขียนสายเทคโนโลยีสายเข้มข้น และ ICT policy researcher ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ Blognone, SIU, 2baht.com และ brandinside.asia