Digital Ventures

Back to blog

Digital Lending Global Landscape ทำความรู้จักกับทางเลือกของ ‘การกู้เงิน’ ในยุค Digital

DIGITAL VENTURES ธันวาคม 04, 2018 8:12 PM

950

การพัฒนาเทคโนโลยีในปัจจุบันถือเป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับทุกคน อย่างการเข้าถึงบริการทางการเงินหรือ Financial Inclusion ที่คนธรรมดาใช้ในชีวิตประจำวัน และธุรกิจขนาดเล็กมีเงินหมุนธุรกิจต่อไปได้ ซึ่งหนึ่งใน Solution ทางเลือกที่เห็นในปัจจุบันนั่นคือ “Peer-to-Peer Lending” หรือ P2P Lending ระบบกู้เงินที่ผู้ปล่อยเงินกู้และผู้กู้ยืมรายย่อยจะเชื่อมต่อและกู้ยืมเงินกันได้ผ่านระบบตามกฎเกณฑ์ที่กำหนด นับเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้บริการบุคคลและเหล่าธุรกิจขนาดเล็กได้เป็นอย่างดี แต่ภาพรวมของบริการ P2P Lending นี้เป็นอย่างไร? ติดตามได้ในบทความนี้

Credit: Inc42

P2P Lending ส่วนหนึ่งของ Digital Lending ในปัจจุบัน

แม้ในวันนี้ เราจะพูดถึง P2P Lending มากเป็นพิเศษ เพราะเป็นเทรนด์ใหญ่ของภาคการเงินที่จะเกิดขึ้น แต่เพื่อให้เห็นภาพของบริการกู้ยืมเงินในยุคที่เทคโนโลยีเติบโตอย่างตอนนี้ เราจึงขอนำการแบ่งประเภทของ Digital Lending โดย Accion องค์กรด้าน Financial Inclusion แบบไม่แสวงหาผลกำไร ที่แบ่งออกเป็น 7 ประเภทตามรูปแบบการให้บริการ ดังนี้

  • Online Lender เป็นรูปแบบของบริษัทผู้ปล่อยกู้ โดยให้บริการกู้ยืมเงินแบบ End-to-End ผ่านช่องทาง Digital โดยผู้กู้ยืมและผู้ปล่อยกู้ไม่จำเป็นต้องเจอหรือมีปฏิสัมพันธ์กันแต่อย่างใด
  • P2P Lending Platform เป็นพื้นที่กลางที่ผู้กู้และผู้ปล่อยกู้ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงินหรือรายย่อยจะถูกจับคู่ผ่านเทคโนโลยีอย่าง AI ซึ่ง P2P Platform จะเป็นตัวกลางในทุกขั้นตอน ตั้งแต่สนับสนุนการส่งมอบเงินและชำระหนี้บน Platform คิดคะแนนประเมินผู้ปล่อยกู้และผู้กู้ ไปจนถึงช่วยคิดค้น Product เงินกู้ใหม่ๆ ด้วย
  • E-Commerce and Social Platform สำหรับรายนี้ คือกลุ่มที่ไม่ได้ทำธุรกิจด้านการเงินแต่กลับมีความสามารถในการปล่อยกู้เงินเพื่อใช้งานใน Platform ของตัวเอง เช่น Amazon และ WeChat โดยอาศัย Data ของผู้ใช้มาประเมินความเสี่ยงและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามความต้องการ
  • Marketplace Platform เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เปิดให้ผู้กู้และผู้ปล่อยกู้พบเจอกันบน Digital โดยจะแตกต่างกับ P2P Lending Platform ที่เมื่อจับคู่และส่งมอบเงินแล้วผู้กู้ยืมกับผู้ปล่อยกู้สามารถติดต่อกันได้โดยตรง สามารถส่งมอบและชำระเงินผ่านระบบที่ไม่ได้อยู่บน Marketplace Platform นั้นๆ ได้
  • Supply Chain Lender เป็นรูปแบบที่เหมาะสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่ซื้อวัตถุดิบบน Platform โดยผู้ปล่อยกู้ซึ่งเป็นเจ้าของ Platform หรือสินค้าจะเสนอเงินเท่ากับมูลค่าของวัตถุดิบที่ซื้อเพื่อดำเนินกิจการ จุดเด่นของรูปแบบนี้ยังอยู่ที่การลงโทษเมื่อผิดนัดชำระ ด้วยการระงับการส่งสินค้าหรือตัด Service ที่ใช้บน Platform เป็นต้น
  • Mobile Money Lender เกิดขึ้นโดย Operator เครือข่ายโทรศัพท์มือถือจับมือกับบริษัทให้กู้เงิน เพื่อเปิดบริการกู้เงินสำหรับผู้ใช้บริการในเครือข่ายโทรศัพท์นั้นๆ โดยผู้กู้ยืมสามารถดำเนินการผ่าน Application ของ Operator โดยจะรับเงินและชำระหนี้ผ่านศูนย์บริการของ Operator ที่ใช้บริการอยู่
  • Tech-Enabled Lender คือผู้ให้บริการกู้ยืมเงินทั่วไปที่นำ Digital มาใช้งานบางส่วน แต่ช่วยให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เช่น บางรายอาจยังมีร้านบริการอยู่ แต่สามารถส่งเงินและชำระหนี้ผ่านช่องทางออนไลน์ได้

 

