Back to Blogs

เมื่อปัญญาประดิษฐ์คิดภาษาใหม่

กรกฎาคม 20, 2017 3:53 AM
views
ai-new-lang

ภาษาเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็น ‘กรอบ’ ของการสื่อสารด้วยนะครับ เรื่องนี้ ใครพูดได้หลายภาษาคงรู้ดี ตัวอย่างง่ายๆ เช่น หากเทียบภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ ก็มีหลายต่อหลายคำ ที่เรามีใช้ในภาษาไทย แต่ไม่สามารถพูดสื่อความหมายได้เต็มเหนี่ยวในภาษาอังกฤษ (เช่นคำว่า ‘เกรงใจ’ หรือสรรพนามแทนตนหลากหลายระดับ) กลับกัน ก็มีอีกเป็นพันเป็นหมื่นคำในภาษาอังกฤษ ที่ถ้าจะให้แปลเป็นไทยแล้วละก็คงต้องใช้คำประมาณสิบคำในการบรรยาย (เช่นคำว่า encapsulate ที่เวลาแปลแล้วจะแปลว่า ‘ควบรวม’ ก็ดูจะไม่ครบครันเท่าไร)

เมื่อภาษาเป็นทั้งเครื่องมือและเป็นทั้งกรอบของการสื่อสารไปด้วย เมื่อปัญญาประดิษฐ์พัฒนา ‘ภาษา’ ของตัวเองเพื่อใช้สื่อสารกันขึ้นมาได้ จึงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ

ก่อนหน้านี้ ปัญญาประดิษฐ์เคยพัฒนา ‘ภาษา’ เพื่อสื่อสารกันเองมาหลายครั้งแล้วนะครับ บางครั้งเกิดขึ้นจากความตั้งใจของนักพัฒนา แต่บางครั้งก็เกิดขึ้นจากความบังเอิญหรือเป็นผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด

ครั้งหนึ่ง นักพัฒนาเคยสร้างปัญญาประดิษฐ์ขึ้นมาสามตัว สมมติว่าชื่อ Alice, Bob และ Charlie แล้วก็ ‘ให้งาน’ กับปัญญาประดิษฐ์ชื่อ Alice ว่า ให้สื่อสารกับ Bob โดยที่ Charlie ซึ่งฟังการสื่อสารนั้นอยู่ด้วย ฟังไม่รู้เรื่องซิ พูดง่ายๆ คือให้ Alice กับ Bob สื่อสารกันอย่างเข้าใจด้วยการเข้ารหัส โดยที่ไม่ให้ Charlie เข้าใจไปด้วย – ผลลัพธ์ก็คือ หลังจากใช้เวลาสักพัก Alice กับ Bob ก็สื่อสาร ‘เข้ารหัส’ กันได้อย่างเข้าใจ โดยที่ Charlie ไม่เข้าใจได้จริงๆ แต่ปัญหาก็คือ สิ่งที่ Alice กับ Bob สื่อสารกันนั้น ตัวนักพัฒนาเองก็ไม่สามารถแกะรหัสออกมาได้ว่า จริงๆ แล้ว มันสื่อสารอะไรกัน (คือไม่สามารถทำวิศวกรรมย้อนกลับได้)

นั่นคือ Alice กับ Bob ก็ได้ประดิษฐ์ ‘ภาษาใหม่’ ขึ้นมาคุยกันเป็นที่เรียบร้อย

อีกครั้งหนึ่ง ภาษาใหม่นั้นเกิดขึ้นโดยบังเอิญ เมื่อนักพัฒนาจาก Google พบว่าฟังก์ชั่น Google Translate (ที่เรามักจะใช้แปลศัพท์จากภาษาหนึ่งไปอีกภาษาหนึ่งแล้วก็บ่นว่ามันแปลถูกบ้างผิดบ้างนั่นแหละครับ) ได้พัฒนา ‘ภาษากลาง’ ขึ้นมาเพื่อใช้ในตัวมันเอง

ผู้พัฒนา Google Neural Machine Translation สงสัยว่า ถ้าเราสอนให้ปัญญาประดิษฐ์แปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาเกาหลี (และกลับกัน) และภาษาอังกฤษเป็นภาษาญี่ปุ่น (และกลับกัน) เมื่อสอนการแปลสองแบบนี้จนครบแล้ว ปัญญาประดิษฐ์จะสามารถแปลภาษาเกาหลีเป็นภาษาญี่ปุ่น (และกลับกัน) ได้ไหม

คุณอาจคิดว่า – คำตอบก็คือ ‘ได้สิ’ เพราะก็แค่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นตัวกลางก่อนในการแปล ง่ายๆ ไม่เห็นยากเลย

แต่ผู้พัฒนาเขาตั้งเงื่อนไขด้วยว่า แล้วถ้าเรา ‘ห้าม’ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นตัวกลางในการแปลภาษาเกาหลีและภาษาญี่ปุ่น ปัญญาประดิษฐ์จะสามารถไหม? ปรากฏว่าผลลัพธ์คือ – ได้ครับ! นั่นคือ ปัญญาประดิษฐ์ ‘เข้าใจคอนเซปท์’ ของคำมากพอที่จะเชื่อมโยงคำสองคำที่ต่างภาษากันเข้าหากันได้โดยไม่ต้องแปลเป็นอีกภาษาหนึ่งก่อน!

