Digital Ventures

Back to blog

Top 5 เทคโนโลยีที่เป็นที่พูดถึงมากที่สุดในปี 2017 โดย Digital Ventures

DIGITAL VENTURES December 29, 2017 6:59 AM

9,546

ปี 2017 ถือเป็นปีที่มีความเคลื่อนไหวในวงการเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องอีกปีหนึ่งโดยเฉพาะ “FinTech” ที่มีความตื่นตัวในหลายๆ ด้าน ทั้งในฝั่งขององค์กรการเงินและธนาคารที่มีการลงทุน นำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาพัฒนาบริการของตัวเองให้ตอบโจทย์ผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งคิดเป็นเม็ดเงินกว่า 130 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือแม้แต่ในฝั่งผู้ใช้เองก็มีความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด เช่น ความนิยมของ Mobile Banking ที่ขณะนี้มีบัญชีผู้ใช้กว่า 22 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นถึงเกือบ 2 เท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี 2016 (ข้อมูลจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย) นอกจากนี้ คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีก็ได้รับความสนใจมากขึ้นจนถึงขั้นเป็น Talk of the town อย่างเช่น Blockchain หรือ Cashless Society และตลอด 1 ปีกว่าที่ผ่านมา Digital Ventures ก็ได้นำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจของเทคโนโลยีและข่าวสารในวงการโดยเฉพาะ FinTech วันนี้เราจะมาสรุป 5 เทคโนโลยีที่เป็นที่พูดถึงมากที่สุดจากผู้ติดตามเพจของ Digital Ventures ในปี 2017

  1. Cryptocurrency สกุลเงินดิจิทัลและการระดมทุนรูปแบบใหม่ ICO (Initial Coin Offerings)

Bitcoin ถือได้ว่าเป็นตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดในหนึ่งปีที่ผ่านมาของ Cryptocurrency ที่มีเทคโนโลยี Blockchain อยู่เบื้องหลัง เพราะถือเป็นสกุลเงินที่เป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวางไม่ใช่แค่เพียงในวงการเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคนทั่วไปด้วย เกิดศัพท์ต่างๆ ตามมาอย่างคำว่า “ขุดเหมือง” และอื่นๆ ซึ่งความจริงแล้ว ยังมีสกุลเงินอีกมากมายที่ได้รับการพูดถึงมากขึ้นในปีนี้ อย่างเช่น Ethereum อีกหนึ่งสกุลเงินที่มีฟีเจอร์ “Smart Contract” หรือสัญญาอัจฉริยะที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือด้วยการเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์หรือ Distributed Ledger ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของเทคโนโลยี Blockchain นั่นเอง Ethereum ยังโดดเด่นมากขึ้นในช่วงปีปลายปี 2017 เมื่อเกิดกระแสการระดมทุนรูปแบบใหม่ของ Startup ที่เรียกว่า ICO หรือ Initial Coin Offerings โดยการนำ Token หรือเหรียญดิจิทัลมาเสนอขายให้กับคนทั่วไป โดยแต่ละ Project จะมีการประกาศรายละเอียดไว้ใน White paper เพื่อให้ผู้คนทั่วไปได้ศึกษาโครงการก่อนที่จะลงทุนโดยการซื้อ Token ของบริษัทนั้นๆ มา ซึ่งก็ไม่ได้มีเพียงสาย FinTech เท่านั้นที่เข้ามาระดมทุน Crowdfunding รูปแบบใหม่นี้ แต่รวมถึงบริษัทมากมายจากวงการอื่นด้วย โดยผู้ลงทุนก็สามารถเป็นเจ้าของ Token เหล่านี้ได้ด้วยการเองซื้อผ่านสกุลเงินดิจิทัลเช่น Bitcoin หรือ Ethereum นั่นเอง นอกจากนี้ ยังมีสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ที่มี จุดเด่น จุดด้อย และความน่าสนใจแตกต่างกันออกไป เช่น Ripple ที่เหมาะกับการใช้งานระหว่างองค์กรใหญ่เพราะมีความปลอดภัยและประมวลผลได้เร็ว ซึ่งธนาคารไทยพาณิชย์ก็ได้เปิดให้บริการระบบโอนเงินด้วย Ripple ระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่นภายใต้ความร่วมมือกับบริษัท SBI Remit จากประเทศญี่ปุ่น

  1. เทคโนโลยี Blockchain เป็นที่รู้จักกว้างขวางและมีตัวอย่างการใช้งานในวงการอื่นๆ ให้เห็นมากขึ้น

