Digital Ventures

Back to blog

5 ข้อคิดจาก Eatigo ส่งต่อประสบการณ์จริงสู่สตาร์ทอัพใน DVA b0

DIGITAL VENTURES พฤศจิกายน 09, 2016 8:31 AM

37,493

การจะปั้นธุรกิจ Startup ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีการเรียนรู้ เตรียมตัวอย่างเข้มข้น พร้อมพบเจออุปสรรคต่างๆ อย่างเช่น Eatigo ที่มาเล่าประสบการณ์ “จริง” ที่ “ล้มจริง” “ลุกจริง” “ไม่โลกสวย” ในฐานะ Startup ไทยรุ่นพี่เจ้าหนึ่งที่เพิ่งระดมทุน Series B มาจาก TripAdvisor มาให้ข้อคิดดีๆ ให้กับทีม Startup ทั้ง 10 ทีมในโครงการ DVA b0 (Digital Ventures Accelerator) ที่เพิ่งเริ่มโครงการเมื่อ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา และเป็นหนึ่งในการปูพื้นฐานให้กับแต่ละทีมได้อย่างดี เพราะประสบการณ์จริงจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับ Startup ใหม่ๆ ให้เติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืนได้

 

 

มารู้จัก Eatigo กันก่อน

Eatigo คือแอพอันดับหนึ่งของประเทศไทยและสิงคโปร์ ให้บริการจองและรับส่วนลดจากร้านอาหารสูงสุดถึง 50% มีผู้ใช้บริการมากกว่า 2 ล้านคน ด้วยคอนเซปต์ จับคู่ระหว่างช่วงเวลาที่โต๊ะว่างในร้านอาหารกับความหิวของทุกคน (We connect empty tables with empty stomachs via time-based discount)

คุณภูมินทร์ ยุวจรัสกุล หรือ คุณหลุยส์ Co-founder & CEO ของ Eatigo ประเทศไทย ได้เล่าให้เราฟังถึงจุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจ Startup ตัวนี้ว่า...

1. โมเดลที่ดีอาจจะไม่ได้เริ่มที่โปรดักต์เสมอไป

การตั้งเป้าหมายว่าจะโตเดือนละ 20% และเป็นอันดับหนึ่งในเอเชียให้ได้ คือกลยุทธ์ที่ Eatigo วางไว้ตั้งแต่ Day 1 จากนั้นจึงค่อยมาดูงบที่มี → ดูว่าต้องระดมทุนเท่าไร → ทำแผนธุรกิจ → สุดท้ายจึงค่อยมาสร้างโปรดักต์ที่ตอบโจทย์กับแผนธุรกิจของตนอีกที จึงเป็นรูปแบบของการมี Business plan ก่อนคิดโปรดักต์ ซึ่งอาจจะเป็นรูปแบบที่กลับกันกับเจ้าอื่นๆ  “It’s a model, NOT the product”

2. สิ่งที่ฆ่า Startup ไม่ใช่เงินทุน แต่คือ Speed ในการเติบโต

หลังจากเกิดไอเดียและเริ่มลงมือแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Speed ในการเติบโตของบริษัท Startup คือจุดแข็งที่ทำให้สามารถเอาชนะหรืออยู่รอดได้เมื่อเทียบกับบริษัทที่เป็นองค์กรใหญ่ คุยหลุยส์ย้ำว่า สิ่งที่ฆ่า Startup หรือทำให้ธุรกิจไปต่อไม่ได้ ไม่ใช่การไม่มีเงินลงทุนเข้ามา แต่เป็นอัตราการเติบโตของธุรกิจที่ช้าเกินไป จนทำให้แบรนด์หรือองค์กรใหญ่ๆ เข้ามาตีตลาดและสามารถแก้ปัญหาแบบเดียวกันได้นั่นเอง

