Digital Ventures

Back to blog

ส่องโอกาส FinTech ในประเทศไทยในยุค Digital Savvy

DIGITAL VENTURES February 24, 2018 2:26 PM

3,385

คนไทยกับการเข้าสู่ยุค Digital Savvy

ประเทศไทยเป็น 1 ใน 6 ประเทศที่มีประชากรใช้ Social Network สูงที่สุดในโลกไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Twitter หรือ YouTube แสดงให้เห็นว่าคนไทยใช้เวลาในแต่ละวันบนโลกออนไลน์ไม่น้อยเลยทีเดียว ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย โดยในปัจจุบัน ผู้บริโภคหันมาใช้บริการซื้อขายสินค้าออนไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น บริการค้นหาร้านอาหาร บริการจองโรงแรมและที่พัก และอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุค Digital Savvy หรือ “วิถีชีวิตแห่งดิจิทัล” อย่างรวดเร็วในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณให้เห็นว่า ดิจิทัลกำลังเข้ามาเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากชึ้น และกำลังจะเปลี่ยนวิถีีชีวิตของเราไปอย่างสิ้นเชิง

ประเทศไทยมาถูกทาง Startup Ecosystem เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันเห็นได้ว่าในประเทศไทยมี Startup ที่เกิดขึ้นมากมายเพื่อให้บริการและแก้ปัญหาชีวิตประจำวันของผู้บริโภค รวมไปถึงหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น Venture Capitals, Incubators, Accelerators, Co-Working Spaces และ Media ที่มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กันจนเกิดเป็น Startup Ecosystem ขึ้น ซึ่งใน 5 ปีที่ผ่านมานับได้ว่าประเทศไทยมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดโดยคิดเป็น 50 เท่าจากปี 2012 โดยมีนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นสำหรับการพัฒนา Startup Ecosystem ในประเทศไทยเท่านั้น ทุกหน่วยยังต้องมีการพัฒนาและสนับสนุนกันต่อไป

FinTech นับเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของ Startup Ecosystem ในประเทศไทย โดยในปี 2017 ที่ผ่านมา Startup ประเภท FinTech ได้รับเงินทุนมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประเทศไทย รองจาก  E-Commerce ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีการหาหนทางเพื่อพัฒนาต่อยอดกันต่อไป โดยหนึ่งในแนวทางการพัฒนาธุรกิจด้าน FinTech นั่นก็คือ “การหาช่องว่างใหม่ๆ เพื่อพัฒนาบริการเข้าไปเติมเต็มช่องว่างนั้นๆ” หรือหากพูดง่ายๆ ก็คือการเล็งเห็นถึงปัญหาแล้วสร้างบริการเพื่อไปแก้ไขปัญหาให้ได้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

การหาช่องว่างและโอกาสใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาคืออีกหนึ่งแนวทางสู่ความสำเร็จของ FinTech Startup

การพัฒนาอุตสาหกรรมด้าน FinTech ในประเทศไทยให้เติบโตได้เร็วนั้นสามารถทำได้ แต่ต้องอาศัยการทำการบ้านอย่างจริงจัง และศึกษาข้อมูลตลาดอย่างลึกซึ้ง อีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการพัฒนานั่นก็คือ “การหาช่องว่างหรือโอกาสใหม่ๆ ในการสร้างบริการเพื่อเข้าไปเติมเต็มช่องว่างนั้นๆ และแก้ไขปัญหาอย่างตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด โดยโอกาสเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกๆ ภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย

ตัวอย่างเช่น “อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว” ซึ่งเป็นภาคอุตสาหกรรมที่โดดเด่น และมีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ ปี จากภาพ เราจะเห็นได้ว่าประเทศไทยคือ 1 ใน 10 ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลกในปี 2016 โดย 50% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดมาจากประเทศใกล้เคียง เช่น จีน มาเลเซีย และ ญี่ปุ่น เป็นต้น นอกจากนี้้ ประเทศไทยสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวได้เป็นอันดับ 3 ของโลก โดยนี่ถือเป็นหนึ่งโอกาสสำคัญของ Startup ที่จะมองหาช่องว่างและโอกาสใหม่ๆ ในการพัฒนาบริการ เช่น การสร้างบริการด้าน Payment ที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ทั้งชาวต่างชาติและทั้งคนไทยเอง นอกจากนี้เรายังเห็นได้ว่า รายได้ที่มาจากการท่องเที่ยวส่วนหนึ่งนั้นมาจากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือการที่นักท่องเที่ยวเดินทางมารับบริการทางสุขภาพต่างๆ ในประเทศไทย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำหรับ FinTech Startup ในการร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น TravelTech หรือ HealthTech อีกด้วย

นอกจากนี้้ จากพฤติกรรมของคนไทยที่เริ่มเข้าสู่ยุค Digital savvy แล้วนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสครั้งใหญ่สำหรับเหล่า FinTech Startup ในการสร้างนวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ ออกมาเพื่อให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้บริโภคได้มากขึ้น หรือ ออกมาแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ส่วนใหญ่ ยังไม่มีระบบจ่ายเงินสำหรับลูกค้าอย่างเป็นระบบที่จริงจัง โดยส่วนใหญ่แล้วการซื้อของออนไลน์ในประเทศไทยลูกค้าจะต้องติดต่อผู้ขายตามช่องทาง Instant Messaging Application ต่างๆ เช่น Facebook Messenger และ LINE จากนั้นต้องออกจาก Application ไปทำการโอนเงิน และต้องกลับมาส่งหลักฐานการโอนเงินในแอปฯ แชท อีกรอบ ซึ่งยังถือว่ามีหลายขั้นตอนและใช้เวลาอยู่พอสมควร ซึ่งตรงนี้ก็ถือเป็นช่องว่างสำหรับเหล่า FinTech ในการคิดค้น หรือนำนวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ เข้ามาเป็นโซลูชั่นเพื่อยกระดับบริการด้าน Payment หรือการชำระเงินให้ตอบสนองวิถีการดำเนินชีวิตของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุดได้

