Digital Ventures

Back to blog

รับมือ Digital Disruption ครั้งใหญ่ที่ต้องรับมือด้วย Deep Technology

DIGITAL VENTURES เมษายน 17, 2019 2:54 PM

820

ในงานเปิดตัวโครงการ U.REKA ยกกำลังสอง นอกเหนือจากการเล่าถึงวัตถุประสงค์โครงการจากคุณอรพงศ์ เทียนเงิน ประธานกรรมการของธนาคารไทยพาณิชย์แล้ว ยังมี Session ที่ชวนตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีในหัวข้อ Digital Disruption: Embracing Changes โดยผู้บริหารชั้นนำของไทยอย่างคุณจรีพร จารุกรสกุล ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จากกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ซึ่งเป็น Partner ของ U.REKA ยกกำลังสอง

 

 

ธุรกิจ “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่ว่ามั่นคง ยังมีโอกาสโดน “Disrupt”

WHA เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานหรือ Infrastructure ซึ่งมีความมั่นคงมาก อันเนื่องมาจากทุกธุรกิจจำเป็นต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐาน ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Digital แต่ถึงจะมั่นคงอย่างไร คุณจรีพรก็ชี้ว่า หากไม่ทำอะไรเลย ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทั้งหลายก็มีโอกาสจะโดน Disrupt จากความเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่งอันเกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ของโลก

คุณจรีพร ยกตัวอย่างกรณีศึกษาจากประเทศญี่ปุ่นที่เริ่มทดลองใช้เทคโนโลยีในระบบจัดการพื้นที่จัดเก็บสินค้า โดยใช้ Drone และ Robotic เคลื่อนย้ายของภายในพื้นที่จัดเก็บอัตโนมัติ ซึ่งผู้ควบคุมสามารถดำเนินการทั้งหมดได้ผ่านเทคโนโลยี Internet of Things การทดลองระบบนี้ทำให้บุคลากรลดลงไปมาก จากที่ต้องใช้คนหลักร้อยในการดำเนินการ ก็เหลือเพียงพนักงานประจำเพียง 8 คนเท่านั้น

จะเห็นได้ว่าแม้ธุรกิจจะต้องใช้บริการธุรกิจจัดเก็บสินค้า แต่ Deep Technology ก็มีส่วนเข้ามาทำให้ “รูปแบบ” การดำเนินการทั้งหมดเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แม้ว่าปัจจุบัน ระบบดังกล่าวจะมีราคาสูงพอๆ กับมูลค่าการดำเนินงานด้วยคน แต่ผู้ประกอบการก็มีแนวโน้มจะเลือกใช้เทคโนโลยีก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ จนอาจถึงจุดที่การลงทุนในเทคโนโลยี “คุ้มค่า” กว่าที่ต้องลงทุนกับคน

 

ทุกเทคโนโลยี “Disrupt” ซึ่งกันและกัน

ทุกวันนี้ ลำพังความคิดว่า Deep Technology จะเข้ามา Disrupt สิ่งที่เรามีและใช้อยู่เดิมก็น่าวิตกอยู่แล้ว แต่อันที่จริง Deep Technology หลายๆ อย่างก็ Disrupt ตัวพวกมันกันเองด้วย ทำให้การศึกษาเทคโนโลยีชั้นสูงเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งอาจไม่เพียงพออีกต่อไป จำเป็นต้องศึกษา Deep Technology หลายๆ แกนไปพร้อมกัน

คุณจรีพร ยกตัวอย่างว่า ทุกวันนี้เราเชื่อในความปลอดภัยของ Cryptography บน Blockchain แต่ในอนาคต หาก Quantum Computing ถูกใช้งานได้จริงๆ ความเร็วของมันจะทำถอดรหัส Cryptography ได้ภายในไม่กี่นาที ดังนั้น นอกจากการพัฒนา Application สำหรับ Blockchain แล้ว เราก็ควรจะต้องมีความรู้มากขึ้นในเรื่อง Cybersecurity รวมถึง Quantum Computing เพื่อให้เรายังใช้ประโยชน์จาก Deep Technology ทั้งหมดนี้ได้

 

 

