Digital Ventures

Back to blog

ประเทศจีนกับแนวคิดชาตินิยมทางเทคโนโลยี “Techno-Nationalism” สู่การผลิต Unicorn มากที่สุดในโลก

DIGITAL VENTURES กรกฎาคม 20, 2018 10:40 PM

2,564

เมื่อพูดถึงประเทศที่มีอิทธิพลทางด้านเทคโนโลยี ประเทศจีนน่าจะติดอันดับต้นๆ ที่ผู้คนมักนึกถึง ด้วยความรุดหน้าพัฒนาและมุ่งหวังที่จะเป็นผู้นำโลกด้านเทคโนโลยี ทำให้บริษัทด้านเทคโนโลยี รวมถึง Startup ในจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดดและประสบความสำเร็จกลายเป็น Startup ระดับ Unicorn มากมาย อีกทั้งยังได้รับการขนานนามว่าเป็น “Silicon Valley ของเอเชีย” อีกด้วย แน่นอนว่าประเทศจีนเดินหน้าพัฒนาในด้านนี้อย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่ใช้โครงสร้างกฎหมาย ไปจนถึงปลูกฝังแนวคิดอย่าง Techno-Nationalism ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สู่การเป็นผู้นำโลกด้านเทคโนโลยีของจีนด้วยเช่นกัน

  • ทำความเข้าใจแนวคิด Techno-Nationalism

เราน่าจะเคยได้ยินการที่ Google ถูก Block การใช้งานในประเทศจีน ส่วน Baidu ก็ได้รับการขนานนามว่า Chinese Google หรือแม้แต่การผูกขาดโปรแกรมแชทในจีนอย่าง Wechat มาบ้าง ในประเทศจีนมีศัพท์คำว่า Techno-Nationalism หรือ ชาตินิยมทางเทคโนโลยี หมายถึง การเข้าใจถึงเรื่องเทคโนโลยีว่ามีผลต่อสังคมและวัฒนธรรมของประเทศอย่างไรบ้าง เช่น รู้ถึงความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีว่าเป็นพื้นฐานสำคัญของการดำเนินงานต่างๆ ในประเทศ ตั้งแต่ภาคธุรกิจเล็กๆ ไปจนถึงโครงการที่มีความสำคัญระดับชาติได้ รวมถึงการป้องกันและปฏิเสธที่จะนำเอาเทคโนโลยีออกไปใช้นอกประเทศ หรือให้ชาติอื่นมาใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่สร้างขึ้นในประเทศด้วยเช่นกัน

ลักษณะของความเป็น Technological Nationalists นั้นจะมีความเชื่อว่า การทำงานวิจัยและประสิทธิภาพของงานวิจัยนั้นเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของการพัฒนาประเทศไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ความยั่งยืน หรือความมั่งคั่งของประเทศ และมองเห็นถึงความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีเหล่านั้นในประเทศมากกว่าการนำออกนอกประเทศหรือให้บุคคลชาติอื่นมาให้นั่นเอง

  • ด้วยแนวคิดแบบชาตินิยมทางเทคโนโลยี จีนมุ่งเป้าสร้าง Unicorn Startup ตั้งเป้าแตะ 200 ราย

ประเทศจีนมุ่งส่งเสริมแนวคิดชาตินิยมด้านเทคโนโลยีจนมุ่งหวังให้มี Unicorn (Startup ที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ขึ้นไป) หรือ Startup มาจดทะเบียนในประเทศให้ได้มากที่สุด โดยมีการตั้งเป้าไว้ที่จำนวน 200 ราย เพื่อขึ้นเป็นชาติที่มี Startup ระดับ Unicorn มากที่สุดในโลก โดยมีวิธีดำเนินการที่น่าสนใจดังนี้

- Government ออกแผนกลยุทธ์ดึงบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ กลับมาจดทะเบียนในตลาดหุ้นจีน

จากเป้าหมายในการสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวของจีน คณะรัฐมนตรีของจีนออกแผนการที่จะดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีสัญชาติจีนที่ไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นต่างประเทศ ให้กลับมาจดทะเบียนในตลาดหุ้นภายในประเทศผ่านโครงสร้างที่เรียกว่า Chinese Depository Receipts ซึ่งเป็นโครงสร้างที่จะช่วยให้นักลงทุนสามารถถือครองหุ้นบริษัทจีนได้ในทางอ้อม และบริษัท

เทคโนโลยีสัญชาติจีนที่ไปจดทะเบียนต่างประเทศ ก็ได้กลับมาซื้อขายในตลาดหุ้นในประเทศจีนได้อีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Baidu Alibaba Tencent รวมเรียกว่า BAT และอื่นๆ กลับเข้ามาสร้างความคึกคักให้กับตลาดหุ้นจีนได้

- ส่งเสริมให้บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ยังไม่เข้าตลาดหุ้น ให้เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นจีนด้วยเงื่อนไขเพียงง่ายๆ

นอกจากความพยายามในการดึงดูดบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่กลับเข้าในประเทศแล้ว รัฐบาลจีนยังออกมาตรการเพื่อส่งเสริมบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่ยังไม่จดทะเบียนในตลาดหุ้น ให้หันมาเข้าตลาดโดยมีเงื่อนไขเพียงต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 2 หมื่นล้านหยวน หรือประมาณ 1 แสนล้านบาท และมีรายได้ต่อปีอย่างน้อย 3,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท จะสามารถจดทะเบียนและเสนอขายหุ้น IPO ครั้งแรกได้

