Digital Ventures

Back to blog

AI ใน Financial Service กับ Social Impact ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตทุกคน

DIGITAL VENTURES กุมภาพันธ์ 18, 2019 8:21 PM

496

เป็นที่ทราบกันดีว่าเทคโนโลยีทางการเงินหรือ Fintech นั้นเติบโตขึ้นมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ Artificial Intelligence ที่เปิดพื้นที่ใหม่ให้กับภาคบริการทางการเงิน ซึ่งหากมองก็จะเห็นว่า เทคโนโลยีนี้ไม่ได้ช่วยเพียงภาคธุรกิจเท่านั้น แต่ยังช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมดีขึ้นด้วย ซึ่ง AI ส่งผลต่อภาคการเงินกับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมแค่ไหน และประโยชน์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอย่างไร Digital Ventures ขอพาทุกท่านไปติดตามกัน

 

 

AI for Micro Loan แหล่งเงินกู้รายย่อยเพื่อทุกโอกาสของทุกคน

ปฏิเสธไม่ได้ว่า AI เป็นเทคโนโลยีที่บุกเบิก Solution ใหม่ๆ ให้กับปัญหาติดขัดต่าง ๆ ของภาคกการเงิน ซึ่งหนึ่งในปัญหาที่ส่งผลต่อผู้คนจำนวนมากคือการเข้าถึงแหล่งเงินทุน แต่เดิมนั้น มีหลายคนขาดโอกาสต่อยอดธุรกิจรวมถึงแบ่งเบาภาระทางการเงิน เนื่องจากเครดิตแบบดั้งเดิมไม่สามารถประเมินความเสี่ยงของพวกเขาได้ แม้ว่าจะมีพฤติกรรมทางการเงินที่ดีและมีความสามารถในการชำระหนี้ก็ตาม

ด้วยเหตุนี้ การพัฒนา Credit Scoring Solution โดยใช้เทคโนโลยี AI จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนจำนวนมากได้ดังนี้

  1. ประเมินเครดิตจากข้อมูลด้วยรูปแบบใหม่ ต้องยอมรับว่าแนวคิดการใช้ข้อมูลทางสังคม ของผู้ขอกู้เงิน เช่น การโพสต์บน Social Media เข้ามาร่วมประเมินเกิดขึ้นมานานแล้ว แนวคิดนี้เหมาะกับผู้มีรายได้น้อยหรือไม่มีประวัติทางการเงิน แต่เนื่องจากข้อมูลลักษณะนี้มีจำนวนมหาศาลเกินกว่าจะจำแนกเชิงคุณภาพด้วยแรงงานคนไหว หากเราใช้เทคโนโลยี AI ที่มีคุณสมบัติประมวลผลข้อมูลทั้งแง่คุณภาพและปริมาณ ก็จะช่วยให้ Solution นี้เกิดขึ้นได้ โดยปัจจุบัน ผู้ให้บริการทางการเงินในประเทศจีนอย่าง Ant Financial เริ่มนำ Solution นี้มาทดลองด้วยการเสนอ Micro Loan ผ่าน E-Commerce Platform กันแล้ว
  2. เข้าถึงผู้คนจำนวนมาก อีกคุณสมบัติหนึ่งที่สำคัญคือ AI เป็น Software ที่สามารถคัดลอก แบ่งปัน และพร้อมทำงานทันที ด้วยเหตุนี้ เราจึงสามารถกระจาย AI Solution ไปให้บริการในรูปแบบต่าง ๆ ได้ รวมถึงการให้บริการบนอินเทอร์เน็ตซึ่งมีข้อจำกัดด้านพื้นที่และเวลาน้อยกว่าด้วย นอกจากการเข้าถึงที่สะดวกแล้ว AI ยังสามารถประเมินคำขอของผู้รับบริการจำนวนมากพร้อม ๆ กันได้ จึงตอบโจทย์ในแง่ของการเพิ่มจำนวนผู้เข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วย

 

การขยายฐานผู้เข้าถึงเงินกู้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ธนาคารได้ลูกค้าใหม่เท่านั้น ยังช่วยให้ผู้คนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินเพื่อใช้ยกระดับคุณภาพการบริโภคในชีวิตประจำวันหรือลงทุนต่อยอดทางธุรกิจ โอกาสเหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับสังคมในภาพรวมด้วย

ความปลอดภัย ประเด็นใหญ่ที่ AI ช่วยปกป้องได้

การเข้ามาของ Financial Technology ทำให้ธุรกรรมมีจำนวนมากขึ้นและเร็วขึ้นในแต่ละวัน ประเด็นที่ตามมาคือเรื่องของความปลอดภัย อันเป็นส่วนที่จำเป็นในการป้องกันความผิดพลาดเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับคนจำนวนมาก และแน่นอนว่าเทคโนโลยี AI มีส่วนช่วยในเรื่องนี้อย่างมาก โดยตัวอย่างการใช้ AI ยกระดับความปลอดภัยด้านการเงินมีดังนี้

