Back to Blogs

ส่อง 3 พลังบวก! เมื่อ Fintech รวมตัวกับธนาคารส่งผลดีอย่างไรบ้าง

เมษายน 29, 2017 12:48 PM
views
fintech_bank-01-1

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านทุกๆท่าน เราเจอกันเดือนละครั้ง และแฟนพันธุ์แท้ DV Blog ที่ติดตามอ่านมาตลอด คงได้ทำความรู้จักเบื้องต้นกับ Fintech กันไปแล้วนะคะ แน่นอน.. ขึ้นชื่อว่า “Startup” ก็ต้องเกี่ยวพันโดยตรงกับคำว่า “Disrupt” หรือมาเขย่าวงการ/วิธีการเดิมๆให้สะเทือน

หลายคนที่ไม่พร้อมรับมือ อาจกลัวเทคโนโลยีที่มาจ่อหน้าประตูบ้านเราอย่างรวดเร็ว แต่เฟื่องพูดเสมอค่ะ ว่า “รู้ก่อน ได้เปรียบกว่า” อย่าไปกลัวสิ่งใหม่ๆ เพียงแค่ตั้งใจมากพอที่จะศึกษาและโอบรับมัน รับรองว่าเทคโนโลยีมีประโยชน์แน่ๆค่ะ

บทความนี้เฟื่องเลยขออาสาพาคุณผู้อ่านมาวิเคราะห์ใน “มุมบวก” กันค่ะ ว่าเมื่อธนาคารอ้าแขนรับฟินเทคแล้ว จะทำให้วงการการเงินนี้ “ฟินขึ้น” ได้อย่างไรบ้าง

โดยเฟื่องนำบทวิเคราะห์จาก PwC’s Global Fintech Survey 2017 มาขยายต่อนะคะ

1.ประหยัดกว่า สะดวกกว่า ด้วยการเปลี่ยนผ่านจากข้อมูลกระดาษสู่โลกดิจิทัล (Digitalization)

รู้หรือเปล่าคะว่าธนาคารเสียเงินมหาศาลกับค่าเอกสาร / ค่าพิมพ์ธนบัตร / ค่าขนส่งเงิน ฯลฯ อีกมากมาย ปัจจุบัน เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้น จนถึงระดับที่สามารถให้ความปลอดภัยกับการดำเนินการต่างๆ ได้ เช่น เทคโนโลยี Blockchain ที่ทำให้ทุกอย่างสามารถขึ้นไปอยู่บน Cloud ได้อย่างปลอดภัย (อ่านรายละเอียดได้จาก ตรงนี้ ค่ะ) แน่นอนว่านอกจากจะทำให้ธนาคารประหยัดต้นทุนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่ากระดาษ หรือค่าขนส่งเอกสาร โดยย้ายมาทำธุรกรรมต่างๆ บนระบบดิจิทัลมากขึ้นแล้ว การเก็บรักษาข้อมูลก็ยังมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วยค่ะ ทั้งเร็วขึ้นจุข้อมูลได้มากขึ้น และรักษ์โลกด้วยค่ะ

j1

  1. ลูกค้ามีบริการใหม่ๆ ที่มาช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุด

แต่เดิม เรื่องเงินหลายคนมองว่าเป็นเรื่องยาก ซับซ้อน ไม่มั่นใจ ยังไงก็ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ สถาบันการเงิน เพราะการจะเข้าถึงข้อมูลและเข้าใจได้ ต้องใช้เวลาศึกษานานเลยทีเดียว แต่ปัจจุบันนี้ Fintech หลายๆ ตัวเข้ามาตอบโจทย์ความยากนี้ ให้ง่ายขึ้นมาก เช่น หากเราอยากกู้ แต่ไม่รู้ว่ากู้ที่ไหนดีที่สุด ก็มีเทคโนโลยีวิเคราะห์สินเชื่อด้วยวิธีการที่แตกต่างจากเดิมมาให้เราเลือกใช้ตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง หรือแม้แต่การมาของตลาดบริการสินเชื่อออนไลน์ระหว่างบุคคล (peer-to-peer lending) ต่างก็เป็นการใช้เทคโนโลยีเข้ามาทำให้ผู้บริโภคที่ไม่มีกระแสรายได้ที่แน่นอนสามารถทำธุรกรรมในการกู้ยืมได้ง่ายขึ้น

