Digital Ventures

Back to blog

นวัตกรรมกับสังคมผู้สูงอายุ รับมือได้ด้วย Deep Tech for Healthcare

DIGITAL VENTURES สิงหาคม 28, 2018 12:04 AM

4,044

ในช่วงที่ผ่านมาคำว่า “สังคมผู้สูงอายุ” เป็นสิ่งที่เราได้ยินกันบ่อยตามข่าวสารต่างๆ ซึ่งหมายถึงเราจะมีสัดส่วนผู้สูงอายุในสังคมเพิ่มขึ้น สำหรับประเทศไทย สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) คาดการณ์ว่าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในปี 2564 ประเด็นที่ตามมาของการที่สังคมผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นคือการดูแลสุขภาวะ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งหลายฝ่ายกำลังต้องการวิธีการดูแลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยปัจจัยหนึ่งที่เข้ามาช่วยได้คือนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มาจากเทคโนโลยีชั้นสูงหรือ Deep Technology นั่นเอง ในวันนี้ Digital Ventures จึงชวน AIM Global Innovation ทีมนักพัฒนา Deep Tech ด้าน Robotics สำหรับ Healthcare มาพูดคุยถึงการใช้ Deep Tech เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุกัน

สถานการณ์สังคมผู้สูงอายุในปัจจุบัน

สหประชาชาตินิยามคำว่า “ผู้สูงอายุ” คือชายและหญิงที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ทีม AIM Global Innovation ระบุว่าปัจจุบันทั่วโลกกำลังตื่นตัวต่อประเด็นเกี่ยวกับผู้สูงอายุ โดยปัจจุบันมีจำนวนผู้สูงอายุทั่วโลกราว 962 ล้านคน หรือเกือบ 1 ใน 7 ของประชากรทั้งโลก ส่วนประเทศไทยมีผู้สูงอายุราว 10 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสหประชาชาติคาดการณ์ว่า ศตวรรษที่ 21 (ค.ศ. 2001-2100) จะเป็นศตวรรษที่ก้าวสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ซึ่งส่งผลแตกต่างกันตามสภาพเศรษฐกิจ สังคม และนวัตกรรมด้านสุขภาพในแต่ละประเทศ

สำหรับสิ่งที่บ่งชี้ปัญหาของสังคมผู้สูงอายุคือตัวเลขสัดส่วนคนวัยทำงานต่อจำนวนผู้สูงอายุ โดยทั่วโลกตอนนี้มีสัดส่วนผู้สูงอายุเฉลี่ย 13 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน และในอนาคตมีแนวโน้มว่าตัวเลขนี้อาจกลายเป็นอัตราส่วน 1 ต่อ 1 อันส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอย่างชัดเจนเพราะเมื่อสัดส่วนผู้สูงอายุต่อคนวัยทำงานขยับเข้ามาใกล้กันเรื่อยๆ ย่อมแสดงว่าการดูแลผู้สูงอายุอาจทำได้ไม่ทั่วถึง

ด้วยวัยที่เพิ่มขึ้น ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีสุขภาพร่างกายที่เสื่อมถอยส่งผลต่อสุขภาพจิตที่บรรดาผู้สูงอายุมักจะขาดการเข้าสังคม การดำเนินกิจกรรมต่างๆที่เคยทำได้ก็อาจทำไม่ได้เหมือนเดิม นำไปสู่การเป็นโรคซึมเศร้า และกลับมาส่งผลเสียต่อร่างกายจนอาจทำให้การใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายของพวกเขาไม่ดีเท่าที่ควร

Deep Technology ที่เอื้อต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ

ด้วยสัดส่วนของผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนานวัตกรรมเข้าช่วย อย่างเช่นที่นวัตกรรมที่ทีม AIM Global Innovation กำลังค้นคว้าและพัฒนา Solution สำหรับช่วยเหลือผู้สูงอายุ และได้เล่าให้เราฟังถึงเทคโนโลยีขั้นสูงที่จะน่าจะเข้ามาช่วยได้อย่างมาก เช่น

  • Computer Vision และ Artificial Intelligence เทคโนโลยีตรวจจับภาพเคลื่อนไหว โดยสามารถเรียนรู้ท่าทางต่างๆ ด้วย Machine Learning เพื่อสอดส่องพฤติกรรมของคน สามารถนำมาใช้กับผู้สูงอายุเพื่อส่งเสริมให้ทำกิจกรรมที่เหมาะสม เช่น สอดส่องว่าออกกำลังกายหรือไม่ ตรวจสอบการทานยาหรือทานอาหารครบหรือไม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยป้องกันการทานยาซ้ำในผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องความจำ
  • นอกจากนี้ยังพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อสร้างความบันเทิง แก้เหงา เช่น การเปิดเพลงหรือชวนเล่นเกม ซึ่งจะมี AI ที่สามารถเรียนรู้เพื่อปรับระดับความยากง่ายของเกมเพื่อให้เหมาะสมต่อการป้องกันอาการสมองเสื่อมได้อีกด้วย
  • Robotics มีการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาใส่ในหุ่นยนต์ที่ออกแบบให้เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ ข้อดีของหุ่นยนต์ก็คือสามารถผลิตออกมาได้เป็นจำนวนมาก ทำให้มีปริมาณเพียงพอต่อจำนวนผู้สูงอายุที่มากขึ้น ไม่มีความรู้สึกจึงสามารถรองรับการทำงานกลับผู้สูงอายุบางกลุ่มที่มีอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย ยากต่อการดูแลโดยผู้ดูแล

