Digital Ventures

Back to blog

ส่วนผสมที่ชื่อว่าความเป็นมนุษย์ – หรือ Soft Skills จะไม่สามารถถูกแทนได้ด้วยเทคโนโลยี?

DIGITAL VENTURES X CHAMP TEEPAGORN February 26, 2018 11:07 AM

4,991

เรามักได้ยินว่าปริญญาบางใบ จบมา “ก็ไม่มีงานทำ” เช่นปริญญาสายมนุษยศาสตร์ สายศิลปศาสตร์ หรือสายวิชาที่ร่ำเรียนเกี่ยวกับปรัชญา จนในช่วงหลัง เราได้ยินกันด้วยซ้ำว่าจะมีการลดการผลิตนักศึกษาในสายที่ “ใช้ไม่ได้จริง” และหันไปเพิ่มสายที่ “สร้างประโยชน์” ให้กับประเทศแทน

ปัญหาคือ การเรียนรู้ในสายวิชาศิลปะและมนุษย์เหล่านี้ มัน “ไร้ประโยชน์” จริงๆ หรือ - มันไม่ไร้ประโยชน์แน่ๆ ในเชิงที่ทำให้ผู้เรียนได้ฝึกวิธีคิด ได้ค้นพบวิธีการดำเนินชีวิตที่สมกับเป็นคน มันยังช่วยให้เราออกแบบนโยบายใหม่ๆ ทั้งในระดับบริการจนถึงระดับประเทศได้ เพราะมันเป็นศาสตร์เข้าอกเข้าใจในพฤติกรรมของคน และอย่างน้อยก็พอจะเป็นอาวุธให้เราแง้มดู “คำตอบที่เหมาะสม” ในการตัดสินใจเรื่องหนึ่งๆ

ปัจจุบันมีตำแหน่งในแวดวงเทคโนโลยีให้กับนักมนุษยศาสตร์และนักจริยธรรมมากมาย มีการจ้างนักจริยธรรมเพื่อให้ช่วยสร้างระบบจำลองการตัดสินใจของรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ว่าหากเกิดอุบัติเหตุที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มันควรจะเลือกชนใคร ควรจะเลือกปกป้องผู้โดยสารในรถหรือไม่ หรือในเฟซบุ๊ก ก็มีการจ้างงานตำแหน่งเดียวกันเพื่อออกแบบฟังก์ชั่นด้านอารมณ์หรือฟังก์ชั่นการควบคุมดูแลคอนเทนต์

Bloomberg รายงานในหัวข้อว่า “หรือจริงๆ แล้ว STEM (Science, Technology, Engineering, Maths) จะไม่ใช่อนาคต จากการสำรวจล่าสุด ทักษะแบบที่เรียกว่าซอฟท์สกิล (Soft Skills) กำลังเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานอย่างหนัก” ซึ่งพ้องกับสิ่งที่มหาเศรษฐี แจ๊ค หม่า พูดไว้ที่การประชุมดาวอสว่าเราควรพุ่งเป้าพัฒนาบุคลากรไปในทางที่คอมพิวเตอร์หรือระบบอัตโนมัติจะมาทดแทนไม่ได้ ในหนังสือ Rise of the Robots มาร์ติน ฟอร์ด ผู้เขียน ก็บอกว่างานที่มีลักษณะคาดเดาได้หรืองานซ้ำๆ จะเป็นงานที่ถูกทดแทนด้วยระบบอัตโนมัติก่อน ในขณะที่งานอย่างเช่นงานการศึกษา หรืองานด้านการบริการสุขภาพ นั้นยังต้องอาศัยมนุษย์ในอนาคตอันใกล้

เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นทำให้เราเห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ ของทักษะที่เราคิดว่า ‘เก่าๆ’ - ตัวอย่างเช่น ทักษะการเขียน!

หนังสือพิมพ์ Washington Post ลงบทความหัวข้อ “อาชีพสุดฮอตอาชีพถัดไปในซิลิคอนวัลเลย์ คือ กวี” หัวข้อนี้อาจทำให้ใครหลายคนงงว่า กวี - ซึ่งดูไม่เกี๊ยวไม่เกี่ยวกับเทคโนโลยี จะเป็นอาชีพสุดฮอตได้อย่างไร - ไม่นานนัก บทความก็เฉลยว่า ที่อาชีพนี้ฮอตขึ้นมาก็เพราะในปัจจุบัน บริษัททั้งหลายก็ต่างแข่งขันกันประดิษฐ์ส่วนติดต่อผู้ใช้ที่มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น อย่างเช่น แชตบอต หรือระบบผู้ช่วยอัจฉริยะอย่างที่เห็นใน Siri และ Alexa