จากการประเมินแล้ว จะมี Startup ระดับ Unicorn ของจีนกว่า 30 ราย ที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่ว่านี้ และคาดว่ามาตรการนี้จะสามารถดึงดูดให้ Unicorn เหล่านั้น เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นจีนเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่เฉียบคมของจีน ที่ใช้แผนพัฒนาธุรกิจด้านเทคโนโลยีในประเทศ โดยใช้หลักแนวคิด Techno-nationalism

  • รู้จักกับ Top 3 Unicorn startup จากจีนกำลังเป็นที่จับตามอง

เนื่องด้วยการเร่งพัฒนาด้าน Startup ของจีนจนมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำให้ปัจจุบันมี Unicorn จีนเกิดขึ้นประมาณ 89 รายภายใน 5-6 ปี นับเป็นอีกประเทศมีอิทธิพลด้านการสร้าง Startup กลายเป็นที่น่าจับตามองในฐานะคู่แข่งของประเทศสหรัฐฯ อย่าง Silicon Valley

  1. Ant Financial Services Group – Unicorn อันดับ 1 ของโลก
    Ant Financial Services Group คือบริษัท FinTech สัญชาติจีน เจ้าของแพลตฟอร์ม Alipay แพลตฟอร์มให้บริการ Online Payment อันดับ 1 ของโลก ซึ่ง Ant Financial Services Group เป็นหนึ่งในบริษัทในเครือของ Alibaba Group ที่มี Jack Ma นักธุรกิจชื่อดังของโลกเป็นผู้ก่อตั้ง นับว่าเป็นบริษัทผู้ให้บริการธุรกรรมออนไลน์ที่ที่มีผู้ใช้มากที่สุดในประเทศจีนและยังผู้ใช้จากทั่วโลกอีกมากมาย โดยล่าสุดได้รับการระดมทุนระดับ Series C ไปกว่า 14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขึ้นเป็น Startup ระดับ Unicorn ที่ระดมทุนได้มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก ในปีนี้มีข่าวว่า Ant Financial กำลังเตรียมตัวที่จะจดทะเบียนเข้าตลาดหุ้น โดยยังไม่มีการเปิดเผยว่าเป็นตลาดหุ้นประเทศใด


     
  2. Didi Chuxing แพลตฟอร์มเรียกรถ taxi – คู่แข่งที่น่ากลัวของ Uber
    DiDi Chuxing แพลตฟอร์มให้บริการเรียกรถโดยสารออนไลน์ผ่าน Smartphone ในประเทศจีน คล้ายๆ กับ Uber ซึ่งก่อตั้งโดย Cheng Wei อดีตพนักงานจาก Alibaba ที่ผันตัวออกมาเปิด Startup ของตัวเอง จนประสบความสำเร็จทำให้ DiDi Chuxing กลายเป็น Startup ทีมีมูลค่าสูงระดับ Unicorn แซงคู่แข่งยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Uber ในตลาดจีนได้ โดย Didi Chuxing ได้รับการลงทุนจากองค์กรยักษ์ใหญ่ทั้งในจีนและทั่วโลก อาทิ Apple, Alibaba, Softbank, Agoda, Booking.com และ อื่นๆ มากมาย โดยปัจจุบัน Didi Chuxing มีมูลค่ากว่า 56 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นับเป็นอีกหนึ่ง Startup ที่มีการเติบโตเร็วเป็นอันดับต้นๆ ของโลก


     
  3. Xiaomi – Startup ผู้ผลิต Smartphone ระดับ Top 5 ของโลก
    Xiaomi คือ Startup ผู้ผลิต Smartphone อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์และพัฒนาแอพพลิเคชันต่างๆ ก่อตั้งโดย Lei Jun อดีต CEO ของ Kingsoft ผู้ได้รับฉายาว่าเป็น Steve Job ของประเทศจีน โดย Xiaomi ประสบความสำเร็จมีส่วนแบ่งการตลาดด้าน Smartphone เป็นอันดับ 5 ของโลก และเป็นผู้พัฒนา Smart Watch นาฬิกาที่เชื่อมต่อกับ Smarphone ที่ราคาไม่แพงและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้อย่างดีและได้รับความนิยมแพร่หลาย โดยในปี 2017 ที่ผ่านมา Xiaomi ทำรายได้เพิ่มขึ้นถึง 67% ที่ 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยล่าสุดมีการประกาศเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นของฮ่องกง และคาดว่าจะทำให้มูลค่าบริษัทอาจสูงแตะ $100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เลยทีเดียว

    จากที่เราได้เข้าใจและเห็นตัวอย่างการเติบโตของ Startup และบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของจีนแล้ว จะเห็นได้ว่ายังมีบริษัทที่มีชื่อเสียงหลายรายที่ยังไม่ได้จดทะเบียนหรือออก IPO ในประเทศจีนอย่างเช่น Ant Financial หรือ Didi เอง ถือเป็นความท้าทายของรัฐบาลจีนที่จะวางแผนและดึงดูดให้บริษัทดาวรุ่งทั้งหลายกลับมาจดทะเบียนในตลาดหุ้นจีนให้ได้ รวมถึงออก IPO ในประเทศของตัวเองให้ได้ ซึ่งภาครัฐบาลของจีนก็มีชื่อเสียงในการด้านสนับสนุน Tech ecosystem อยู่แล้ว ดูจากการที่รัฐบาลได้สนับสนุนเทคโนโลยี AI ในจีนจนก้าวติดอันดับท็อปของโลกมาแล้ว

    รอติดตามเรื่องราวเทคโนโลยีของประเทศมหาอำนาจด้านเทคโนโลยีได้จาก DV Blog ของเราอีกเร็วๆ นี้

    ที่มาของข้อมูล scmp.com/business, jasmine.com, cnbc.com