บทบาทของหุ่นยนต์และเทคโนโลยีกับการดูแลผู้สูงอายุ

หลายคนมองว่าการที่หุ่นยนต์เข้ามาทำหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุนั้น อาจเป็นตัวบั่นทอนความสัมพันธ์ภายในครอบครัว แต่ทาง AIM Global Innovation กล่าวว่า ผู้นำหุ่นยนต์ไปใช้ต้องคิดก่อนว่าจะนำหุ่นยนต์และเทคโนโลยีไปใช้ทำอะไร ซึ่ง AIM Global Innovation ตั้งเป้าให้หุ่นยนต์ที่ทีมพัฒนาทำหน้าที่ “สนับสนุน” การดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุให้มีสุขภาพดี เพื่อจะได้ใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข โดยไม่ได้แทนที่ แต่เข้ามาช่วยเหลือให้การดูแลมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง

บทบาทของหุ่นยนต์ด้านการส่งเสริมสุขภาพนั้นยังรวมไปถึงการดูแลสมองด้วย เพราะปัจจุบันมีการพัฒนา Software สำหรับบริหารสมองเพื่อป้องกันอาการสมองเสื่อม โดย AIM Global Innovation ชี้ว่าหุ่นยนต์และ Software บริหารสมองของพวกเขามีกลุ่มเป้าหมายเริ่มต้นตั้งแต่บุคคลวัย 60 ปี เพราะกิจกรรมเพื่อป้องกันอาการสมองเสื่อมนั้น ทำง่ายและยั่งยืนกว่าการมารักษาภายหลังหากผู้สูงอายุมีอาการไปแล้ว นอกจากนี้ หุ่นยนต์ยังเหมาะกับงานที่ต้องทำอย่างซ้ำๆ ไม่แสดงอารมณ์หงุดหงิดและไม่รู้สึกเหนื่อยล้า ทำให้การเฝ้าติดตามพฤติกรรมผู้สูงอายุทำได้มีประสิทธิภาพมากกว่า

ทีมยังเน้นย้ำอีกว่า หุ่นยนต์ที่สร้างขึ้นไม่สามารถทดแทนการดูแลโดยคนได้ทั้งหมด เพราะอย่างไรเสียหุ่นยนต์ก็ไม่สามารถทดแทนความสัมพันธ์ระหว่างคนได้ บทบาทของหุ่นยนต์และเทคโนโลยีจึงเป็น “ผู้ช่วยดูแล” ร่วมกับบุคลากรผู้เชี่ยวชาญและคนในครอบครัวเท่านั้น

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งคือ เรื่องทางเศรษฐกิจอย่างค่าใช้จ่าย หุ่นยนต์มีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าและมีประสิทธิภาพมากกว่าการจ้างบุคลากรมืออาชีพเพื่อมานั่งเฝ้าดูแลผู้สูงอายุ หลายครั้งแม้แต่ผู้ดูแลมืออาชีพเองก็อาจเกิดข้อผิดพลาดของมนุษย์ (Human error) ในขณะที่หุ่นยนต์จะไม่มีปัญหาแบบนี้ เพราะสามารถทำงานซ้ำๆได้อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย และทีม AIM Global Innovation ก็วางแผนไว้ว่าหุ่นยนต์จะไปถึงยังผู้บริโภคในรูปแบบการเช่า ซึ่งน่าจะช่วยทำให้มีค่าใช้จ่ายที่ต่ำลง และทีมงานก็สามารถเข้าไปดูแลได้ตลอดอายุการใช้งาน

ปัจจัยสนับสนุนเพื่อให้เทคโนโลยีเข้ามา “ช่วย” ดูแลผู้สูงอายุ

แน่นอนว่าการพัฒนานวัตกรรมเพื่อให้ใช้งานได้จริง จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง ซึ่งทาง AIM Global Innovation ระบุว่า การสนับสนุนทางการเงินเพื่อค้นคว้าเป็นสิ่งจำเป็นมาก โดยเฉพาะส่วนของ Computer Vision และ Artificial Intelligent Technology เพื่อการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ซึ่งนับเป็นการค้นคว้าทางการแพทย์ที่ต้องอาศัยความถูกต้องของข้อมูล ซึ่งการพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพและความถูกต้องแม่นยำสูงนั้นจำเป็นต้องใช้ข้อมูลที่มีคุณภาพมาสอนระบบ

อีกสิ่งหนึ่งคือการสนับสนุนด้านการทดลองผลิตภัณฑ์หรือ Proof of Concept โดยอาศัยการร่วมมือกับหน่วยงานอย่างโรงพยาบาลและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ การทดลองใช้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการช่วยพัฒนา Product ให้ตอบโจทย์การดูแลผู้สูงอายุมากขึ้น

ต้องถือว่าแนวคิดการนำ Deep Tech มาใช้ดูแลผู้สูงอายุไม่เพียงแต่ช่วยลดงานของผู้ดูแลลงเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุได้อีกด้วย ซึ่ง AIM Global Innovation เป็นหนึ่งในทีมนักพัฒนานวัตกรรมที่เข้าร่วมโครงการ U.REKA ซึ่งมุ่งเน้นส่งเสริมนวัตกรรมจาก Deep Tech โดยนักพัฒนาชาวไทยเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ในประเทศไทย รวมถึงเพิ่มขีดการแข่งขันของประเทศบนเศรษฐกิจฐานความรู้ด้วย ในครั้งหน้า Digital Ventures ยังมีเรื่องราวของการแก้ปัญหาต่างๆ ด้วย Deep Tech มาฝากกันอีก อย่าพลาดติดตามกัน