3. ทีมที่พร้อมและเคมีที่ตรงกันคือส่วนช่วยผลักดันธุรกิจ

จากจุดเริ่มต้นมาถึงทุกวันนี้ได้ ไม่ใช่เพียงแต่ไอเดียที่ดีเท่านั้น ทีมก็เป็นเรื่องใหญ่อันดับต้นๆ ที่ Startup หลายรายเคยเจอปัญหากันมาแล้ว สำหรับคุณหลุยส์ เขาบอกว่าตัวเองโชคดีที่ได้ร่วมมือกับทีมที่มีความรู้และมีประสบการณ์มาอย่างช่ำชอง บางคนอายุถึง 45 ปี (และมีเงินทุนด้วย) ซึ่งทุกคนมีเคมีที่เข้ากันได้ดีมาก อาจจะมีความคิดเห็นไม่ตรงกันบ้าง แต่พวกเขาแทบไม่เคยทะเลาะกันเลย เป็นทีมที่มีทั้ง Experience และ Expertise

4. ต้องมีการทดลองและปรับไอเดียอยู่เสมอ

การคิดไอเดียในการสร้างโปรดักต์ บางครั้งต้องคำนึงถึงมุมมองของลูกค้าที่มีพฤติกรรมแตกต่างกัน โดยการทำโปรดักต์ให้เหมาะสมกับลูกค้าในแต่ละประเทศ (Localised product) คุณหลุยส์พูดถึงตอนที่เคยลองทำเว็บที่มีรูปแบบเหมือนเป็น Google สำหรับการจองร้านอาหาร ซึ่งก็ไม่เวิร์คกับประเทศไทย เพราะคนไทยชอบที่จะ Browse หาข้อมูลมากกว่า จึงลองปรับให้ข้อมูลทุกอย่างอยู่หน้าแรก ทำให้มียอดการเพิ่มขึ้นมา โดยมีคอนเซปต์เหมือนเป็น Agoda สำหรับธุรกิจร้านอาหารนั่นเอง ความสำคัญจึงอยู่ที่การปรับโมเดลไปเรื่อยๆ เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายใน Business Plan ของเรา

5. ถ้าคิดว่าการทำ Startup เป็นเรื่องง่าย จงเปลี่ยนความคิดเดี๋ยวนี้

คุณหลุยส์พูดถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากหลายๆ ช่วงระหว่างการทำธุรกิจนี้ โดยเล่าว่าคนที่มาทำ Startup อาจจะเคยรวย เคยมีเงินทุนก็จริง แต่ในช่วงที่ลำบากและใช้เงินไปมากจนเงินแทบไม่เหลือ ทุกคนก็ต้องทุ่มเทเต็มที่เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดได้  Eatigo เองก็เคยผ่านจุดที่บอกพนักงานว่าไม่มีเงินจ่ายเงินเดือน โดยเฉพาะช่วงที่ผิดหวังจากการขอระดมทุน ดังนั้น ผู้บริหารที่เคยมีเงินเดือนสูงๆ ใช้รถแพงๆ ก็ต้องตัดหลายๆ อย่างออกจนผ่านวิกฤติมาได้ รวมทั้งต้องขอบคุณพนักงานทุกคนที่มีความเชื่อและมี passion ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ คุณหลุยส์ยังได้แนะนำ Tips ดีๆ ให้กับ Startup ทั้ง 10 ทีม (ConvoLab, ETRAN, KYC-ChainFlowAccountOneStockHomePeerPowerPetInsurePlizzRefinn และ Seekster) อย่างไม่หวง ทั้งการตั้งเป้าหมายของธุรกิจให้ชัดเจนและความแตกต่างในการนำเสนอต่อ VC แบบทั่วไป และ Strategic VC ซึ่งมีมุมมองการลงทุนที่ต่างกัน รวมถึงบอกเล่าถึงประสบการณ์ที่ต้องเผชิญความต่างระหว่างงบประมาณที่ใช้จริงและงบประมาณที่คาดการณ์ไว้ตอนแรก และในตอนท้าย ยังเปิดโอกาสให้ทีม DVA b0 ของเราซักถามข้อสงสัยกันอย่างเจาะลึก

ทางเราเชื่อว่า ความรู้และประสบการณ์ทั้งหมดนี้จะมีประโยชน์ต่อทีม Startup ในการนำไปปรับใช้กับสถานการณ์จริง ซึ่งนี่ก็เป็นเพียงบทเรียนแรกๆ เท่านั้น ยังมีเนื้อหาอีกมากมายที่แต่ละทีมจะได้เรียนรู้กับหลักสูตรสุดเข้มข้นใน 6 เดือนของโปรแกรม DVA แห่งนี้