Digital Ventures

Back to blog

ธนาคารกลางกับการใช้เทคโนโลยี Distributed Ledger เพื่อก้าวข้ามคลื่น Disruption

DIGITAL VENTURES กรกฎาคม 12, 2019 1:04 PM

1,228

หลายๆ ท่านที่ติดตาม Digital Ventures คงเคยได้ยินประเด็นที่ว่า Blockchain ซึ่งมีคุณสมบัติด้านการกระจายศูนย์ (Decentralize) จะเข้ามา Disrupt และแทนที่ผู้กำกับดูแลแบบรวมศูนย์ (Centralize) ซึ่งในภาคการเงินอันเป็นภาคที่ Blockchain เติบโตอย่างมาก ธนาคารกลาง ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมการเงินของแต่ละประเทศ ถูกมองว่าจะโดนเทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาลดบทบาทและแทนที่ไปเลยในที่สุด แต่อันที่จริงแล้ว นอกจากธนาคารกลางจะไม่ได้ปิดกั้น Blockchain ในภาคบริการทางการเงินแล้ว ธนาคารกลางของหลายประเทศยังนำเทคโนโลยี Blockchain เข้ามาใช้กับภาคการเงินภายในประเทศและการเงินระหว่างประเทศ Digital Ventures จึงขอพาทุกท่านมาสำรวจแง่มุมผ่าน Use Case จากธนาคารกลางทั่วโลกไปพร้อมกัน

 

 

Digital Currency เพื่อลดการใช้เงินสด

หลายคนอาจมองว่า Digital Currency หรือเงินสกุลดิจิทัลคือหนึ่งในนวัตกรรมที่จะมาแทนเงินตราซึ่งทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกลำบาก แต่จริง ๆ แล้ว กลับมีธนาคารกลางของหลายประเทศพัฒนา Digital Currency ไว้ใช้งานเอง ซึ่งช่วยลดต้นทุนการจัดการเงินตราในปัจจุบัน รวมถึงได้ความสะดวกและปลอดภัยด้วย โดย Digital Currency ที่ธนาคารกลางทั่วโลกพัฒนา มีด้วยกัน 2 รูปแบบ ได้แก่

Retail Central Bank Digital Currency เป็นเงินสกุลดิจิทัลที่มีเปิดให้ประชาชนใช้งานเพื่ออุปโภคบริโภค มีส่วนช่วยลดต้นทุนธนาคารกลางในการจัดการและผลิตเงินตราที่เป็นธนบัตรและเหรียญในระบบโดยตรง ซึ่งประเทศที่เริ่มใช้ระบบนี้ ได้แก่ สวีเดน บาฮามัส และกัมพูชา

Wholesale Central Bank Digital Currency เป็นเงินสกุลดิจิทัลที่พัฒนาขึ้นเพื่องานระหว่างสถาบันการเงินเท่านั้น ระบบนี้ช่วยให้ธนาคารและสถาบันการเงินในประเทศทำธุรกรรมระหว่างกันได้รวดเร็ว อันนำไปสู่การบริการทางการเงินที่ดีขึ้นโดยที่ประชาชนยังไม่จำเป็นต้องถือ Digital Currency ซึ่งประเทศที่สนใจรวมถึงใช้งานระบบดังกล่าวแล้ว ได้แก่ ไทย กัมพูชา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ซาอุดิอาระเบีย แคนาดา และแอฟริกาใต้

 

จัดการระบบ Interbank Securities

การกู้เงินหรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ระหว่างธนาคารที่เรียกว่า Interbank ถือเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งของธนาคารกลาง ซึ่งมีความซับซ้อนสูงมาก ทั้งยังมีผลกระทบกับภาพการเงินทั้งระบบด้วย ดังนั้น ธนาคารกลางหลายแห่งจึงพิจารณานำเทคโนโลยี Distributed Ledger เพื่อให้ธุรกรรมนี้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพด้วยรูปแบบใหม่ โดยทำให้การชำระเงินและส่งมอบสินทรัพย์สะดวก รวดเร็ว แม่นยำ ปลอดภัยมากขึ้น เช่น การกู้เงินระหว่างธนาคารโดยมีหุ้นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งธนาคารกลางที่สนใจระบบนี้ ได้แก่ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อังกฤษ และแคนาดา

 

 

ใช้รองรับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดกับ Digital Infrastructure

ปัจจุบัน Digital Infrastructure ของโลกการเงินส่วนใหญ่ยังคงเป็นแบบรวมศูนย์ ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุใหญ่  หรือภัยธรรมชาติซึ่งส่งผลกระทบต่อสถานที่จัดวาง Infrastructure อาจทำให้ข้อมูลในระบบการเงินในประเทศรวมถึงที่เชื่อมกับต่างประเทศถูกทำลาย ซึ่งจะส่งผลเสียหายเป็นวงกว้าง ดังนั้น จึงมีหลายประเทศพิจารณานำเทคโนโลยี Distributed Ledger มาใช้เพื่อกระจายแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือไปยังผู้ใช้จำนวนมากในระบบ เมื่อเกิดภัยพิบัติหรืออุบัติเหตุซึ่งส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ข้อมูลที่น่าเชื่อถือซึ่งทุกคนถือครองอยู่จะช่วยให้ระบบการเงินกลับมาทำงานได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยประเทศที่สนใจระบบนี้ ได้แก่ บราซิล และ แคริบเบียนตะวันออก

 

สร้างระบบ e-KYC เพื่อยับยั้งการฟอกเงิน

เดิมทีระบบการเงินที่ซับซ้อนเป็นสาเหตุให้ตรวจสอบที่มาที่ไปของเงินได้ยาก ซึ่งส่งผลให้เกิดการฟอกเงินอันเป็นการบั่นทอนมูลค่าทางเศรษฐกิจในระบบ แต่ปัจจุบัน หลายประเทศได้พัฒนาระบบนี้ e-KYC หรือ Know Your Customer ด้วยเทคโนโลยี Distributed Ledger ซึ่งนอกจากจะประเมินความเสี่ยงและยืนยันความน่าเชื่อถือในการทำธุรกรรมของแต่ละบุคคลได้แล้ว ยังสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งของบุคคลและผู้เกี่ยวข้องย้อนหลังได้ด้วย โดยธนาคารกลางหลายประเทศมีแผนจะนำ e-KYC มาผนวกใช้กับ Digital Currency หรือ Distributed Ledger ในระบบการเงินเพื่อตรวจสอบและยับยั้งการฟอกเงินโดยเฉพาะ

 

ถือได้ว่าธนาคารกลางของแต่ละประเทศ นอกจากจะไม่ได้ห้ามให้เทคโนโลยีที่มีโอกาส Disrupt ตัวเองเข้ามาในอุตสาหกรรมแล้ว ยังมีความสามารถในการใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ได้ด้วย ในอนาคตอันใกล้เราคงได้เห็นบริการทางการเงินจาก Blockchain ที่หลากหลายมากขึ้น อันเป็นผลดีกับภาคการเงินและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่มีส่วนกับ Blockchain ด้วย ทั้งนี้ Digital Ventures ยังมีเรื่องราวของการเงินและ Deep Technology ทั้งภาพเล็กและภาพใหญ่มานำเสนอทุกท่านแน่นอน อย่าลืมติดตามในโอกาสต่อไป

ขอขอบคุณข้อมูลจาก weforum.org และ breakermag.com