Back to Blogs

5 ข้อสำคัญบ่งชี้ว่า ICO ต่างจากการระดมทุนประเภทอื่นอย่างไร

ตุลาคม 30, 2017 12:52 PM
views
5-ico_edit-01

หลังจากที่ได้แชร์เรื่อง ICO ผ่านรูปแบบ infographic จาก Blog การระดมทุนแบบ ICO คืออะไร? กันไปเรียบร้อยแล้ว ครั้งนี้เราจะมาเจาะลึกลงไปอีกว่า ICO มีความแตกต่างจากการระดมทุนอื่นๆ อย่างไร และสำหรับผู้ที่ยังสงสัยว่า ICO คืออะไร ขอเกริ่นสั้นๆ เพื่อให้ทำความเข้าใจเบื้องต้นกันก่อนตามนี้

ในช่วงปี 2016 ถึง 2017 เกิดกระแสการระดมทุนอีกประเภทที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจาก Startup และนักลงทุนทั่วโลก โดยการระดมทุนดังกล่าวเป็นการนำเทคโนโลยี Blockchain มาประยุกต์ใช้ โดยไม่ได้มีเพียงแค่ด้านการเงินอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังแพร่หลายไปยังหลายภาคธุรกิจ เช่น ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจโฆษณาออนไลน์ เป็นต้น ซึ่งรูปแบบการระดมทุนดังกล่าว เรียกว่า Crowdsale หรือ Initial Coin Offering (ICO) นั่นเอง แม้ว่าการระดมทุนในรูปแบบของ ICO จะเน้นหนักไปทางธุรกิจที่พัฒนาโซลูชั่นอยู่บนพื้นฐานของเทคโนโลยีโดยตรง แต่ก็มีข้อแตกต่างจากการระดมทุนรูปแบบอื่นๆ พอสมควร โดยเราสรุปออกมาเป็นประเด็นหลักๆ เพื่อให้เข้าใจกันดังนี้

  1. สถานะของโครงการ – เริ่มขอระดมทุนได้ตั้งแต่ยังมีแค่ไอเดีย

การที่ Startup ระดมทุนในรูปแบบของ ICO นั้น เป็นการพัฒนา Project ของพวกเขาอยู่บนเทคโนโลยีของ Blockchain โดยตรง เป็นการระดมทุนที่สามารถทำได้ตั้งแต่ช่วงไอเดียเริ่มต้น โดย Startup นั้นๆ ต้องเขียน Whitepaper ขึ้นมาเป็นอันดับแรก ซึ่งประกอบไปด้วยรายละเอียดของโครงการ จำนวนเงินที่ต้องการระดมทุน รายละเอียดของทีมงานและที่ปรึกษา และรายละเอียดของ Token ที่แลกกับการลงทุน เพื่อนำเสนอโครงการให้กับกลุ่มนักลงทุนที่สนใจลงทุน

  1. ใช้ระยะเวลาระดมทุนน้อยกว่าประเภทอื่นหลายเท่า

จากเดิมที่ Startup มักคุ้นชินกับการระดมทุนผ่านทาง Angel Investor หรือ Venture Capital ซึ่งเป็นวิธีที่อาจต้องใช้เวลาในการดำเนินการเป็นระยะเวลาหนึ่งกว่าจะได้รับเงินทุนมา หรือบริษัทที่ต้องการออกสู่ตลาดหุ้นอย่าง IPO ก็ต้องใช้เวลาเป็นปีในการพิจารณาจากหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งหากเปรียบเทียบกันแล้ว การเปิดระดมทุนในรูปแบบ ICO นั้นใช้เวลาสั้นกว่าแบบอื่นๆ อยู่มาก โดยอาจจะใช้เพียงไม่กี่เดือนหากมีนักลงทุนที่สนใจ ในต่างประเทศมี Startup บางรายที่สามารถขอระดมทุนไปได้หลายล้านเหรียญสหรัฐฯ ในเวลาเพียงไม่ถึง 30 วินาที (BAT)

  1. Token คือสิ่งตอบแทนที่คุณจะได้จากการลงทุนใน ICO – ไม่ใช่หุ้นหรือโปรดักต์ที่พัฒนาแล้ว

ในแง่ของสิ่งตอบแทน ICO อาจจะมีบางส่วนที่คล้ายๆ กับ Crowdfunding ตรงที่เป็นการระดมทุนจากคนหมู่มาก โดยการนำเสนอไอเดียที่น่าสนใจให้กับผู้สนใจลงทุน อย่างไรก็ตามสิ่งที่ตอบแทนไปให้นั้นไม่ใช่หุ้นอย่าง Equity Crowdfunding หรือ ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาแล้วอย่าง Reward Crowdfunding แต่สำหรับโครงการที่ระดมทุนบน ICO จะเป็นการให้ Token ซึ่ง Token ดังกล่าวนี้มีประโยชน์ตรงที่สามารถนำไปใช้แลกเปลี่ยนในตลาด Cryptocurrency หรือบางคนอาจเก็บไว้เก็งกำไร โดยชื่อของ Token ก็ตั้งตามแต่ละบริษัท เช่น OMG ของ OmiseGo เป็นต้น

