Back to Blogs

กรณีศึกษาจากฝั่งยุโรปกับการก้าวนำด้าน Cashless Society สังคมไร้เงินสด

กันยายน 26, 2017 10:18 AM
views
cashless-europe

ตอนนี้ในประเทศไทยเริ่มมีการใช้บริการ Cashless กันบ้างแล้วในหลายๆ บริการ ไม่ว่าจะเป็น e-wallet หรือการจ่ายเงินผ่าน QR Code ต่างๆ ซึ่งเกิดจากการที่หลายฝ่ายโดยเฉพาะสถาบันการเงินได้มีการตื่นตัวและปรับตัวเพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยได้เป็นสังคมไร้เงินสดอย่างเห็นได้ชัด เราจึงได้ยินคำนี้กันบ่อยขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา เป็นที่น่าสนใจว่าประเทศอื่นๆ ที่นำร่องไปก่อนอย่างยุโรปนั้น มี Cashless society ที่พัฒนาไปถึงไหนกันบ้างแล้ว

ภาพรวมในยุโรปกับการใช้เงินสด

ปัจจุบัน Cashless Society หรือสังคมไร้เงินสดในยุโรปนั้นถือได้ว่าเป็นเรื่องปกติมาก การทำธุรกรรมเงินสดในบางประเทศอย่างสวีเดนอาจจะถูกมองว่าล้าสมัยมาก แม้ปัจจุบันจะยังมีการไหลเวียนของกระแสเงินสดในยุโรปอยู่ แต่คาดการณ์กันว่าในปี 2020 จะมีการทำธุรกรรมเงินสดเกิดขึ้นเพียง 0.5% ของมูลค่าการชำระเงินทั้งหมด กระแสของ Cashless Society ไม่ได้มีเพียงแค่ Euro zone เท่านั้น มีรายงานจาก Armstrong Economics ว่า (European Payments Council (EPC) ซึ่งเป็นแผนกย่อยของธนาคารกลางยุโรปกำลังดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบเพื่อช่วยให้ระบบ Cashless กระจายออกไปทั่วสหภาพยุโรปด้วย มีพื้นที่การชำระเงินในยุโรป (SEPA) ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อกำจัดเครื่อง ATM และบังคับให้ทุกคนทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือหรือบัตรพลาสติกทั้งหลายอย่างเช่นบัตรเครดิตและบัตรเดบิตซึ่งโครงการนี้จะเริ่มขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2017

cashless-europe-graph

กราฟจาก Banknxt.com

แนวโน้มการใช้เงินสดในยุโรปถือว่าน้อยลง

จากกราฟจะเห็นได้ว่าตลาดปิดที่ใกล้เคียงกับสังคม Cashless มากที่สุดก็คือ ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งมีการทำธุรกรรมทางการเงินเพียง 7% เท่านั้น (ลดลงมาจาก 11% ในปี 2011) เนื่องจากในประเทศแถบสแกนดิเนเวียนั้น ความเชื่อถือในเงินสดค่อนข้างน้อยอยู่แล้ว ดูได้จากการทำธุรกรรมเงินสดจากหลายๆ ประเทศ เช่น ในปี 2016 มีการทำธุรกรรมเงินสดในประเทศสวีเดนเพียง 18% เท่านั้น และประเทศเดนมาร์กมีเพียง 26% เนื่องจากได้มีการปรับระบบให้ใช้จ่ายด้วยบัตรและมือถือเสมือนเป็นกระเป๋าเงินนั่นเอง

