Digital Ventures

Back to blog

ทำไมต้อง Cashless Society สังคมไร้เงิน(สด)?

DIGITAL VENTURES X FAUNGLADA กันยายน 03, 2017 3:50 PM

15,307

ต่อไปจะไม่มีธนบัตร ไม่มีเหรียญ ไม่ต้องมีตู้ ATM”

นี่คือเทรนด์ของโลกยุคนี้ และเป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยพยายามผลักดันให้เกิดขึ้นภายใต้นโยบาย National E-Payment หลายคนอาจจะเห็นเป็นเรื่องไกลตัว ทำอะไรกัน ไม่เห็นเข้าใจ จับแบงค์ จ่ายเหรียญอุ่นใจกว่าเยอะ.. เฟื่องเพิ่งกลับจากจีนมา ซึ่งว่าที่มหาอำนาจใหม่อย่างจีน เขาได้ผลักดันเรื่องนี้สำเร็จแล้ว ร้านค้าทุกระดับตั้งแต่ห้างสรรพสินค้า ไปจนคุณป้าขายข้าวแกงข้างทาง ล้วนเข้าใจ และรองรับการจ่ายเงินด้วยมือถือทั้งสิ้น! ดังนั้นเรื่องนี้ ไม่รู้ไม่ได้แล้วค่ะ

ความหมายของ Cashless

อย่าเพิ่งแปลกันตรงๆ ว่า cash คือเงิน และ -less คือไม่มีนะคะ เพราะ cashless นั้นไม่ได้หมายความว่าไม่มีเงิน แต่หมายถึงการที่ไม่ต้องใช้เงินสด! ลองนึกตัวอย่างง่ายๆ เช่น การคืนเงินเพื่อนด้วยการโอนเงินผ่านแอปโดยที่ไม่ต้องหยิบเหรียญหรือธนบัตรกันเลย นั่นแหละค่ะคือความ Cashless

ไม่ใช่แค่จีนอย่างเดียว แต่ในหลายๆ ประเทศก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงจากระบบเงินสดมาเป็นระบบการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-payment) กันมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว

ในประเทศไทยเราเองช่วงนี้ก็ทยอยเห็นแอปพลิเคชั่นจากธนาคารต่างๆ ออกมารองรับการจ่ายเงินแบบนี้ในหลายช่องทาง เช่น SCB Easy โฉมใหม่ ก็มีฟังก์ชั่น “Request to Pay” หรือเรียกเก็บเงินจากเพื่อนโดยระบุจำนวนเงิน พร้อมเครดิตเทอม ให้เพื่อนกดจ่ายเงินมาเข้า e-wallet ของเราได้เลย สะดวกมาก หรือจะเป็นฟังก์ชั่นจ่ายเงินด้วย QR Code ซึ่ง SCB ก็เริ่มมาตั้งแต่โครงการ SCB พร้อมเพย์..แท็กซี่เดลิเวอรี่พร้อมรับ เมื่อปีที่แล้ว (แสกน QR Code ของพี่แท็กซี่และจ่ายด้วยแอปได้เลย) จนตอนนี้ก็ขยายเป็นรูปธรรมมากขึ้น ให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสใช้มากขึ้น ทั้งโปรเจ็กต์กับพี่วินฯมอเตอร์ไซค์ หรือโปรเจ็กต์กับร้านค้าที่จตุจักร และอนาคตน่าจะเห็น QR Code ขยายไปเรื่อยๆ

 

“ไร้เงินสด” ดีอย่างไร?

“ไร้เงินสด” ไม่ได้เป็นไอเดียไว้แค่เท่ๆ แต่ช่วยแก้ปัญหาหลายอย่างได้จริง

ในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา ธนาคารต่างๆ ต้องแบกรับต้นทุนในการดูแลจัดการเอกสารธุรกรรมทางการเงินอันเกิดจากเงินสดอย่างมหาศาล เอาง่ายๆ แค่การดูแลดู ATM ก็เปลืองพลังงานและทรัพยากรโดยใช่เหตุไปหลายขั้นตอนแล้ว คิดดูค่ะ