แม้จะเป็นเทคโนโลยีที่เป็นกระแสมาตั้งแต่ปี 2016 แล้ว แต่ก็ยังต้องยอมรับว่าความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ Blockchain ในปีนี้ได้กระจายไปยังวงกว้างมากขึ้น เป็นที่พูดถึงในกลุ่มคนทั่วไปมากขึ้น มี Influencer ในแวดวงเทคโนโลยีหลายท่านที่ช่วยกันนำเสนอการทำงานของ Blockchain ให้เข้าใจง่ายขึ้น และมีการนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ นอกเหนือจากการเงิน ด้วยคอนเซปต์ที่จะเข้ามาเพิ่มความปลอดภัย รวดเร็ว และน่าเชื่อถือให้กับระบบต่างๆ ตัวอย่างเช่นข่าวในปีที่ผ่านมาในประเทศสหรัฐอเมริกาที่บ้านเรือนสามารถผลิตไฟฟ้าได้เองด้วยพลังงานแสงอาทิตย์และนำไฟฟ้าออกมาซื้อขายแลกเปลี่ยนกันได้แล้วผ่านระบบ Blokchain ซึ่งอาจจะนำไปสู่การพึ่งพาตัวเองทางด้านพลังงานได้ และเชื่อว่าจะมี Use case ของธุรกิจต่างๆ ออกมาให้เห็นอีกแน่นอนภายในไม่กี่ปีข้างหน้านี้

  1. FinTech Trend เทรนด์มาแรงแห่งวงการการเงิน และความตื่นตัวด้านการชำระเงินรูปแบบใหม่ๆ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “FinTech” หรือเทคโนโลยีทางด้านการเงิน เป็นที่รู้จักและพูดถึงในหลายๆ แง่มุม ทั้งในฝั่งของสถาบันการเงิน องค์กร บริษัท และ Startup ไปจนถึงตัวผู้ใช้หรือผู้บริโภค เมื่อเกิดความตื่นตัวในทุกๆ ฝ่าย เราจึงได้เห็นเทรนด์ต่างๆ ในฟากของ FinTech กันมากขึ้น เช่น Big Data และ Robo Advisor เกิดการแตกแขนงของเทคโนโลยีทางการเงินรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น InsurTech หรือเทคโนโลยีที่ช่วยธุรกิจประกันภัย หรือ P2P Lending ที่ทำให้เกิดบริการกู้ยืมเงินออนไลน์ระหว่างบุคคลขึ้นมา

อีกหนึ่ง Segment ที่ต้องพูดถึงในปีนี้ก็คือวงการ Payment หรือการชำระเงินซึ่งในต่างประเทศก็มีการคาดการณ์อนาคตของการชำระเงินที่จะเปลี่ยนไปอย่างก้าวกระโดด เพราะการใช้งาน Smart Phone และอินเทอร์เน็ตของคนที่เพิ่มสูงขึ้น บริการนี้จึงเข้าถึงคนวงกว้างได้เร็วและมีผู้ใช้เพิ่มขึ้นในประเทศต่างๆ อย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่าง Mobile Payment ในประเทศไทยก็มีตั้งแต่กลุ่มแอปฯ Mobile Banking ของธนาคาร ที่ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับ Lifestyle คนมากขึ้น บวกกับ PromptPay ที่ลดขั้นตอนในการเพิ่มบัญชีผู้รับเงิน กลุ่ม Virtual Credit Card เช่น Samsung Pay  กลุ่ม Mobile Wallet เช่น True Money และ Rabbit LINE Pay รวมไปถึงบัตรเติมเงินประเภทต่างๆ เช่น Starbucks Card ที่เชื่อมต่อกับแอปทันที

“แล้วในอนาคต ธนาคารจะหายไปจริงหรือ?” เป็นคำถามที่หลายๆ ที่หยิบยกขึ้นมาถกเถียงและแสดงความเห็นกันอยู่เสมอ ในขณะที่มีผู้คิดค้นเทคโนโลยีขึ้นมามากมาย ในด้านธนาคารเราก็ได้เห็นดีลต่างๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อมุ่งหวังที่จะนำเทคโนโลยีมาพัฒนาบริการต่างๆ ของธนาคาร ทั้งภายใน และภายนอกที่ลูกค้าจะได้สัมผัส แล้วเรายังได้เห็นทิศทางของหลายๆ องค์กรที่เน้นความร่วมมือระหว่างธนาคารและ Startup มากขึ้นเรื่อยๆ จากนี้ก็คงต้องดูกันต่อไปว่า ความร่วมมือต่างๆ จะส่งผลอย่างไรต่อวงการการเงินบ้าง แต่สิ่งที่น่ายินดีก็คือ แต่ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นรูปแบบไหน ผู้ใช้และผู้รับบริการก็น่าจะได้รับประโยชน์จากการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นแน่นอน

