Digital Ventures

Back to blog

ส่องการศึกษาด้าน AI ของจีน ปัจจัยสำคัญผลักดันแดนมังกรสู่การเป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์

DIGITAL VENTURES เมษายน 04, 2019 6:58 PM

1,243

Digital Ventures เคยพูดถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในประเทศจีนไปแล้วหลายหัวข้อ ซึ่งในครั้งนี้ เราขอพูดถึงสิ่งที่เป็นพื้นฐานการพัฒนาเทคโนโลยีซึ่งคือ “การศึกษา” กันบ้าง แต่หากถามว่าการศึกษาด้านใดที่จีนเน้นมากในเวลานี้ ก็หนีไม่พ้นเทคโนโลยีอย่าง Artificial Intelligence ที่จีนมุ่งมั่นจะเป็นผู้นำด้านนี้ของโลก ด้วยเหตุนี้ จีนจึงต้องมี “แผนการ” บางอย่างด้านการศึกษา เพื่อแก้ปัญหาไปพร้อมกับผลักดันให้เป็นไปตามเป้าหมาย เราจึงขอชวนทุกท่านมาทำความเข้าใจปัญหาและแนวทางแก้ไขที่จีนคิดเพื่อพาประเทศสู่การเป็นผู้นำด้าน AI กัน

 

2 เหตุหลักที่ทำให้จีนต้องหันมาสนใจด้านการศึกษา

เราเคยกล่าวถึงแผนการพัฒนา AI ของจีนที่ชื่อว่า “แผนงานการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์สำหรับยุคสมัยใหม่” ซึ่งเป็นแผนที่วางโครงสร้างการค้นคว้าเทคโนโลยี AI ให้ครบทุกด้าน และมีเป้าหมายเป็นรูปธรรมที่ต้องการให้ปั้นอุตสาหกรรม AI ให้มีมูลค่า 1 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 5 ล้านล้านบาท ภายในปี 2030 โดยแน่นอนว่าแผนงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งปี 2030”

แน่นอนว่าเป้าหมายดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการตอบสนองจากหลายทาง แต่ส่วนที่สำคัญมากคือส่วนของบุคลากรซึ่งเป็นผู้ขับเคลื่อนการพัฒนา Solution แต่ในปัจจุบัน ประเทศจีนกำลังประสบปัญหาในด้านบุคลากรไม่น้อย โดยมี 2 สาเหตุหลัก ได้แก่

  • จำนวน Talent ไม่มากพอต่อเป้าหมายการพัฒนา

ในการพัฒนานวัตกรรม จำเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ตามหลักสูตร STEM (หลักสูตรวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ อันเป็นพื้นฐานการพัฒนานวัตกรรม) ซึ่งในปี 2013 จีนวางแผนผลักดันเต็มที่จนทำให้มีบุคลากรเพิ่มขึ้น 40 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเยอะเป็น 2 เท่าของที่สหรัฐฯ ทำได้

อย่างไรก็ตาม จำนวนไม่ได้เป็นปัจจัยหลักในการพัฒนานวัตกรรม แต่การสร้างวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกลับเป็นประเด็นที่ทำให้บุคลากรจีนไม่สามารถสร้างนวัตกรรมได้เท่าที่ควร โดยเฉพาะวัฒนธรรมความเป็นผู้ประกอบการด้าน AI ซึ่งจีนยังทำได้ไม่ดีเท่าประเทศชั้นนำอื่น ๆ

ด้วยเหตุนี้ จีนจึงต้องนำเข้าบุคลากรด้าน AI จากสหรัฐฯ และประเทศในยุโรป รายงานโดย LinkedIn Global AI Talent ในปี 2017 ระบุว่าจีนรับบุคลากรต่างชาติเข้าทำงานมากกว่า 44 เปอร์เซ็นต์ แน่นอนว่าเมื่อเป็นบุคลากรต่างชาติ แม้จะทำให้จีนก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แต่ก็ขาดความมั่นคงในการพัฒนาระยะยาว