  1. เราเดินไปกดเงินจากตู้ ATM --> 2. เอาไปจ่ายเงินให้แม่ค้า --> 3. แม่ค้ารวบรวมเงิน เอาไปเข้าธนาคาร --> 4. ธนาคารขนเงินมากระจายใส่ตู้ ATM อีก #วนกลับไปข้อ1 วนแบบนี้ไปเรื่อยๆ

แต่ถ้าเปลี่ยนมาเป็นระบบเงินอิเล็กทรอนิกส์ ขั้นตอนก็จะเหลือแค่ “เรา และแม่ค้า” ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นไปได้เยอะเลย

ซึ่งการเปลี่ยนแปลงจากระบบเงินสดมาเป็นระบบ cashless นั้นนอกจากทางธนาคารจะประหยัดต้นทุนในการดูแลจัดการเงินสดแล้ว ผู้ใช้งานก็ได้รับความสะดวกรวดเร็วเรียกได้ว่าทำธุรกรรมได้ anywhere and anytime เมื่อทำธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์

e-payment อันเป็นกุญแจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสู่ cashless society นั้นเข้ามาทำให้การใช้จ่ายและบริโภคง่ายขึ้นส่งผลให้เกิดการเพิ่มในศักยภาพของเศรษฐกิจเมื่อผู้คนสามารถจ่ายเงินและทำธุรกิจกันได้แม้ไม่ต้องเจอหน้ากันและอยู่ห่างไกลไม่ว่าจะระดับจังหวัด ภูมิภาค หรือแม้แต่ทำธุรกรรมข้ามประเทศก็สามารถทำได้ด้วย e-payment อย่างง่ายดายและรวดเร็ว

อีกมุมนึงที่เป็นข้อดีของระบบ cashless ก็คือการติดตามเส้นทางของเงินได้ง่าย การตรวจสอบสามารถทำได้เป็นระบบ ส่งผลให้การคอรัปชั่นทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆ และทางรัฐบาลเองก็สามารถเก็บภาษีได้ถูกต้องครบถ้วนมากขึ้นด้วย ในระยะยาวนั้นประเทศที่มีอัตราการคอรัปชั่นน้อยลง และมีการตรวจสอบเส้นทางการเก็บและใช้ภาษีได้อย่างโปร่งใสแม่นยำย่อมกลายเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นอย่างสูงแน่นอนค่ะ

พูดถึงข้อดีแล้วก็ต้องพูดถึงข้อเสียของ Cashless บ้างค่ะ

ข้อแรกที่ทำให้ผู้คนเปิดรับการใช้ระบบ cashless น้อยกว่าที่ควรนั้นคือค่าธรรมเนียมนั่นเองค่ะ โดยส่วนมากแล้ว e-payment ต่างๆ ล้วนแล้วแต่มีค่าธรรมเนียม เช่น ค่าธรรมเนียมจากการใช้ระบบบัตรเครดิตเป็นต้น เมื่อมีค่าธรรมเนียมจากการใช้ระบบเพิ่มขึ้นมาแน่นอนว่าคนที่แบกรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็มักจะเป็นผู้บริโภคนั่นเอง

อีกข้อหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการเป็น cashless นั้นก็คือการสูญเสียความเป็นส่วนตัวในการใช้เงินนั่นเองค่ะ ธุรกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกอิเล็กทรอนิกส์ล้วนแล้วแต่ถูกเก็บข้อมูลและเส้นทางของมันเอาไว้เสมอ และแน่นอนว่าข้อมูลเหล่านี้หากรั่วไหลออกไปก็อาจจะมีผลกระทบได้เพราะฉะนั้นแล้วอีกข้อเสียหนึ่งก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของความปลอดภัยและถูกโจรกรรมนั่นเอง

อย่างไรก็ตามแล้ว cashless society นั้นเป็นสิ่งที่มาแน่นอนและค่อยๆ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้จ่ายของทุกคน พวกเราจึงจำเป็นที่จะต้องปรับตัวอย่างสม่ำเสมอและคอยติดตามอัพเดตข้อมูลข่าวสารอยู่เสมอนะคะ เพราะวันหนึ่งเราอาจจะกำเงินออกมาสักก้อนหนึ่งแล้วไม่สามารถนำไปซื้ออะไรที่ไหนได้เลย หากร้านค้าต่างๆ หันมาใช้ระบบ cashless กันอย่างเต็มตัว