  1. AI หรือปัญญาประดิษฐ์ ไม่ใช่แค่เรื่องพัฒนาให้ไกล แต่คือปรับให้สามารถทำงานร่วมกันกับมนุษย์ได้อย่างดีที่สุด

เรียกได้ว่าปี 2017 ถือเป็นปีแห่ง AI อีกปีหนึ่ง กระแสในช่วงปีนี้ไม่ได้อยู่ที่แค่การพัฒนา AI อย่างไรเท่านั้น แต่มองไกลไปถึงผลที่จะตามมาจากเทคโนโลยีดังกล่าว ซึ่งรวมถึงผลดีและผลเสียที่ “อาจจะ” เกิดขึ้นด้วย เพราะในขณะที่ AI พัฒนาไปข้างหน้า ความกลัวที่จะถูกหุ่นยนต์แย่งงานนั้นก็สูงขึ้นตามไปเช่นกัน ยิ่งในหลายๆ กระแสที่ทำให้เราเห็นว่า AI ได้รับการพัฒนาจนถึงจุดที่มีความเป็นมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ เช่น หุ่นยนต์สั่งงานด้วยเสียงที่เป็นธรรมชาติมากขี้นเรื่อยๆ หรือข่าวดังในช่วงกลางปีที่ AI พัฒนาด้านภาษาไปเรื่อยๆ จนเริ่มพัฒนาภาษาของตัวเองที่มนุษย์ไม่สามารถเข้าใจได้ ประเด็นคำถามต่างๆ เหล่านี้ มีผู้ให้ความสนใจและทำการสำรวจอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งก็พบว่า การทำงานร่วมมือกันระหว่างหุ่นยนต์และมนุษย์ยังเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ได้มากกว่าการต้องเลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะ Human Touch ยังคงเป็นสิ่งที่ธุรกิจหลายๆ อย่างขาดไม่ได้ เช่น บริการให้คำปรึกษาต่างๆ  ในขณะที่ตัวผู้ประกอบการเองก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาและนำเทคโนโลยีนี้เข้ามาช่วย อย่างเช่น ในวงการการเงินที่มีความพยายามในการนำ AI เข้ามาพัฒนาบริการต่างๆ เช่น Chatbot หรือ Private Banking นั่นเอง

  1. เกิดเป็นกระแสแห่งปีที่ทุกคนให้ความสนใจกับ Cashless Society หรือสังคมไร้เงินสด

คำนี้ถ้าไม่พูดถึงในปีนี้คงจะไม่ได้ เพราะเราได้เห็นความเคลื่อนไหวตั้งแต่ระดับภาครัฐ องค์กร สถาบันการเงิน ห้างร้านรายย่อย ไปจนถึงผู้ใช้เอง ซึ่งทุกคนคงจะทราบกันดีแล้วว่า Cashless Society หมายถึงสังคมที่มีการทำธุรกรรมส่วนใหญ่โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินสดนั่นเอง เริ่มมาตั้งแต่นโยบาย National E-payment ของรัฐบาลไทย ที่ต่อเนื่องมาสู่แอปฯ Mobile Banking ของธนาคารที่ทำให้สามารถรับเงินโอนได้ผ่าน Promptpay ไปจนถึงระบบจ่ายเงินแบบแสกน QR Code ซึ่งได้รับความสนใจและกระจายไปอยู่ตามบริการต่างๆ ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ร้านค้าต่างๆ สถานที่เที่ยวยอดนิยมอย่างตลาดนัดจตุจักร มหาวิทยาลัย ไปจนถึงมอเตอร์ไซค์รับจ้างเลยทีเดียว นับว่าเป็นอีกก้าวสำคัญที่เทคโนโลยีได้เข้าใกล้ผู้ใช้อย่างเราๆ อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีเทรนด์เทคโนโลยีอื่นๆ ที่ผู้คนหันมาสนใจและให้ความสำคัญกันมากขึ้น เราได้เห็นกระแสของผู้ที่เชื่อใน Disruptive Technology หมายถึง การเชื่อว่าเทคโนโลยีจะเป็นปัจจัยที่จะเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของพวกเขา มากกว่าที่จะมองเป็นเรื่องไกลตัวอย่างเมื่อ 4-5 ปีก่อน ก็ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยกันผลักดันและสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นและใช้งานได้จริง ถือเป็นปีที่น่าสนใจและต้องรอดูกันต่อไปว่าในปีหน้าจะมีเทรนด์อะไรรอพวกเราอยู่บ้าง ติดตามเทรนด์ปี 2018 ได้จากบทความของ Digital Ventures และขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมาตลอด ขอให้ปี 2018 เป็นปีที่ดีของทุกคนด้วยเช่นกัน : )