Back to Blogs

Blockchain ไม่ใช่แค่เรื่องการเงิน แต่นำมาใช้ซื้อขายพลังงานไฟฟ้าได้ด้วย

พฤษภาคม 24, 2017 2:04 PM
views
smart-grid-01

ปกติแล้วเวลาพูดถึงเทคโนโลยี Blockchain เรามักคิดถึงสกุลเงินดิจิทัลแบบ Bitcoin ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของแนวคิดการประมวลผลกระจายศูนย์อย่าง Blockchain แต่เอาเข้าจริง เราสามารถประยุกต์ใช้งาน Blockchain ได้กว้างไกลกว่าวงการการเงินเพียงอย่างเดียว

ช่วงหลังเราจึงเริ่มเห็นหน่วยงานภาคธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม เริ่มทดลองนำแนวคิด Blockchain มาใช้แก้ปัญหาในแวดวงของตัวเอง

กรณีล่าสุดที่ผมคิดว่าน่าสนใจและอยากมาถ่ายทอดต่อคือการใช้ Blockchain กับการซื้อขายพลังงานไฟฟ้า

ก่อนเข้าเรื่องต้องเกริ่นนำก่อนพอสมควร ในโลกของการผลิตพลังงานไฟฟ้า มีระบบเครือข่ายสายส่งที่เรียกกันว่า “กริด” (grid) ระบบสายส่งแบบดั้งเดิมถูกพัฒนาขึ้นมานานแล้วโดยบริษัทไฟฟ้าในแต่ละท้องที่

ข้อจำกัดของระบบกริดแบบดั้งเดิมคือมองว่าผู้บริโภคเป็น “ผู้ซื้อ” พลังงานไฟฟ้าจากบริษัทไฟฟ้าแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่พอมาถึงยุคที่ผู้บริโภคสามารถลิตไฟฟ้าได้เองจากพลังงานรูปแบบใหม่ๆ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ แล้วเกิดผลิตพลังงานได้เกินกว่าความต้องการของแต่ละบ้านเรือน ก็สามารถเปลี่ยนบทบาทเป็น “ผู้ขาย” ให้กับบ้านเรือนอื่นหรือบริษัทไฟฟ้าก็ได้

แต่การเปลี่ยนผู้ซื้อให้เป็นผู้ขาย จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยพอมารองรับ เราต้องมีระบบเซ็นเซอร์มาคอยตรวจจับว่าแต่ละบ้านผลิตไฟฟ้าได้เท่าไร และต้องมีระบบคอมพิวเตอร์มาช่วยประมวลผลเรื่องการซื้อขายพลังงานระหว่างผู้บริโภคแต่ละคนอย่างละเอียด ว่าใครซื้อพลังงานจากใคร ในราคาเท่าไร

เรามีชื่อเรียกระบบสายส่งไฟฟ้าสมัยใหม่แบบรวมๆ ว่า “สมาร์ทกริด” (smart grid)

จะเห็นว่าปัญหานี้แยกเป็น 2 เรื่องนะครับ อย่างแรกคือระบบการผลิต-กักเก็บ-ตรวจวัดพลังงานไฟฟ้าของแต่ละบ้าน และระบบคอยติดตามเพื่อลงบัญชีการซื้อขายแลกเปลี่ยนพลังงานระหว่างกัน

บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้ารับรู้ความท้าทายข้อแรกกันมานานแล้ว และเริ่มพัฒนาระบบผลิต-กักเก็บไฟฟ้าขนาดเล็กสำหรับใช้ในบ้านเรือน วางไว้บนหลังคาของอาคาร เราเรียกมันว่า “ไมโครกริด” (microgrid) ตัวอย่างในข่าวนี้เป็นผลงานของบริษัทซีเมนส์ มีระบบผลิตไฟฟ้าลักษณะนี้ออกขายภายใต้แบรนด์ Siemens Digital Grid