รับมือการเปลี่ยนแปลง ต้องใช้ “ความร่วมมือ” ทุกภาคส่วน

จากการสำรวจอันดับ Digital Competitiveness ของ IMD ระบุว่าไทยอยู่อันดับที่ 39  จาก 63 ประเทศ โดยสาเหตุหลักๆ มาจากการถ่ายทอดความรู้และความร่วมมือที่ยังน้อยอยู่ รวมถึงการสนับสนุนไม่ทั่วถึง ทำให้การเรียนรู้ด้าน Deep Technology อยู่ในขอบเขตจำกัด การพัฒนาจึงดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ไม่ทันต่อความเร็วของ Digital Disruptive

“หากมีความรู้แล้วไม่เผยแพร่เพื่อเพิ่มขอบเขตในการพัฒนา เราก็เป็นต้นเหตุให้ตัวเองถูก Disrupt - คุณจรีพร จารุกรสกุล ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จากกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน)”

ในต่างประเทศ ภาคเอกชนตื่นตัวเรื่องความร่วมมือมาก โดยนวัตกรรมจะเกิดจากเอกชนเป็นผูู้สนับสนุนการค้นคว้าแก่มหาวิทยาลัย เช่น Dyson ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำบริจาคเงิน 12 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2015 เพื่อสนับสนุน Imperial College ในการสร้างศูนย์วิจัยด้านงานออกแบบและวิศวกรรม ศูนย์วิจัยดังกล่าวช่วยให้ Dyson มีผลิตภัณฑ์ใหม่และกลายเป็นผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับ Hi-End ชั้นนำรายหนึ่งของโลก

จากตัวอย่างของ Dyson จึงกล่าวได้ว่า Collaboration เป็นกุญแจสำคัญของการพัฒนานวัตกรรม ซึ่งปัจจุบัน ทั้งภาคเอกชนและมหาวิทยาลัยก็ตระหนักถึงเรื่องนี้กันมากขึ้น จึงเป็นที่มาของโครงการ U.REKA ที่มองหาการร่วมมือ Partner ที่มากขึ้น แต่ทั้งนี้ การร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคธุรกิจก็อาจจะไม่รวดเร็ว หากขาดการส่งเสริมจากภาครัฐฯ

 

บทบาทของภาครัฐฯ ต้องต่อเนื่องและคล่องตัว

เป็นที่รู้กันดีว่า ภาครัฐฯ มีส่วนสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมในฐานะผู้กำหนดนโยบายด้านต่างๆ ของประเทศ ดังนั้น หากภาครัฐฯ สามารถตั้งหน่วยงานอิสระที่ดูแลเละสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมโดยมหาวิทยาลัยและภาคเอกชนได้อย่างต่อเนื่อง มีสิทธิ์ในการบริหารนโยบายและดำเนินกิจกรรมต่างๆ ด้วยตัวเองได้ ไม่ขึ้นกับการจัดตั้งรัฐบาล ก็จะเป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยและภาคธุรกิจที่มีวัตถุประสงค์ร่วมกันอย่างมาก โดยตัวอย่างที่เห็นชัดคือ SG Innovate ของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งบริหารงานแยกจากรัฐบาล และมีแนวทางการทำงานแบบภาคเอกชน จึงทำให้เกิดกิจกรรมด้านการพัฒนานวัตกรรมในทุกอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง และพาสิงคโปร์ขึ้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการเงินหรือ Fintech ในระดับโลกได้

Digital Disruption เปรียบเหมือนคลื่นความเปลี่ยนแปลงที่น่ากลัว แต่หากไม่มีคลื่นลมแล้ว เรือก็คงเดินหน้าไม่ได้ ดังนั้น คลื่นความเปลี่ยนแปลงก็มาพร้อมโอกาส เทคโนโลยีทำให้ทุกคนทำงานได้เร็วขึ้นและถูกลง แต่เราก็จำเป็นต้องเรียนรู้ พัฒนาเพื่อรับมือและใช้ประโยชน์กับมันอย่างสูงที่สุดด้วย ทั้งนี้ Digital Ventures ยังมีเนื้อหาเกี่ยวกับแวดวง Deep Technology จากงานเปิดตัว U.REKA ยกกำลังสองมาให้ทุกท่านได้อ่านกันอีก อย่าลืมติดตามกัน