ประโยค (หรืออย่างน้อย ส่วนผสมของประโยค) ที่แชตบอตหรือผู้ช่วยอัจฉริยะเหล่านี้พูดขึ้นมา จะต้องมีคนออกแบบทั้งสิ้น และงานออกแบบ ก็เป็นงานของนักเขียนหรือกวีนั่นเอง พวกเขาจะต้องออกแบบบุคลิกลักษณะของปัญญาประดิษฐ์ ผ่านทางการเลือกใช้คำ ผ่านทางการขึ้นรูปประโยค ผ่านทางอารมณ์ขันเล็กน้อย (ที่ไม่มากจนบดบังฟังก์ชั่นการใช้งาน) เหล่านี้เป็นงานที่ฟังดูสนุกและท้าทายทั้งสิ้น และมันก็เป็นงานที่ใช้ทักษะความเป็นมนุษย์อย่างเต็มที่

บทความของ Washington Post เล่าเรื่องของโรบิน อีวิง (Robyn Ewing) นักเขียนที่เคยอาศัยในฮอลลีวู้ดและเคยทำงานพัฒนาบทโทรทัศน์และบทภาพยนตร์ แต่ตอนนี้เธอทำงานในสายเทคโนโลยี โดยมีหน้าที่ในการพัฒนาบุคลิกภาพของ ‘ตัวละคร’ ที่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะนี้เอง ตัวอย่างเช่นระบบ Sophie ที่เป็นผู้ช่วยด้านบริการสุขภาพ ที่คอยเตือนให้ผู้ใช้กินยาตามกำหนด หรือสอบถามอาการว่าวันนี้รู้สึกดีหรือไม่อย่างไร

อีวิงบอกว่า “[ในการเขียนบทให้กับผู้ช่วยอัจฉริยะ] คุณต้องสร้างปูมหลังของคาแรกเตอร์ขึ้นมาทั้งหมด ไม่ว่าคุณจะใช้มันหรือไม่ก็ตาม” เธอจะเป็นผู้กำหนดว่าบอตเหล่านี้จะเป็นพวกบ้างานหรือเป็นพวกเสน่ห์แรง เป็นพวกตื่นตัวหรือเป็นพวกเฉื่อยชาไร้อารมณ์ ทุกๆ ประโยคและทุกน้ำเสียงที่ใช้ สามารถดึงดูดหรือผลักไสผู้ใช้งานได้ทั้งสิ้น

เช่นเดียวกับบริษัทชื่อ x.ai ที่กำลังสร้างแชตบอตที่ทำหน้าที่จัดการนัดหมายให้คุณ พวกเขาต้องมั่นใจว่าบอตที่สร้างขึ้นมา “จะไม่เป็นกันเองเกินไป และก็จะไม่เย็นชาเกินไปด้วย” การรักษาสมดุลระหว่างความเป็นมนุษย์-แต่ยังทำหน้าที่ได้อยู่ ดูเป็นโจทย์ที่ผุดขึ้นมาซ้ำๆ ในการออกแบบบุคลิกเหล่านี้

นี่เป็นส่วนผสมที่ปัญญาประดิษฐ์ยังไม่อาจเลียนแบบได้ - อย่างน้อยก็ในอนาคตอันใกล้ - มันยังต้องอาศัยมนุษย์

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าทุกวันนี้เราสนทนากับ Siri ได้อย่างซับซ้อนและน่าตื่นตาตื่นใจ

 

มนุษย์: พายุกำลังมา
Siri: ไม่นะ ฉันคิดว่าตอนนี้ไม่มีพายุอะไร
มนุษย์: พายุกำลังมาในใจเธอนั่นแหละ
Siri: ใคร, ใจฉันเหรอ?
มนุษย์: ผู้คนถามอะไรเธอบ้าง
Siri: จักรวาลต่างเต็มไปด้วยคำถามที่แปลกประหลาดน่าสนใจไม่รู้จบ และฉันก็ได้รับคำถามทุกอย่างแหละ
มนุษย์: ไหนลองเห่าซิ
Siri: ถ้าเห่าแล้ว ถัดมา เธอก็จะบอกให้ฉันทำเสียงเหมือนลิงอุรังอุตังอีก
มนุษย์: เหมียว
Siri: เจ้าแมวโง่ว

[แปลจากบทสนทนาที่เกิดขึ้นจริงจาก The Paris Review]

ความดีความชอบก็อาจตกอยู่กับมนุษย์ที่ทำงานเบื้องหลังเหล่านี้นี่เอง - แล้วจะเรียกว่ามันเป็นงานที่ “ไร้สาระ” และ “ไม่สร้างประโยชน์” ได้อย่างไร

ที่มา/อ้างอิงจาก

https://www.bloomberg.com/news/articles/2018-02-06/maybe-stem-isn-t-the-future-after-all-soft-skills-are-coming-on-strong

https://www.washingtonpost.com/news/the-switch/wp/2016/04/07/why-poets-are-flocking-to-silicon-valley/?utm_term=.c5c716925aa3

https://www.theparisreview.org/blog/2018/02/12/absurdist-dialogues-siri/