Digital Ventures

Back to blog

Contactless Payment อีกเส้นทางสู่สังคมไร้เงินสด

DIGITAL VENTURES กุมภาพันธ์ 28, 2018 2:57 PM

2,594

เมื่อก้าวสู่ยุคดิจิทัล ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสำคัญของเงินสดในอนาคตจะลดน้อยลง และจะถูกแทนที่ด้วยการใช้เทคโนโลยีในการทำธุรกรรมการเงินเพื่อรองรับสังคมเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นทุกวัน ในหลายๆ ประเทศรวมถึงประเทศไทยเริ่มที่จะมีการเปลี่ยนแปลงจากสังคมเงินสดไปสู่การใช้ระบบ E-Payment สำหรับใช้จ่ายหรือชำระค่าบริการในชีวิตประจำวันบ้างแล้ว โดยปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีที่ชื่อว่า ‘Contactless Payment’ มาใช้กันมากขึ้น เพื่อช่วยให้จ่ายเงินได้สะดวกและรวดเร็วกว่าเดิม วันนี้ลองมาดูกันว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะเป็นตัวขับเคลื่อน Cashless Society รวมถึงแก้ปัญหาทางการเงินที่มีอยู่ได้อย่างไร

ทำความรู้จักกับ Contactless Payment

Contactless Payment เป็นระบบการจ่ายเงินรูปแบบหนึ่ง ซึ่งอาศัยเทคโนโลยี RFID หรือ NFC เพียงแค่มาจ่อหรือแตะสัมผัสกับเครื่องอ่านเท่านั้น เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถใช้ได้ทั้งในรูปแบบบัตร เช่น บัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือ Smart Card อื่นๆ และใช้กับ Smartphone บางรุ่นได้

Contactless Payment เข้ามา Disrupt การธุรกรรมการซื้อขายรายย่อยแทนการใช้เงินสด เนื่องจากเป็นรูปแบบที่ง่ายและสะดวกรวดเร็ว จึงเริ่มทำให้คนหันมาพกเงินสดน้อยลงในหลายประเทศ ซึ่งในประเทศไทยเริ่มมีผู้ให้บริการบัตรเครดิตนำระบบดังกล่าวมาเริ่มทดลองใช้บ้างแล้ว

ตัวอย่างประเทศอังกฤษกับการขับเคลื่อนสังคมไร้เงินสดโดย Contactless Payment

ประเทศอังกฤษ นับว่าเป็นประเทศหนึ่งที่มีการใช้ Contactless Payment กันอย่างแพร่หลายมานานตั้งแต่ปี 2007 และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นในทุกปีอย่างก้าวกระโดด โดยดูได้จากกราฟด้านล่าง

จากงานวิจัยการเติบโตของตัวเลขการใช้งาน Contactless Payment  ในประเทศอังกฤษ พบว่ามีการใช้ Contactless Payment มากในร้านขายของชำ และตามมาด้วยร้านอาหารตามลำดับ โดยกลุ่มที่ขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงนี้คือกลุ่ม Millennials ที่มีแนวโน้มที่จะใช้ Contactless payment เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากสะดวกและตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของตน

ในปี 2017 ที่ผ่านมา ธุรกิจที่นำระบบ Contactless Payment ไปใช้งานสูงที่สุดคือ ธุรกิจเสื้อผ้าซึ่งนำไปใช้เพิ่มขึ้นถึง 321 เปอร์เซ็นต์ หรือ 3 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน ตามด้วยธุรกิจให้บริการลานจอดรถที่เพิ่มขึ้นกว่า 137 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเพิ่มศักยภาพของบริการจากระบบดังกล่าว ตามมาด้วยห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านจำหน่ายของขวัญ

ไม่ใช่แต่ผู้ใช้งานที่ได้ประโยชน์เท่านั้น Contactless Payment ยังช่วยกระตุ้นยอดขายของร้านค้าโดยตรง ซึ่งร้านค้า 1 ใน 3 ที่แนะนำการใช้ระบบ Contactless Payment จะมียอดขายมากกว่าร้านค้าทั่วไปถึง 30 เปอร์เซ็นต์ต่อวัน

ในทางกลับกัน แม้ว่าจะมีการรองรับระบบ Contactless Payment มากขึ้น แต่ปัจจุบันอังกฤษก็ยังกำหนดยอดใช้จ่ายต่อครั้งที่ 30 ปอนด์ ซึ่งบรรดาร้านค้ากำลังผลักดันให้เพิ่มเพดานที่ 50 ปอนด์ เพื่อรองรับลูกค้ากำลังซื้อที่สูงขึ้น