  • คะแนนที่สูง ไม่ได้แปลว่าพร้อมสร้างนวัตกรรม

ประเทศจีนมีการสอบแข่งขันในระดับมหาวิทยาลัยที่เรียกว่า Gao Kao ซึ่งถือเป็นการสอบที่เข้มข้นมากในระดับโลก แม้ว่าการผลลัพธ์ของการสอบจะทำให้แต่ละมหาวิทยาลัยได้รับนักศึกษาคุณภาพสูง แต่ก็มีนักเรียนอีกจำนวนมากที่พลาดโอกาสเข้าเรียนด้าน AI แม้ว่าจะมีความสนใจและความพร้อมสำหรับสาขานี้ก็ตาม

นอกจากนี้ นักเรียนหลายคนยังเน้นการเรียนเพื่อสอบแข่งขัน ซึ่งจะไม่คุ้นชินกับกระบวนการสร้างนวัตกรรมซึ่งจำเป็นต้องคิดสร้างสรรค์และหลุดจากกรอบ โดยผลสำรวจนักเรียนในประเทศจีนและเกาหลีจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติคยองปุก ประเทศเกาหลีใต้ ระบุว่า นักเรียนที่สอบเข้ามาได้ด้วยคะแนนสูงจะมีคะแนนด้านความคิดสร้างสรรค์ต่ำกว่านักเรียนที่สอบเข้ามาได้ด้วยคะแนนมาตรฐาน

ดังนั้น ยิ่งการสอบเข้มข้นมากเท่าไร นักเรียนก็ต้องยิ่งทำคะแนนให้สูงมากขึ้น ส่งผลให้ทักษะสำคัญที่มีผลต่อการพัฒนานวัตกรรมอย่างความคิดสร้างสรรค์มีโอกาสน้อยลงไปด้วยนั่นเอง

 

Credit: thepaper.cn

 

ยกระดับที่การศึกษา แนวทางการพัฒนา AI อย่างยั่งยืนของประเทศจีน

จากปัญหาด้านบุคลากรข้างต้น จีนยังมีแผนที่จะ “ยกระดับ” ภาคการศึกษาโดยมีหลักสูตรที่มุ่งเน้นการพัฒนา AI เป็นการเฉพาะ ซึ่งมีครบครันทั้งในระดับประถมและมัธยมไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัย

  • หลักสูตร AI ในการศึกษาขั้นพื้นฐาน การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างยั่งยืน

แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้ง Alibaba กล่าวว่า ระบบการศึกษาจีนทำให้ผู้เรียนขาดความสนุก การค้นคว้า และการทดลอง ซึ่งทั้ง 3 อย่างนี้คือปัจจัยหลักของการสร้างนวัตกรรม ด้วยเหตุนี้ จีนจึงมองว่าควรทำให้ AI เป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงและทดลองทำได้ตั้งแต่ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงได้ออกแบบหนังสือเรียนวิขาเกี่ยวกับ AI สำหรับนักเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา

ศาสตราจารย์ Wang Ji Qing หัวหน้ากองบรรณาธิการและประธานหลักสูตรการสอน มหาวิทยาลัยจีนตะวันออก กล่าวถึงเหตุผลที่ต้องออกแบบหนังสือชุดนี้สำหรับใช้ในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เพราะในอนาคตอันใกล้ พวกเขาจะถูกรายล้อมด้วยหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ พวกเขาจึงต้องการความรู้ที่จะประยุกต์ใช้งานกับมันได้

หนังสือเรียนชุดนี้ มุ่งเน้นให้นักเรียนได้ทำความเข้าใจถึงสิ่งที่ AI ทำได้ และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ทดลองใช้งานจริงในเบื้องต้น ทำให้นักเรียนเข้าใจและต่อยอดการใช้งานต่างๆ ได้ตามความสนใจในอนาคต ซึ่งหนังสือเรียนและหลักสูตรดังกล่าวได้เริ่มทดลองใช้ที่โรงเรียนในเขตเมืองเซี่ยงไฮ้ เมื่อปี 2018

