Digital Ventures

Back to blog

AI กับ Digital Fraud Detection ผู้ยับยั้งทุจริตในภาคอุตสาหกรรมการเงิน

DIGITAL VENTURES สิงหาคม 05, 2019 1:23 PM

276

Digital Ventures ได้กล่าวถึงการใช้งานเทคโนโลยีเพื่อประโยชน์ในภาคบริการทางการเงินมาพอสมควรแล้ว ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าการใช้เทคโนโลยีในด้านการเงินไม่ได้มีเพียงแต่มุมที่เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังมีการใช้เทคโนโลยีเพื่อก่อความเสียหายผ่านการทุจริตในอุตสาหกรรมการเงินเกิดขึ้นด้วย โดยเฉพาะจากประเด็นที่น่ากังวลสำหรับผู้บริโภคและผู้ให้บริการในช่วงที่ผ่านมา ปัจจุบันสถาบันการเงินจึงมีแนวคิดในการนำเทคโนโลยีชั้นสูงเข้ามาช่วยลดปัญหาการทุจริตและอาชญากรรมทางการเงิน โดยเทคโนโลยีชั้นสูงที่ว่านั้นคือ “ปัญญาประดิษฐ์” นั่นเอง Digital Ventures จึงขอพาทุกท่านไปทำรู้จักกับอีกบทบาทหนึ่งของ AI ในฐานะผู้ที่คอยช่วยยับยั้งความเสียหายจากการทุจริตและอาชญากรรมในภาคการเงินทุกวันนี้กัน

 

 

Impact จากการทุจริตและอาชญากรรมทางดิจิทัลในภาคการเงิน

แน่นอนว่าการทุจริตเป็นเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ในทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคบริการทางการเงินที่อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจ ปัจจุบันการทุจริตและอาชญากรรมทางดิจิทัลที่เกิดขึ้นกับธุรกิจการเงินอันเป็นเรื่องใหม่ มีแนวโน้มก่อความเสียหายรุนแรงถึงหลัก “แสนล้าน” เหรียญสหรัฐฯ แล้ว

McAfee บริษัท Software ด้าน Cybersecurity ระบุว่า อาชญากรรมทางดิจิทัลก่อความเสียหายให้กับระบบเศรษฐกิจมากถึง 600,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2016 และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และหากเจาะลงมาในรายละเอียด McKinsey บริษัทวิจัยด้านการเงินระบุว่า อาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงบัตรเครดิต ได้ก่อความเสียหายทั่วโลกรวมกันแล้วมากถึง 23 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อปี 2016 และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเป็น 44 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2025

สาเหตุที่แนวโน้มดังกล่าวสูงขึ้นเนื่องจากการขยายตัวของ E-Commerce และ Digital Payment รวมถึงการสนับสนุน Cashless Society เมื่อธุรกรรมทางการเงินถูกยกขึ้นไปอยู่บนดิจิทัลมากขึ้น ก็เพิ่มโอกาสให้การโจมตีทางดิจิทัลมีจำนวนมากขึ้นและก่อปัญหากับระบบเศรษฐกิจอย่างรุนแรงขึ้นด้วย

 

บทบาทของ AI เพื่อความปลอดภัยของ Digital Banking

แม้แนวโน้มของการทุจริตและอาชญากรรมทางดิจิทัลจะเพิ่มขึ้น แต่เราไม่จำเป็นต้องกลับไปใช้วิธีการเดิม ๆ เพื่อทำธุรกรรม ในอีกทางหนึ่งเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นก็มีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันปัญหาข้างต้นได้เป็นอย่างดีเช่นกัน โดยหนึ่งในเทคโนโลยีที่ผู้ให้บริการและนักพัฒนาด้าน Cybersecurity กำลังให้ความสนใจอย่างมากคือ Artificial Intelligence หรือปัญญาประดิษฐ์นั่นเอง

เนื่องจากธนาคารและสถาบันการเงินในปัจจุบันหันมาให้บริการทำธุรกรรมบน Digital Platform กันมากขึ้น นอกเหนือจากความสะดวกที่ได้รับแล้ว ธนาคารและสถาบันการเงินยังมีข้อมูลดิจิทัลหรือ Digital Data เก็บเอาไว้ด้วย ซึ่ง Digital Data เหล่านี้นอกจากจะนำมาใช้ในหาข้อมูลเชิงลึกเพื่อเสนอบริการแล้ว ยังใช้ “สอดส่อง” ทุจริตหรืออาชญากรรมทางดิจิทัลได้เช่นกัน

สำหรับการพัฒนา AI เพื่อใช้งานในด้านความปลอดภัยนั้น เริ่มตั้งแต่สร้าง Dataset ทั้งธุรกรรมที่ถูกต้องและธุรกรรมที่นำไปสู่การทุจริตมาให้ AI เรียนรู้ จากนั้นจึงสร้าง Model ตรวจสอบธุรกรรม ทั้งนี้ AI สามารถเรียนรู้จะตรวจจับทุจริตจากธุรกรรมได้ทั้งจากความถี่ สถานที่ดำเนินธุรกรรม ประเภทของธุรกรรม ไปจนถึงผู้รับมอบประโยชน์จากธุรกรรมนั้น ซึ่งหากตัวแปรเหล่านี้บ่งชี้ถึงข้อผิดปกติ AI จะระงับหรือแจ้งเตือนให้หยุดดำเนินธุรกรรมได้ทันท่วงที