สำหรับแนวโน้มการเติบโต ผลการสอบถามชาวอังกฤษโดย Barclaycard ระบุว่า ชาวอังกฤษ 6 ใน 10 คน จะเลือกใช้ระบบ Contactless Payment หากร้านค้านั้นๆ รองรับ และยังประเมินว่าการใข้งานแบบ Touch and Go จะเพิ่มขึ้นอีก 3 เท่าตัว ในปี 2021

อีกขั้นของการบริจาคเงิน ง่ายดายกว่าเคยเพียงแค่  “แตะ”

ประเด็นที่น่าสนใจเป็นอย่างมากคือการนำระบบ Contactless Payment มาใช้ในการบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือโครงการต่างๆ ของประเทศอังกฤษ จากที่พบปัญหาในการรับบริจาคการกุศลว่าการรับเพียงแต่เงินสดทำให้การกระจายเงินไม่ทั่วถึง ทั้งยังมียอดเงินบริจาคลดลงมากกว่า 80 ล้านปอนด์ในปี 2017 ซึ่งอาจเป็นผลจากชาวอังกฤษกว่า 42 เปอร์เซ็นต์ยอมรับว่าพกเงินสดติดตัวน้อยลงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

ความต้องการระบบ Contactless Payment  ส่งผลให้เกิดสตาร์ทอัพที่เข้ามาช่วยในการบริจาคเงินเพื่อผู้ยากไร้และโครงการอื่นๆ เช่น Goodbox สตาร์ทอัพที่เข้ามาช่วยในการระดมทุนเงินบริจาคอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี Contactless Payment เข้ามาช่วยให้คนเข้ามามีส่วนร่วมได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยเป็น Hardware ที่สามารถ แตะบัตรเครดิตหรือเดบิตที่มีเทคโนโลยี RFID ชิปการ์ด ลงบนตัวเครื่องเมื่อต้องการบริจาค ซึ่งสตาร์ทอัพนี้ได้มีการจด License ไปเรียบร้อย

เนื่องจากระบบการจัดสรรเงินบริจาคของประเทศอังกฤษมีประสิทธิภาพสูงมาก โดยบรรดาผู้รับเงินจะสามารถใช้เงินผ่านบัตรเพื่อเข้าถึงสาธารณูประโภคขั้นพื้นฐาน เช่น อาหาร ห้องอาบน้ำ ที่พัก ไปจนถึงการอบรมอาชีพเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว ระบบดังกล่าวทำให้ผู้บริจาคเต็มใจมอบเงินมากขึ้นอยู่แล้ว เหลือเพียงแต่การสร้างวิธีบริจาคที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น

จากประสิทธิภาพดังกล่าวของ Goodbox ทำให้มีองค์กรจากประเทศต่างๆ สนใจนำทั้งหมดนี้ไปใช้ ประกอบไปด้วยองค์กรการกุศล 180 แห่ง พิพิธภัณฑ์ 40 แห่ง โรงพยาบาล 15 แห่ง และธนาคารอีกจำนวนหนึ่ง โดย Goodbox ประเมินว่าระบบ Contactless Payment จะช่วยเพิ่มยอดบริจาคให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยขึ้นได้ราว 24 เปอร์เซ็นต์

จะเห็นได้ว่า Cashless Society ถูกผลักดันให้เข้าใกล้ตัวเรามากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่การใช้งานประจำวันที่สะดวกสบายกว่าเดิม ไปจนถึงการปรับปรุงระบบบริจาคเงินจนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ถือได้ว่า Contactless Payment เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่จะผลักดันให้สังคมไร้เงินสดเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบได้ หากใครสนใจศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการผลักดันสังคมไร้เงินสด หรือ Cashless Society สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จาก  กรณีศึกษาจากฝั่งยุโรปกับการก้าวนำด้าน Cashless Society สังคมไร้เงินสด และ จับตาดูเทรนด์ Cashless Society ในเอเชียและมาตรการผลักดันสังคมไร้เงินสดของแต่ละประเทศ

 

ข้อมูลโดย

http://uk.businessinsider.com

http://www.bankingtech.com

https://www.finextra.com

https://www.goodbox.com