กรีซ ประเทศแรกที่เริ่มไม่ใช้เงินสด

ธนาคารกรีซได้เสนอมาตรการเพื่อต่อต้านการหลีกเลี่ยงภาษีจากการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์และจำกัดการใช้เงินสดในระบบเศรษฐกิจ รวมไปถึงการปฏิรูประบบภาษี ซึ่งล้วนแต่เป็นกลยุทธ์ในการผลักดันให้ประเทศกรีซเป็นสังคมไร้เงินสดเร็วขึ้น ขณะเดียวกันก็มีอีกมุมมองหนึ่งที่คิดว่าเงินทั้งหมดที่ใช้จ่ายบนระบบอิเล็กทรอนิกส์นั้น ทางธนาคารและรัฐบาลอาจมีข้อได้เปรียบเหนือคนที่จับจ่าย เพราะในท้ายที่สุด ประชากรอาจจะไม่ได้ควบคุมของเงินของตัวเองในสังคม Cashless ก็เป็นได้ จากการที่จะมีการหักภาษี ณ ตู้ ATM หรือบังคับให้ออกจากธนาคารโดยการเสียดอกเบี้ยภายในไม่กี่ปีนี้

นอร์เวย์ – ประเทศแรกที่นำร่อง Cashless Society

นอร์เวย์ถือว่าเป็นประเทศแรกที่เป็น Cashless society ที่วางแผนจะเลิกใช้เงินสดภายในปี 2030 สังเกตได้จากในช่วงต้นปี 2016 ธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนอร์เวย์คือ DNB เสนอให้หยุดวิธีชำระเงินในประเทศด้วยเงินสด เพราะการโอนเงินสดมากกว่าครึ่งหนึ่งในประเทศนอร์เวย์นั้นไม่ผ่านการควบคุมของธนาคาร เสี่ยงต่อปัญหาการฟอกเงินและกิจกรรมที่ผิดกฎหมายอื่นๆ ส่วนธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อีกแห่งก็ปฏิเสธที่จะรับเงินสด โดยเหลือเพียงสาขาเดียว (Oslo Central Station) ที่ยังให้ลูกค้าใช้เงินสดในการทำธุรกรรมอยู่ ถือว่าคนนอร์เวย์มีความกระตือรือร้นในการใช้ Cashless เป็นอย่างดีสืบเนื่องจากเปอร์เซ็นต์การใช้เงินสดที่ต่ำกว่า 5%

อย่างไรก็ตาม ผู้คัดค้านจำนวนหนึ่งคิดว่าควรมีระบบเงินสดเพื่อความเป็นส่วนตัวและการรักษาความปลอดภัย เพราะเทคโนโลยีดิจิตอลอาจจะมีการละเมิดข้อมูลและธนาคารกลางหลายแห่งอาจได้รับผลกระทบได้ โดยตัวแทนผู้คัดค้านการใช้ Cashless เชื่อว่าเงินสดจะยังเป็นเครื่องมือการชำระเงินเดียวที่เชื่อถือได้ในกรณีที่ระบบล้มเหลว นอกจากนี้การกำจัดเงินสดจะทำให้ทั้งผู้สูงอายุที่ไม่ใช้ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และเด็กรุ่นใหม่ใช้งานลำบากยิ่งขึ้น และยังมองว่าเงินสดเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการสอนเด็กๆ ให้รู้จักคุณค่าของเงิน

สวีเดน – ประเทศที่มีตัวอย่างการใช้ระบบ Cashless ได้เห็นภาพชัดเจนที่สุด  

ประเทศสวีเดนก็ถือได้ว่ากำลังเข้าสู่สังคมอย่างเต็มรูปแบบเช่นกัน ในปีที่ผ่านมามีการใช้เหรียญหรือธนบัตรเพียง 1% ของมูลค่าการชำระเงินทั้งหมดที่มี ภาพที่เห็นได้ทั่วไปในประเทศนี้คือป้าย “ทางร้านเราไม่รับเงินสด” โดยผู้บริหารร้านเบเกอร์รี่ที่มีสาขาถึง 16 แห่งเคยให้สัมภาษณ์ว่า ต้องการลดความเสี่ยงในการถูกโจรกรรมและทำให้ลูกค้าชำระค่าใช้จ่ายได้เร็วขึ้นด้วยบัตรต่างๆ ถ้ามองเป็น % จะพบว่าประเทศสวีเดนในปัจจุบันมีเงินสดที่ใช้ทำธุรกรรมในร้านค้าอยู่น้อยกว่า 20% ของการจับจ่ายใช้สอย ลดลงครึ่งหนึ่งจากเมื่อ 5 ปีก่อน บริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่าโดยสารรถเมล์ที่ห้ามใช้เหรียญและธนบัตรโดยเด็ดขาดหรือแม้แต่ในสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็น Casino ก็ต้องชำระเงินด้วยบัตรเท่านั้น