  1. ยืนยันตัวตนอย่างแม่นยำด้วย AI หนึ่งในภัยที่เกิดขึ้นในภาคการเงินคือการ “สวมรอย” เป็นบุคคลนั้นเพื่อลักลอบนำทรัพย์สินออกหรือนำไปทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย ยิ่งในยุคที่ธุรกรรมดำเนินอย่างรวดเร็ว หากเกิดความผิดพลาดจากส่วนนี้การแก้ไขก็เป็นไปได้ยาก จึงมีแนวคิดการพัฒนา AI ในระบบยืนยันตัวตน (Verification Solution) ตัวอย่างเช่น Face Recognition ที่อาศัย AI ช่วยอย่างแม่นยำ ซึ่งไม่เพียงแต่สะดวกเท่านั้น แต่การยืนยันธุรกรรมกับเทคโนโลยียังช่วยลดโอกาสที่ข้อมูลจะหลุดรั่วไปสู่บุคคลอื่นๆ ด้วย
  2. สอดส่องและยับยั้งธุรกรรมฉ้อฉล ในยุคที่ธุรกรรมเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก โอกาสเกิดธุรกรรมเชิงฉ้อฉลกลโกงก็มีมากขึ้นเช่นกัน แม้เราจะมีผู้เชี่ยวชาญแต่คงไม่สามารถจับตาดูสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาแน่ แต่ AI สามารถทำหน้าที่มองหาธุรกรรมประเภทนี้ได้รวดเร็วและตลอดเวลา โดยเริ่มจากทำความเข้าใจ Pattern ของธุรกรรมจำนวนมหาศาลเพื่อหาความน่าจะเป็นต่างๆ จนบอกได้ว่าธุรกรรมใดที่มีแนวโน้มฉ้อฉล จากนั้นก็ส่งสัญญาณเตือนให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยยับยั้ง ทำให้หยุดการฉ้อฉลได้อย่างทันท่วงที

 

การใช้ AI เพื่อยกระดับความปลอดภัย เป็นการช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดปัญหาด้านการเงินเป็นวงกว้าง นับเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เทคโนโลยีการเงินสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนได้จริง

 

 

AI ทำงานแทนเพื่อให้คนได้พัฒนา

การพัฒนาของเทคโนโลยีไม่เพียงแต่ทำให้เกิด Product and Service ใหม่ๆ แต่ยังสามารถดัดแปลงนำเทคโนโลยีมาใช้ในส่วนการดำเนินงานของธุรกิจได้มากมาย ซึ่งส่วนที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจคืองานระบบอัตโนมัติซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้คน เพราะหากเอาคนลงไปทำในส่วนนี้ก็ไม่ได้ใช้ความสามารถของพวกเขาอย่างเต็มประสิทธิภาพ

การดึงให้คนต้องทำงานในส่วนที่ซ้ำๆ จำเจ และไม่ได้บ่มเพาะทักษะนั้น แม้จะทำให้เขามีรายได้ แต่ในระยะยาว การที่พวกเขาไม่ได้บ่มเพาะทักษะเพิ่มเติมก็เป็นการทำลายโอกาสเข้าถึงความมั่นคงในชีวิต หากเราสามารถนำ AI มาช่วยงานในส่วนนี้แทนคน พร้อมกับผลักดันบุคลากรไปทำงานในส่วนที่ต้องอาศัยการเรียนรู้ทักษะและอาศัยปฏิสัมพันธ์กับผู้คน ก็จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทำงานได้อย่างยั่งยืน

แน่นอนว่าในภาคการเงิน มีงานหลายส่วนที่สามารถใช้ AI หรือ Robot ทดแทนได้โดยเฉพาะงาน Operation ด้านเอกสารหรือทะเบียนที่เป็นระบบอัตโนมัติ และมีงานอีกหลายส่วนที่ต้องพึ่งพาความสามารถของมนุษย์เท่านั้น ยิ่งงานส่วนที่ต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้รับบริการ การใช้คนที่เก่งก็จะให้ประสบการณ์ที่แตกต่างออกไปอย่างมาก

จะเห็นได้ว่านอกจากการยกระดับธุรกิจที่เราพูดถึงกันบ่อยแล้ว เทคโนโลยีด้านการเงินยังมีส่วนช่วยในด้านสังคมความเป็นอยู่ของคนทั้งระยะสั้นอย่างการใช้งานที่ปลอดภัยขึ้น ไปจนถึงระยะยาวอย่างด้านอาชีพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจด้วย ในโอกาสต่อไป เราจะยังมีเรื่องราวของเทคโนโลยี AI และการเงินอื่น ๆ ที่น่าสนใจมานำเสนอกันอีกแน่นอน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก acm.org, bcg.com และ internationalbanker.com