Back to Blogs

บทบาทของ AI กับโลกการเงินในอนาคต

สิงหาคม 24, 2017 9:43 AM
views
sizeadjust

บนเวทีสัมมนาด้านเทคโนโลยี Techsauce Summit 2017 ที่ผ่านมา หนึ่งในประเด็นที่ได้รับการพูดถึงอย่างมากคือ “บทบาทของสมองกลอัจฉริยะอย่าง AI / Machine Learning ในโลกเทคโนโลยีทางการเงินในอนาคต” ซึ่งใน 2-3 ปีที่ผ่านมา เริ่มมีการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในการบริหารกองทุนจัดการสินทรัพย์ต่างๆ มากขึ้น

ปัจจุบัน เริ่มมีความพยายามในการนำ AI มาใช้กับบริการทางด้านการเงินในระดับแมส ทว่าปัญหาเรื่องความเสี่ยงจากการใช้เทคโนโลยีต่ออุตสาหกรรมการเงิน ยังคงเป็นคำถามทั้งสำหรับองค์กรกำกับดูแล สถาบันการเงินและผู้บริโภคเองด้วย ซึ่งนี่จึงเป็นความท้าทายต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทำให้เกิด “ความเชื่อมั่น” (Trust) ในการใช้เทคโนโลยี

Pivotal AI-K.tom session atTSSM

และครั้งนี้ คุณทอม สุวิชชา สุดใจ Managing Director, Digital Products จาก Digital Ventures ของเรา ได้รับเชิญเป็นหนึ่งใน Speaker ใน Forwarding FinTech Stage sponsored by Digtal Ventures ในหัวข้อ The Pivotal Role of AI/Machine Learning in Advancing FinTech ร่วมกับ Eunice Tan จาก Baker & McKenzie คุณทอมได้มองบทบาทของ AI ในอนาคตทางการเงินว่า

  • การเปิดบริการผ่าน Smartphone – ต่อไปหากลูกค้าต้องการเปิดบัญชีธนาคารหรือบริการทางการเงินอื่นๆ ลูกค้าอาจสามารถเปิดบริการนั้นๆ ที่บ้านผ่านคอมพิวเตอร์หรือมือถือแล้วก็ได้ โดยใช้ระบบ KYC (Know Your Customer) หรือระบบการยืนยันตัวตนของลูกค้าเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน ซึ่งจะมีการพัฒนาให้สามารถทำงานได้ฉลาดมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยี AI และ Machine Learning เพื่อตรวจสอบตัวตนลูกค้าผ่านการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าในอดีต หรือแม้กระทั่งการใช้ระบบ Biometrics ทั้งการสแกนหน้า รูม่านตาเหมือนในภาพยนตร์ไซไฟก็กำลังเกิดขึ้นในอนาคต”
  • Chatbot – ตัวอย่างความพยายามในการใช้ AI ในปัจจุบันจะเป็นลักษณะเพื่อลูกค้าสัมพันธ์เป็นส่วนใหญ่ อย่าง Chatbot ซึ่งเป็นลักษณะการตอบคำถามแบบ FAQ ยังไม่สามารถที่จะทำงานที่มีความซับซ้อนจนแทนที่คนได้ รวมถึงภาษาและบทสนทนาที่ยังไม่เป็นธรรมชาติพอ แต่เชื่อว่า AI จะพัฒนาไปได้ไกลมากขึ้นและจะมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะนำมาใช้งานลูกค้าสัมพันธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้ากับแบรนด์มากยิ่งขึ้น
  • Private Banking – ในแง่ของการบริการเงินของลูกค้าบุคคลรายใหญ่ AI จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในแง่ของคำแนะนำในการลงทุน ธนาคารอาจเพิ่มบริการคำแนะนำของหุ่นยนต์ที่ให้บริการวิเคราะห์ได้เร็วกว่านักวิเคราะห์ที่เป็นมนุษย์ แต่ยังคงไปไม่ถึงกับการซื้อสินทรัพย์แทนเจ้าของบัญชี เพราะยังเป็นข้อกำหนดขององค์กรกำกับดูแลที่เจ้าของบัญชีจะต้องทำการซื้อขายสินทรัพย์เองเท่านั้น

คุณทอม ยังได้เสริมอีกว่า อย่างไรก็ตาม การพัฒนาบริการและสินค้าโดยใช้นวัตกรรม AI และ Machine Learning ต่างๆ ยังคงอยู่ภายใต้สภาวะที่จำกัด เพราะกฎเกณฑ์ขององค์กรกำกับดูแลที่ยังไม่เอื้อเท่าใดนัก แต่ปัจจุบัน ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญถึงบทบาท Fintech จึงได้ออกกลไก Regulatory Sandbox เพื่อให้สถาบันทางการเงินสามารถพัฒนาและทดสอบนวัตกรรมทางการเงินในระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีของธนาคารในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ด้วย

“ผมมองว่าเรายังสามารถทำอะไรได้อีกมากกับ AI ซึ่งจะเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าการให้บริการทางการเงินอย่างสิ้นเชิง และระบบ AI นี้เองจะเข้ามาแทนที่ 50% ของแรงงานมนุษย์ในปัจจุบัน ก้าวเข้าสู่ยุคปฏิวัติอุตาหกรรมยุคใหม่อย่างแท้จริง” คุณทอมกล่าว

44444444444444444

Eunice Tan จาก Baker & McKenzie มีความเห็นว่า สิ่งที่ Fintech Startup และสถาบันการเงินควรคำนึงอย่างยิ่งในการพัฒนาระบบ AI คือ 1. เรื่องระบบความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security) และ 2. ความเสี่ยงจากการใช้เทคโนโลยี (Technology Risk Management) ถือเป็น 2 ประเด็นหลักสำหรับ Startup และสถาบันทางการเงินที่กำลังพัฒนา Fintech และต้องตอบคำถามกับองค์กรกำกับดูแลให้ได้ เพราะสิ่งที่องค์กรกำกับดูแลเป็นห่วงที่สุดคือเรื่องต้องการควบคุมได้ และจะไม่สร้างความปั่นปวนต่อตลาดทุนอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอังกฤษที่หุ่นยนต์ได้สร้างเทขายหุ้นที่มากผิดปกติหลักเกิด Brexit จนทำให้ตลาดเงินตลาดทุนปั่นป่วนไปทั้งโลก โดยไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน

“ในอุตสาหกรรมการเงิน ความน่าเชื่อถือ (Trust) เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ และเมื่อสถาบันการเงินและ Fintech สามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่า AI มีความน่าเชื่อถือเพียงพอ AI ก็จะมีบทบาทมากยิ่งขึ้น เพราะสิ่งสำคัญของ AI คือ การตัดสินใจ”

Digital Ventures