sweden-cashless

ป้ายที่เห็นได้ตามร้านค้าทั่วไปในสวีเดนจาก bbc.com

ลองดูตัวอย่างของ Cashless Society ที่เห็นภาพมากขึ้นจาก Video ด้านล่างโดย World Economic Forum


https://www.facebook.com/worldeconomicforum/videos/10154763194986479/

ระบบการชำระเงินผ่าน Smartphone เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่คนสวีเดนนิยมใช้ โดยมีผู้ใช้กว่า 10 ล้านคนซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ ผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศสวีเดนเห็นตรงกันว่าระบบ Cash-free trend จะทำให้พวกเขาปลอดภัยจากการลักทรัพย์มากขึ้น อีกทั้งผู้ค้าปลีกรายเล็กๆ ก็เริ่มใช้เครื่องอ่านบัตรเครดิตที่เชื่อมต่อกับมือถือกันมากขึ้น สร้างความสะดวกสบายในการซื้อของ ซึ่งพอคนกล้าจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เงินก็จะหมุนเวียนในประเทศมากขึ้น

การที่คนสวีเดนยอมรับเทคโนโลยีเหล่านี้ได้เร็ว น่าจะเกิดจากพื้นฐานที่พวกเขามีความสนใจในเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่แล้ว อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มีพื้นที่เชื่อมต่อมากที่สุดในสหภาพยุโรป ทำให้การทดลองนวัตกรรมใหม่ๆ ได้ง่าย และระดับความเสียหายต่ำ

จุดเด่นสำคัญอีกข้อที่ทำให้ประเทศสวีเดนใช้ระบบ Cashless อย่างแพร่หลายคือคนสวีเดนมีแนวโน้มที่จะไว้วางใจธนาคาร ไม่กลัวเรื่อง “Big Brother” หรือการฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์

การหยุดพิมพ์ธนบัตรในเดนมาร์กและอีกหลายประเทศเพื่อเข้าสู่ Cashless society

เดนมาร์กตามกระแส Cashless จากสวีเดนและนอร์เวย์โดยการหยุดพิมพ์ธนบัตรเมื่อสิ้นเดือนธันวาคมปี 2016 มีการปิดโรงกษาปณ์ถาวรเนื่องจากธนบัตรในประเทศนั้นมีความนิยมลดลงมาก นอกจาก 3 ประเทศนี้ เวเนซุเอลาก็กำลังพยายามที่จะเลิกใช้ธนบัตรเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อธนบัตรถูกใช้โดยอาชญากร ทำให้มีการเร่งกำจัดธนบัตรมากขึ้น

จากตัวอย่างของหลายๆ ประเทศในแถบยุโรปจะเห็นได้ว่าเหตุผลหลักๆในการก้าวสู่ Cashless society คือเรื่องความปลอดภัยจากการจี้ปล้นและความสะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอย  ทั้งนี้การปรับตัวในเรื่อง Cashless ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมการใช้ชีวิตที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและทัศนคติต่อเทคโนโลยีของคนในประเทศนั้นด้วย อย่าลืมรอติดตามเรื่อง Cashless Society ในแถบเอเชียได้ใน Blog ต่อไปของเรา

อ้างอิงจาก

https://www.globalresearch.ca/the-european-union-initiates-cashless-society-project/5561048

https://banknxt.com/61589/cashless-society-europe/

https://www.linkedin.com/pulse/norway-might-become-first-cashless-society-linas-beli%C5%ABnas

http://www.cashessentials.org/news/news-details/2017/04/25/norway-strives-to-get-rid-of-cash

http://www.bbc.com/news/business-41095004?utm_content=buffer35e91&utm_medium=social&utm_source=twitter.com&utm_campaign=buffer

http://www.pymnts.com/cash/2016/denmark-shutting-down-last-mint-cash/

Digital Ventures