ล่าสุด ปัญญาประดิษฐ์ก็ได้พัฒนาภาษาของตัวเองอีกครั้ง คราวนี้เหตุเกิดที่ Facebook – เมื่อนักพัฒนาจับแชตบอทสองตัวมาคุยกัน ปรากฏว่าคุยไปคุยมา พวกมันก็เริ่มพัฒนาภาษาของตัวเองขึ้นมาจนได้

ภาษาที่พวกมันพัฒนานั้นไม่ได้ต่างจากภาษาเรานักหรอกนะครับ หากคุณดูประโยคที่มันพูด คุณอาจจะคิดว่า เฮ้ย นี่มันเป็นแค่บั๊กหรือข้อผิดพลาดของโปรแกรมหรือเปล่า เพราะมันจะพูดประโยคอย่าง i can i  i every thing else หรือ balls have zero to me to me to me to me ซ้ำไปซ้ำมา ซึ่งดูเหมือนคนพูดติดอ่างหรือคนเพี้ยน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ แชตบอตสองตัวนี้ ‘เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน’  ในบางครั้ง (นั่นคือ การพูดซ้ำๆ หรือใช้แกรมม่าร์ที่คนไม่เข้าใจ ก็มี ‘ความหมาย’ ในแบบของมันเอง)

มีผู้เปรียบเทียบกรณีภาษาที่แชตบอทประดิษฐ์ขึ้นมาคุยกันเองนี้กับปรากฏการณ์ cryptophasia ซึ่งคือการที่ฝาแฝดพัฒนาภาษาขึ้นมาสื่อสารกันเองสองคน คนอื่นไม่เข้าใจ (กระทั่งพ่อแม่ก็ตาม)

เมื่อเราเชื่อมโยงปัญญาประดิษฐ์กับปัญญาประดิษฐ์ และให้มันสื่อสารกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายบางอย่าง โดยเราไม่ได้กำหนดว่ามันจะต้อง ‘สื่อสาร’ กันอย่างไร ผลลัพธ์ที่เราอาจได้ก็คือพวกมันจะสื่อสารกันด้วยภาษาใหม่ที่เราไม่เข้าใจ เช่นเดียวกันกับอีกกรณีหนึ่งที่นักวิจัยจาก Georgia Institute of Technology ร่วมกับ Carnegia Mellon และ Virginia Tech พัฒนาการทดลองที่ให้บอตสองตัวคุยกันเพื่ออธิบายสีสันและรูปร่างของวัตถุให้รู้เรื่อง ปรากฏว่าบอตสองตัวนี้ก็ประดิษฐ์ ‘คำ’ หรือ ‘วิธี’ ขึ้นมาคุยกันรู้เรื่องจนได้โดยไม่ต้องอาศัยการไกด์จากมนุษย์

ในอดีต เราอาจคิดถึงการเชื่อมต่อโปรแกรมเข้าด้วยกัน ผ่าน API ที่มนุษย์กำหนดไว้เป็นพื้นฐาน มนุษย์สามารถอ่านเข้าใจและแก้ไขปัญหาได้ แต่ในโลกที่ปัญญาประดิษฐ์คุยกันเองมากขึ้นเรื่อยๆ มนุษย์อาจเป็นตัวแปรที่ถูกตัดออกจากสมการ เมื่อปัญญาประดิษฐ์สามารถคุยกันได้เข้าใจผ่านภาษาที่เราไม่มีวันแปลออก

ปัญหาก็คือ ในโลกแบบนั้น – เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้น – เราจะแกะ ‘เหตุผล’ ออกมาจากสิ่งที่เราฟังไม่รู้เรื่อง ได้หรือไม่

Digital Ventures x Champ Teepagorn

แห่งวัฒนธรรมชุบแป้งทอด ThaiPBS นักเขียนคอลัมน์ World While Web ณ นิตยสาร a day และ Head in the clouds ณ นิตยสาร GM ถนัดเขียนหนังสือ ชอบวาดการ์ตูน และวาดภาพประกอบ