ปัจจุบันมีผู้ให้บริการด้านการเงินหลายรายพัฒนา AI และ Machine Learning เพื่อสอดส่องธุรกรรมที่เข้าข่ายทุจริตอันก่อให้เกิดความเสียหายกับธุรกิจและระบบการเงินโดยรวม ยกตัวอย่างเช่น Mastercard ผู้ให้บริการด้านชำระเงินได้นำ AI เข้ามาใช้ตรวจสอบธุรกรรมโดยอาศัยข้อมูลจากธุรกรรมที่เกิดขึ้นเดิม ผลลัพธ์คือ Mastercard ยับยั้งธุรกรรมไม่พึงประสงค์ทั้งจากความผิดพลาดของระบบและการตั้งใจทุจริตลงได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ทั้งยังมีความแม่นยำกว่าระบบเดิม ลดการเสียทรัพยากรไปกับการตรวจสอบธุรกรรมที่ดำเนินอย่างถูกต้องอยู่แล้ว รวมถึงตรวจพบธุรกรรมที่เกิดจากการทุจริตจริงมากขึ้น

 

 

ข้อได้เปรียบเมื่อใช้ AI ตรวจจับทุจริตในภาคการเงิน

เมื่อได้ทราบถึงความจำเป็นและบทบาทของ AI ในการป้องกันการทุจริตในภาคการเงินไปแล้ว หลายคนคงอยากรู้ถึงข้อได้เปรียบอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อนำ AI มาใช้ในการตรวจสอบทุจริตบ้าง ซึ่งเราได้รวบรวมข้อได้เปรียบจากการใช้งานข้างต้นออกมาดังนี้

  • ลดต้นทุนด้านการตรวจสอบในระยะยาว ในอดีต Fraud Detection Solution จะคิดค่าบริการตามรายการที่ทำการตรวจสอบ ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายมหาศาลจากการที่ต้องคอยตรวจสอบธุรกรรมตลอดเวลา ยิ่งในอนาคตแนวโน้มของธุรกรรมบนดิจิทัลมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ยิ่งทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ดังนั้น การที่สถาบันการเงินหันมาพัฒนา AI ที่ไม่ต้องเสียค่าบริการเป็นรายครั้ง ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับการใช้ Solution แบบเดิมและแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของธุรกรรมดิจิทัล
  • แม่นยำควบคู่ความรวดเร็ว เดิมทีการยืนยันตัวตนเพื่อทำธุรกรรม (Verification) มักมีการกำหนดช่วงเวลารอยืนยัน เพื่อให้การตรวจสอบข้อมูลเป็นไปอย่างถี่ถ้วน แต่ในยุคปัจจุบัน ทุกธุรกรรมที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องผ่านขั้นตอนอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันต่อความต้องการ ซึ่งแทนที่จะกำหนดช่วงเวลาดังกล่าว สถาบันการเงินสามารถใช้ AI เข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบรายการแทน ซึ่ง AI สามารถตรวจสอบธุรกรรมแต่ละรายการได้อย่างแม่นยำในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
  • อัพเดทวิธีการตรวจสอบอัตโนมัติ บรรดาผู้ร้ายที่จ้องจะทุจริตระบบการเงินมักมาพร้อมเทคโนโลยีและกลโกงใหม่ๆ เสมอ ดังนั้นการอัพเดทความปลอดภัยเพื่อรับมือวิธีเหนือความคาดหมายต่าง ๆ จึงจำเป็นไม่น้อย ซึ่ง AI เป็นเทคโนโลยีที่สามารถปรับปรุงรูปแบบการทำงานด้วยตัวเองได้ตลอดเวลา หากมีวิธีการใหม่ที่นำไปสู่การทุจริตและตรวจพบโดย AI ระบบก็จะอัพเดท Model ได้โดยอัตโนมัติ รวมถึงผู้ดูแลระบบก็สามารถอัพเดทวิธีการที่คาดว่าจะเกิดขึ้นให้แก่ AI ด้วยตัวเองได้
  • ทำงานได้ต่อเนื่องตลอดเวลา เนื่องจาก AI เป็นเทคโนโลยีที่ทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ จึงสามารถทำงานได้ต่อเนื่องตลอดเวลา เหมาะมากกับการสอดส่องความปลอดภัยในระบบด้านการเงินในปัจจุบันซึ่งมีธุรกรรมเกิดขึ้นตลอดเวลา
  • รองรับการเติบโตของธุรกิจ อีกคุณสมบัติหนึ่งที่ภาคธุรกิจให้ความสนใจคือเทคโนโลยีที่รองรับการเติบโตของบริการ ซึ่ง AI เป็นเทคโนโลยีที่ยิ่งมีข้อมูลหรือรายการธุรกรรมไหลเวียนเข้ามามากเท่าไร Model ก็จะยิ่งได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น จึงถือได้ว่า AI เป็นเทคโนโลยีที่รองรับการเติบโตของ Service Platform ได้

 

จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นถือเป็นดาบสองคมที่มีทั้งประโยชน์และโทษ แต่ทั้งนี้เราก็สามารถต่อยอดเทคโนโลยีเพื่อป้องกันโทษและโอกาสเกิดความเสียหายได้ กล่าวคือแม้เราจะมีโอกาสพบกับอาชญากรรมทางดิจิทัลมากขึ้น แต่เราก็สามารถใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ยับยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้เช่นกัน ในครั้งหน้า Digital Ventures ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านการเงินที่น่าสนใจมาฝากกันอีก โปรดติดตามในโอกาสต่อไป

ขอขอบคุณข้อมูลจาก netguru.com, firstpost.com และ emerj.com