จริงๆแล้วอย่างในประเทศไทยเองก็มี Startup ที่อยู่ใน DVA (Digital Ventures Accelerator) กำลังดำเนินการด้านนี้อยู่เช่นกัน โดยขณะนี้กำลังรอกระบวนการทางกฏหมายเพื่อให้สามารถเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการได้นะคะ (ทำความรู้จัก Financial Inclusion และตัวอย่างเพิ่มเติมได้ ที่นี่ ค่ะ) ตรงนี้หากธนาคารหาวิธีการร่วมมือกับ Startup ได้จะเป็นเรื่องดี เพราะแน่นอนว่าการทำบริการทางการเงินใหม่ๆ มาแก้ไขปัญหาให้ลูกค้ากลุ่มที่ธนาคารไม่สามารถตอบโจทย์ได้ อาจจะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงกับธนาคารทันที แต่ในอนาคตก็มีความเป็นไปได้สูงว่าผู้บริโภคจะทำธุรกรรมกู้ยืมกับทางธนาคารน้อยลงหากการกู้ยืมในระบบ peer-to-peer lending ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า

j2

  1. ผู้บริโภคมีช่องทางมากขึ้นและเข้าถึงข้อมูลต่างๆได้ง่ายขึ้น

ด้วยบริการธุรกรรมออนไลน์จากผู้เล่นรายย่อย ทำให้ธนาคารหลายแห่งต้องรีบปรับตัวด้วยการดึงเอาระบบเหล่านั้นมาติดตั้ง หรือสร้างระบบขึ้นด้วยตนเองเพื่อให้ลูกค้าประเภทธุรกิจ SME และลูกค้าทั่วไปยังสามารถใช้บริการและทำธุรกรรมกับธนาคารเดิมได้อยู่ อีกทั้งการออกโปรโมชั่นบริการทางการเงินของธนาคารก็จะต้องมีการพิจารณาให้มากขึ้น เมื่อมี Fintech ที่ทำหน้าที่เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย ของโปรโมชั่นแต่ละประเภท ตัวอย่างเช่น บริการเปรียบเทียบการ รีไฟแนนซ์ จาก Refinn นั่นเอง แบบนี้ธนาคารอาจจะต้องปรับตัวหน่อย แต่ส่งผลดีกับผู้บริโภคอย่างเราๆ แน่นอนค่ะ

j3

อย่างไรก็ตามในฐานะผู้บริโภคเราเองก็ต้องคอยติดตามข้อมูลข่าวสารของเทคโนโลยีอยู่อย่างสม่ำเสมอนะคะ เพื่อให้ก้าวทันโลกและไม่เสียโอกาสต่างๆ เมื่อมีเทคโนโลยีเข้ามา Disrupt วงการอะไรก็ตาม หรือผู้ประกอบเองก็ต้องคอยมองหาช่องทางพัฒนาธุรกิจของตัวเองอยู่เสมอนะคะ ทุกคนสามารถติดตามข่าวสารเทคโนโลยีด้านการเงินดีๆได้ที่บล็อกดิจิทัลเวนเจอร์ หรือพูดคุยกับเฟื่องได้ที่ช่องทางโซเชียลของเฟื่องนะคะ แล้วพบกันบทความหน้าค่ะ
ข้อมูลอ้างอิง: http://www.pwc.com/gx/en/industries/financial-services/fintech-survey/report/data-explorer.html

ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก PeerPower

 

mm

Digital Ventures x Faunglada

ผู้ประกาศข่าวรายการ “เช้าข่าวชัดโซเชียล” ไทยรัฐทีวี / คอลัมนิสต์+บล็อกเกอร์+พิธีกรสายไลฟ์สไตล์&ไอที