  1. ช่องทางการระดมทุนออนไลน์ ที่ใครๆ ก็เข้ามาลงทุนได้

ช่องทางการระดมทุนของ ICO นั้น สามารถทำได้ผ่านช่องทางเดียวกันกับ Crowdfunding ซึ่งเป็นการระดมทุนผ่านทางออนไลน์ โดยที่นักลงทุนกับผู้พัฒนาโครงการอาจไม่เคยเจอหน้าหรือเคยพบเจอกันมาก่อนเลย ซึ่งแตกต่างกับการระดมทุนจากนักลงทุนในรูปแบบ Venture Capital ที่จะต้องศึกษาและทำความรู้จักซึ่งกันและกันให้ดีระดับหนึ่งก่อนที่จะเกิดการลงทุน

stock-photo-money-coin-currency-digital-keyboard-coins-virtual-bitcoin-cryptocurrency-e492fe08-8a86-489c-823c-09b4d3b3a49a

  1. ปัจจุบันยังไม่ได้รับการกำกับดูแลจากหน่วยงานใด

ปัจจุบันการลงทุนในรูปแบบนี้ยังไม่ได้รับการกำกับดูแลจากหน่วยงานใดๆ ไม่เหมือนกับการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ IPO ที่มีหน่วยงานกำกับดูแลของแต่ละประเทศชัดเจน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ ICO กลายเป็นประเด็นที่ภาครัฐฯ หลายประเทศให้ความกังวล ในบางประเทศอย่างเช่น จีนก็มีข่าวใหญ่โตเกี่ยวกับการแบน ICO เกิดขึ้น ถือเป็นประเทศแรกของโลกที่ออกมาแบน โดยประกาศว่าการซื้อขายหรือการดำเนินการอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับ ICO นั้น ถือว่าเป็นการดำเนินการที่ละเมิดกฎหมายด้านการระดมทุนของประเทศจีน เพราะเข้าข่ายเป็นการออกหลักทรัพย์ที่ผิดกฎหมาย และอาจเป็นแชร์ลูกโซ่ ซึ่งจะส่งผลให้ภาคการเงินได้รับความเสียหายได้ ซึ่งบริษัทที่ได้ทำการระดมทุนแบบ ICO ไปแล้ว จะต้องคืนเงินทั้งหมดที่ระดมทุนมาได้ให้แก่นักลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล นั่นก็คือ Bitcoin และ Ethereum ใจความสำคัญอยู่ที่การตีความของผู้กำกับดูแลกฎหมายในแต่ละประเทศ โดยหากมองว่า ICO เข้าข่ายเป็นหลักทรัพย์ หรือ Securities แล้วล่ะก็ ผู้ระดมทุนจะต้องดำเนินตามกฎเกณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วยนั่นเอง

  1. ยังถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงมาก ควรศึกษาอย่างละเอียด

เนื่องจาก ICO ยังเป็นวิธีการระดมทุนที่ใหม่มาก โดยยังไม่มีกฎหมายมารองรับหรือมาตรการป้องกันเพื่อปกป้องนักลงทุน และสถานภาพทางกฎหมายก็ยังคลุมเครืออยู่ (ทั้งในสหรัฐและประเทศอื่นๆ) ดังนั้นผู้ที่จะลงทุนใน ICO ก็ต้องพิจารณาความเสี่ยงของตัวเองว่าโครงการ ICO แต่ละโครงการมีความน่าเชื่อถือแค่ไหน มากไปกว่านั้น ICO เป็นการระดมทุนที่เกิดขึ้นตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้นที่มีแค่ไอเดีย พูดง่ายๆ ก็คือโครงการดังกล่าวอาจจะล้มเหลวก็เป็นได้ เพราะฉะนั้น ICO ถือว่าอยู่ในระดับความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูง

สรุปคือ ณ ปัจจุบัน การระดมทุนในรูปแบบ ICO ปัจจุบันยังคงมีความเสี่ยงสูงสำหรับนักลงทุน และเคยมีข่าวว่าบริษัทแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ ได้รับแจ้งจาก SEC Security Exchange Commission ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแล เทียบได้กับ ก.ล.ต. บ้านเรา ว่าให้ทำการยกเลิกการระดมทุนแบบ ICO และให้คืนเงินที่ระดมทุนมาแก่นักลงทุนทั้งหมด ไม่เช่นนั้นจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้ จากกระแสที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีโครงการ ICO ต่างๆ เกิดใหม่แทบทุกวัน ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีทั้งโครงการที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว ดังนั้นนักลงทุนควรพิจารณาและทำเข้าใจในตัวธุรกิจและสิ่งที่ผู้ประกอบการนำเสนอ โดยทางที่ดีควรเลือกลงทุนในโครงการที่สามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคธุรกิจนั้นๆ หรือปัญหาที่อาจะจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต เฉกเช่นเดียวกับการลงทุนในหุ้นที่ดี ควรลงทุนในหุ้นที่มีความน่าเชื่อถือในระยะยาว มากกว่าการลงทุนแล้วเน้นเก็งกำไรเพียงช่วงสั้นๆ  สำหรับผู้ที่สนใจต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ICO ที่ Blog ของเรายังมีมาให้อ่านกันอีก สามารถติตดามได้เร็วๆนี้ หรือสามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.slideshare.net/paulark/initial-coin-offerings-an-overview-digital-ventures

 

Digital Ventures