ระบบของซีเมนส์สามารถนำไปใช้ในบ้านเรือนได้เลย เมื่อครั้งที่สหรัฐอเมริกาถูกถล่มด้วยพายุเฮอริเคนแซนดี้ในปี 2012 จนไฟฟ้าดับทั้งเมืองเป็นเวลานานหลายวัน บ้านเรือนที่มีระบบไมโครกริดจึงมีไฟฟ้าใช้งานแก้ขัดไปก่อน ถือเป็นการพิสูจน์ตัวเองแล้วในแง่การพึ่งพาตัวเองทางพลังงาน

หลังจากบ้านเรือนเริ่มผลิตไฟฟ้าได้เองแล้ว ขั้นต่อไปคือการนำไฟฟ้าออกมาซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน ความยากอยู่ที่ระบบการประมวลผลว่าแต่ละบ้านขายไฟฟ้าให้ใคร เมื่อไร ในราคาเท่าไร

ตรงนี้ Blockchain จึงเข้ามาช่วยแก้ปัญหาครับ

ปัญหาการประมวลผลธุรกรรมซื้อขายแลกเปลี่ยนไฟฟ้า ถือว่าเหมาะกับ Blockchain มาก เพราะเป็นงานที่เก็บข้อมูลเก่าสะสมไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในภายหลัง สิ่งที่ผู้ใช้ระบบต้องการคือการยืนยัน (verify) ว่าประวัติการผลิตหรือซื้อขายไฟฟ้าที่ผ่านมานั้นถูกต้อง ไม่ถูกแก้ไข เพื่อว่าตอนนำไปคิดหนี้สินกันจะได้สบายใจกันทุกฝ่าย การนำ Blockchain ที่ยืนยันข้อมูลด้วยการเข้ารหัสมาใช้แทนการให้คนกลางมาจดบันทึก จึงเป็นโซลูชันที่ดีกว่ากันมาก

บริษัทที่พัฒนาระบบบันทึกธุรกรรมซื้อขายพลังงานนี้ชื่อว่า LO3 Energy เป็นสตาร์ตอัพที่เชี่ยวชาญเรื่องการใช้ Blockchain กับอุตสาหกรรมพลังงานโดยเฉพาะ เทคโนโลยีของ LO3 Energy มีชื่อทางการค้าว่า TransActive Grid

blockchain-smart-grid

ซีเมนส์ร่วมกับ LO3 Energy เพื่อทดลองระบบไมโครกริดแบบใหม่ที่ย่านบรุคลินในรัฐนิวยอร์ก ระบบนี้มีชื่อว่า Brooklyn Microgrid ตอนนี้มีสมาชิกเข้าร่วม 50 อาคาร และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1,000 อาคารให้ได้ภายในปี 2018

บ้านที่เป็นสมาชิกของ Brooklyn Microgrid จะบันทึกข้อมูลการผลิตไฟฟ้าของตัวเอง จากนั้นจะมีระบบการประมูลไฟฟ้าระหว่างกัน รวมถึงระบบที่ซับซ้อนอย่างการคิดคาร์บอนเครดิตหรือการอุดหนุนค่าพลังงานสะอาดตามมาเสริม ข้อมูลทุกอย่างจะถูกบันทึกลงใน Blockchain โดยไม่ต้องผ่านคนกลาง และยืนยันได้จากการเข้ารหัสข้อมูลว่าข้อมูลถูกต้อง ไม่ถูกดัดแปลงแก้ไขในภายหลัง

blockchain-smart-grid-ceo

ระบบไมโครกริดตัวนี้ถือเป็นการทดลองที่น่าสนใจ และถ้ามันประสบความสำเร็จ ซีเมนส์ย่อมจะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อไป และในอนาคตอันไม่ไกลนัก เราคงได้เห็นชุมชนบางแห่งสามารถพึ่งพาตัวเองด้านพลังงานได้อย่างสมบูรณ์

แหล่งข้อมูลจาก www.siemens.com

Digital Ventures x Mark Blognone

มาร์ค Blognone นักเขียนสายเทคโนโลยีสายเข้มข้น และ ICT policy researcher ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ Blognone, SIU, 2baht.com และ brandinside.asia