Credit: OneYearMBA.co.in

ตัวอย่าง P2P Lending Startup ที่น่าสนใจจากทั่วโลก

ปัจจุบัน เรายังถือว่า P2P Lending เป็นแหล่งให้กู้เงินแบบทางเลือก (Alternative Lending) มากกว่าเป็นกระแสหลัก ดังนั้น ผู้ให้บริการรายใหญ่ในกลุ่มนี้จึงเป็นบริษัท Startup ที่พัฒนานวัตกรรมออกมาตอบโจทย์ตลาดมากกว่าสถาบันการเงินในปัจจุบัน โดยเราขอแนะนำให้รู้จัก P2P Lending Startup จากทั่วโลกที่น่าสนใจให้ได้รู้จักกันดังนี้

  • Lending Club เป็น P2P Platform ที่ริเริ่มตั้งแต่ปี 2010 ที่สหรัฐฯ เป็นสื่อกลางระหว่างนักลงทุนที่ประสงค์ปล่อยกู้เงินกับผู้ต้องการกู้ยืมเงินสำหรับลงทุนต่างๆ ซึ่ง Platform นี้นักลงทุนจะนำเงินไปซื้อหน่วยลงทุนในระบบ หน่วยลงทุนจะแบ่งตามความเสี่ยงที่รับได้ จากนั้นระบบก็จะนำเงินที่ผู้ลงทุนซื้อหน่วยมาเป็นเงินปล่อยกู้ เมื่อมีผู้กู้ยืมและทำการชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย ระบบก็จะแบ่งกำไรเป็นปันผลให้กับนักลงทุน
  • Prosper เป็น P2P Lending แบบ Marketplace ในสหรัฐฯ เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2005 เปิดโอกาสให้นักลงทุนหรือผู้ปล่อยกู้มีโอกาสเลือกผู้กู้ยืมตามเงื่อนไข ความเสี่ยง ไปจนถึงจาก FICO Score (Credit Score ตามมาตรฐานสหรัฐฯ) ส่วนผู้กู้ยืมก็สามารถเสนอเงื่อนไขที่ตัวเองต้องการได้ ผู้ลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการให้กู้ยืมเงินบนระบบเช่นเดียวกัน ส่วนการเก็บค่าบริการจะเก็บที่ผู้กู้เป็นรายครั้ง ส่วนนักลงทุนจะเก็บเป็นรายปี
  • ZOPA P2P Lending จากประเทศอังกฤษ ก่อตั้งเมื่อปี 2004 นักลงทุนที่เป็นผู้ปล่อยกู้จะต้องซื้อแพคเกจกองทุนที่มีให้เลือกจากนั้นระบบจะนำเงินดังกล่าวไปจัดสรรแก่ผู้กู้ยืมจำนวนมากในระบบ จากนั้นก็จะคืนเป็นผลกำไรให้กับนักลงทุน ด้านการเก็บค่าธรรมเนียมจะเก็บจากดอกเบี้ยของเงินกู้ที่ผู้กู้ยืมจ่ายเข้ามา ปัจจุบันได้รับ Banking License และเตรียมให้บริการ Financial Product อื่นๆ
  • Lufax หรือ Shanghai Lujiazui International Financial Asset Exchange อีกหนึ่งผู้ให้บริการ P2P Lending ที่น่าจับตามองในประเทศจีน ก่อตั้งเมื่อปี 2011 ทำงานด้วยการเชื่อมผู้ปล่อยกู้กับผู้กู้ยืมบน Platform เข้าด้วยกัน โดยเก็บค่าบริการจากทั้งสองฝ่ายเมื่อเกิดการกู้แต่ละครั้ง ซึ่งผู้ปล่อยกู้ก็มีโอกาสทำกำไรเช่นเดียวกับ Platform อื่นๆ

 

สถานการณ์ Digital Lending ในปัจจุบัน และเทรนด์ในอนาคต

จากเนื้อหาทั้งหมดสะท้อนว่าผู้ให้บริการแต่ละรายต่างมี Business Model ที่แตกต่างกันในรายละเอียด อันเนื่องมาจากมาตรการ (Regulatory) เกี่ยวกับ P2P Lending ในแต่ละภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็น P2P จากอเมริกา ยุโรป และจีนนั้น ล้วนมีวิธีการลงทุนและเก็บค่าบริการที่แตกต่างกันไปในแต่ละจุด ดังนั้น ทั้งหมดนี้อาจไม่สะท้อนภาพในประเทศไทยมากนัก แต่ก็ช่วยให้เห็นลักษณะเฉพาะที่เราควรคำนึงถึงได้เป็นอย่างดี ซึ่งล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทยได้พิจารณาให้เปิด Platform กู้ยืมเงินระหว่างบุคคลในไทยเข้า Sandbox แล้ว

อีกส่วนหนึ่งที่ต้องจับตาคือการเข้ามาของ Big Tech Company อย่าง Alibaba, Google หรือแม้แต่ Facebook ที่มีทั้งเงินสดและ Data ของผู้ใช้บนระบบ ซึ่งตอนนี้เหลือเพียงการสร้างช่องทางเข้าถึงผู้บริโภคผ่าน E-Commerce รวมถึงการจับมือกับสถาบันการเงินต่างๆ

อย่างไรก็ตาม Key Success ของ P2P Lending ยังอยู่ที่การทำให้ตลาดนี้ปลอดภัยและโปร่งใสกับผู้ใช้มากที่สุด ทั้งฝั่งนักลงทุนและผู้กู้ยืม ที่ทั้งภาคธุรกิจการเงิน ผู้ประกอบการ P2P Lending ไปจนถึงภาครัฐฯ ควรเอาประเด็นนี้เป็นที่ตั้งเพื่อให้บริการนี้เกิดประโยชน์สูงสุดนั่นเอง ในโอกาสหน้า Digital Ventures ยังมีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ Digital Lending รวมถึง Fintech อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้มานำเสนอกันอีกแน่นอน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก accion.org , fintechnews.sg, Techsauce