Blockchain อาวุธสำคัญสู่การยกระดับ FinTech ในประเทศไทย

ซึ่งหากพูดถึง FinTech อาจจะต้องพูดถึงเทคโนโลยีที่กำลังเป็นที่จับตามองและมีบทบาทต่อธุรกิจ FinTech เป็นอย่างมาก นั่นก็คือ Blockchain ที่เราทราบกันดีว่าเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยลดบทบาทของตัวกลางทำให้การสื่อสารระหว่างกันง่ายขึ้น ซึ่งโอกาสใหม่ๆ ของ Blockchain จะไม่ได้อยู่เพียงแค่ FinTech เท่านั้น แต่ยังเอื้อให้กับธุรกิจอื่นๆ อีกด้วย เช่น ภาคอุตสากรรมท่องเที่ยว, ภาคองค์กร หรือแม้กระทั่ง Social Commerce หรือการใช้ Social Media ในการเพิ่มประสิทธิผลทางการค้า ประเทศไทยได้มีการนำ Blockchain เข้ามาทดลองใช้ในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ บ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมด้านการเงิน, พลังงาน, Retail และ ใช้สำหรับรัฐบาล ลองดูตัวอย่างได้จากด้านล่างนี้

  • ตัวอย่างการนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ในด้านการเงิน : เราจะเห็นได้ว่าหลายๆ ธนาคารได้มีการนำ Blockchain มาใช้ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ Mobile Banking ที่ช่วยตัดตอนคนกลางและใช้เทคโนโลยีเข้ามาทดแทนในยุคแห่งการทำธุรกรรมการเงิน ซึ่งทำให้เกิดการเชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนแบบออนไลน์แบบ Peer-to-Peer ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีคนกลาง และสามารถเชื่อมต่อถึงกันผ่านเครือข่ายร่วมกันได้อย่างอิสระ ซึ่งถือได้ว่าเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างสิ้นเชิง

  • ตัวอย่างการนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ในภาคการแลกเปลี่ยนพลังงาน : ในภาคอุตสาหกรรมนี้เราขอยกตัวอย่างจาก Power Ledger Startup ในออสเตรเลียที่กำลังพัฒนาซอฟต์แวร์เสมือน Marketplace ทำงานอยู่บนระบบ Blockchain ซึ่งสามารถให้คนซื้อขายพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้ โดยทำให้ผู้บริโภคและผู้ขายสามารถติดต่อกันโดยตรงโดยไม่ผ่านคนกลาง โดยโครงการนี้ยังอยู่ในช่วงทดสอบระบบ แต่นับได้ว่าเป็นสัญญาณที่ดีในภาคอุตสาหกรรมนี้เลยทีเดียว ส่วนในประเทศไทยยังไม่มีปรากฏให้เห็นมากนัก

  • ตัวอย่างการนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ในภาครัฐ : เป็นเรื่องที่น่ายินดีของไปรษณีย์ไทยและการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ได้ประกาศไปเมื่อปลายปี 2017 โดยไปรษณีย์ไทยได้พัฒนาระบบความปลอดภัยในการเปิดกล่องพัสดุ โดยเฉพาะคนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่สามารถเปิดกล่องพัสดุได้และการรถไฟแห่งประเทศไทยที่นำเทคโนโลยี Blockchain และ Internet of things มาใช้ Track เวลาของรถไฟ และการขนส่งการรถไฟ

  • ตัวอย่างการนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ใน Retail : เช่น Jaymart เปิดตัว JFCoin สกุลเงินดิจิทัลของตัวเอง เอาไปทำระบบกู้เงินแบบบุคคลต่อบุคคล โดยใช้ระบบ Blockchain เป็นตัวดำเนินการและใช้ระบบ AI (ปัญญาประดิษฐ์) ในการควบคุม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนที่น่าจับตามองทีเดียว

สรุปได้ว่าปัจจุบัน อุตสาหกรรมด้าน FinTech ในประเทศไทย มีโอกาสและช่องว่างสำหรับการขยายตัวอยู่มาก เนื่องจากมี Startup Ecosystem ที่สมบูรณ์มากขึ้น จึงเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกันอีกด้วย ลองมาติดตามดูกันว่าในปีนี้อุตสาหกรรมด้าน FinTech จะมีการพัฒนาไปในทิศทางไหน และจะมีนวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ ออกมาสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้บริโภคได้อย่างไรบ้าง สามารถติดตามได้ที่ Blog ของเรา

สรุปเนื้อหาจากหัวข้อ “We profile the world’s FinTech markets and geographies, with inside knowledge on specific opportunities and highlights.” โดยคุณพอล พลภัทร อัครปรีดี, Managing Director, Corporate Venture Capital จาก Digital Ventures ของเราในงาน Next Money Asia 2018 FinTech Finals จัดขึ้น ณ ประเทศฮ่องกง

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.slideshare.net/paulark/fintech-postcard-thailand