  • มหาวิทยาลัยชั้นนำของจีนเปิดสถาบัน AI

การศึกษาภาคพื้นฐานเป็นเพียงขั้นจุดประกายความสนใจของนักเรียนเท่านั้น ดังนั้น เพื่อต่อยอดความสนใจเหล่านี้ให้เป็นรูปธรรม มหาวิทยาลัยจึงต้องเข้ามาช่วยผลักดันให้เกิดความรู้และทักษะมากพอจะประกอบวิชาชีพด้วย ซึ่งแน่นอนว่ารัฐบาลให้การสนับสนุนเต็มที่ ด้วยการประกาศแผนการให้มหาวิทยาลัยชั้นนำสถาบันค้นคว้าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

เมื่อปี 2018 กระทรวงศึกษาธิการของประเทศจีน ประกาศแผนปฏิบัติการเพื่อผลักดันจีนสู่การเป็นประเทศชั้นนำด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยมีเป้าหมายให้มหาวิทยาลัยของจีนเป็นผู้นำความรู้ของเทคโนโลยี AI ภายในปี 2030

แผนดังกล่าวทำให้มหาวิทยาลัยชั้นนำของจีนตื่นตัวและเริ่มต้นตั้งภาคการเรียนการสอนรวมถึงสถาบันวิจัยด้าน AI โดยเฉพาะโดยตัวอย่างการสนับสนุนที่เกิดขึ้น มีดังนี้

  • เปิด 2 สาขาวิชาด้าน AI เมื่อปี 2018 มหาวิทยาลัยนานจิงได้เปิดตัว 2 สาขาวิชาใหม่ ได้แก่ Machine Learning and Data Mining และ Intelligence System and Application ซึ่ง Zhou Zhihua อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานจิง กล่าวว่า นับเป็นความจำเป็นอย่างมากที่มหาวิทยาลัยต้องออกหลักสูตรการเรียนการสอนด้าน AI ใหม่ เนื่องจากหลักสูตรในตอนนี้กว้างเกินกว่าจะทำให้ผู้เรียนมีความเข้าใจเชิงลึกหรือเห็นภาพการใช้งาน AI ในอุตสาหกรรมต่างๆ
  • จับมือกับภาคธุรกิจเพื่อ Use Case ที่เกิดขึ้นจริง นอกจากเปิดหลักสูตรแล้ว มหาวิทยาลัยนานจิงยังร่วมมือกับเจ้าของ E-Commerce Platform รายใหญ่อย่าง JD.com เพื่อให้ผู้เรียนได้ทดลองพัฒนา AI ตามโจทย์และความต้องการที่เกิดขึ้นจริงในภาคธุรกิจ
  • AI+X จับทุกวิชามารวมกับ AI อีกสถาบันหนึ่งที่น่าสนใจคือมหาวิทยาลัยเจ้อเจียงซึ่งนำเสนอแนวคิดหลักสูตร AI+X ซึ่งคือการเอา AI ไปผนวกรวมกับวิชาเอกที่คาดว่าจะช่วยต่อยอดการเรียนรู้ด้าน AI ได้ โดยคาดว่าจะช่วยให้มีวิชาเอกเกี่ยวกับ AI เพิ่มขึ้นเป็น 100 รายวิชาภายในปี 2020

 

สำนวนจีนกล่าวว่า ถ้าคุณวางแผนพัฒนา 10 ปี จงปลูกต้นไม้ แต่ถ้าคุณวางแผนพัฒนา 100 ปี จงให้การศึกษาเด็กรุ่นใหม่ สำนวนนี้สะท้อนถึงแผนการพัฒนาด้านการศึกษาของจีนที่ต้องการเป็นผู้นำในเทคโนโลยี AI ได้อย่างน่าสนใจทีเดียว ในโอกาสต่อไป Digital Ventures ยังมีบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่น่าสนใจมานำเสนอกันอีก อย่าพลาดติดตามกัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก thepaper.cn, imd.org และ xinhuanet.com