Digital Ventures

Back to blog

Made in China 2025: เปิดแกนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั้ง 10 ที่พาจีนสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจนวัตกรรมของโลก (ตอนที่ 3)

DIGITAL VENTURES March 29, 2019 9:52 PM

836

หลังจากที่เราทำความรู้จักกับแผนการพลิกเศรษฐกิจจีนผ่านเทคโนโลยี Made in China 2025 และนำเสนอ 10 แกนอุตสาหกรรมที่จีนมุ่งเน้น ทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ICT และอุตสาหกรรมหนัก ในครั้งนี้ Digital Ventures จะขอเสนอส่วนสุดท้ายอันเป็นแกนอุตสาหกรรมในแผน Made in China 2025 ที่คาดว่าผู้อ่านทุกท่านจะต้องสนใจติดตามแน่นอน เพราะแกนเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนา Deep Tech ในอุตสาหกรรมที่ซับซ้อนอย่างการแพทย์ เกษตร และพลังงาน ซึ่งเราจะพาไปเจาะลึกรายละเอียดกัน

 

10 แกนอุตสาหกรรมของ Made in China 2025

  1. อุตสาหกรรมสารสนเทศ (ICT)
  2. อุตสาหกรรมการผลิตหุ่นยนต์อัจฉริยะ (Advanced Numerical Control Machine Tools and Robotics)
  3. อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องบินและยานอวกาศ (Aerospace)
  4. อุตสาหกรรมการต่อเรือ (Ocean Engineering and High Tech Ship)
  5. อุตสาหกรรมการผลิตรถรางและรถไฟ (Advanced Rail Transit Equipment)
  6. อุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์อัจฉริยะ (Energy Saving and Smart Vehicles)
  7. อุตสาหกรรมการผลิตพลังงาน (Electricity Equipment)
  8. อุตสาหกรรมการเกษตร (Agriculture Equipment)
  9. อุปกรณ์การผลิตวัสดุใหม่ (New Materials)
  10. อุตสาหกรรมทางการแพทย์ (Biopharmaceuticals and High Performance Medical Equipment)

 

ในแกนอุตสาหกรรมที่เหลือ เป็นแกนที่เกี่ยวข้องกับ Deep Tech และ Emerging Tech ที่เป็นพื้นฐานของการค้นคว้าใหม่และนำไปสู่การใช้ชีวิตที่ดียิ่งขึ้นในอนาคต ประกอบด้วย อุตสาหกรรมการผลิตพลังงาน อุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมการผลิตวัสดุใหม่ และอุตสาหกรรมทางการแพทย์ โดยแต่ละอย่างมีรายละเอียดดังนี้

 

 

อุตสาหกรรมการผลิตพลังงาน (Electricity Equipment)

สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตพลังงานนับเป็นกลไกสำคัญของโลกที่ขับเคลื่อนด้วย Digital ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งความมั่นคงทางพลังงานก็เกิดมาจากการมีเทคโนโลยีในการอุปกรณ์และ Solution การจัดการที่ดี จีนมองเห็นโอกาสที่เกิดขึ้นทั้งภายในประเทศและระดับโลกจึงบรรจุเรื่องนี้เป็นหนึ่งในแกนขับเคลื่อนด้วย

  • อุปกรณ์กำเนิดพลังงาน​ (Power Generator Equipment) อุปกรณ์กำเนิดพลังงานจะเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศจีนทั้งยังเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญให้เกิด Smart City โดยจีนตั้งเป้าให้อุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าที่ผลิตโดยบริษัทจีนครองตลาด 90 เปอร์เซ็นต์ในประเทศ และมียอดส่งออก 30 เปอร์เซ็นต์จากกำลังการผลิตทั้งหมดภายในปี 2020 ส่วนในปี 2025 ต้องมี 3 ผู้ผลิตจีนก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตระดับโลก และสินค้าเกี่ยวกับพลังงานใหม่ (Renewable Energy) และอุปกรณ์ประหยัดพลังงานจะต้องมีครองตลาดไม่ต่ำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์
  • อุปกรณ์ส่งและแปลงไฟฟ้า​(Electricity Transmission and Transformation Equipment) อุปกรณ์ส่งและแปลงพลังงานเป็นอุปกรณ์จำเป็นต่อการใช้งานพลังงานทั่วโลกจึงมีตลาดขนาดใหญ่ จีนจึงมุ่งหวังว่าในปี 2020 กำลังการผลิตจะต้องรองรับการขายมูลค่า 2.2 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 10 ล้านล้านบาท) และมีสัดส่วนการส่งออกที่ 20 เปอร์เซ็นต์ ส่วนในปี 2025 กำลังการผลิตต้องเพิ่มเป็น 3 ล้านล้านบาท (ประมาณ 15 ล้านล้านบาท) พร้อมมีสัดส่วนการส่งออกอุปกรณ์เป็น 25 เปอร์เซ็นต์

 

อุตสาหกรรมอุปกรณ์การเกษตร (Agriculture Equipment)

การเกษตรเป็นอุตสาหกรรมที่หล่อเลี้ยงปากท้องและความเป็นอยู่ของคนทั้งโลก การผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรจึงถือว่าน่าสนใจและช่วยให้จีนควบคุมการผลิตของตนได้ ซึ่งในแผน Made in China 2025 จีนเน้นที่การผลิตอุปกรณ์การเกษตรเพื่อรองรับภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ

  • อุปกรณ์การเกษตร สำหรับอุปกรณ์การเกษตรที่จีนมุ่งเน้นจะเป็นอุปกรณ์ระดับ High End และรองรับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น รถแทรกเตอร์ เครื่องเก็บฝ้าย และเครื่องยนต์ที่มีกำลัง 200 แรงม้าขึ้นไป โดยในปี 2020 จะตั้งเป้าให้อุปกรณ์เหล่านี้มีส่วนแบ่งตลาด 30 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป และในปี 2025 ตั้งเป้าให้มีส่วนแบ่งตลาด 60 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป

 

อุตสาหกรรมการผลิตวัสดุใหม่ (New Materials)

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมจีนถึงนำเรื่องการผลิตวัสดุมาเป็นแกนหลักของแผน แต่หากดูในรายละเอียดของแต่ละข้อคงทำให้หลายคนหายสงสัยแน่นอน เพราะวัสดุเหล่านี้คือสิ่งที่นำไปสู่การพัฒนา Product ใหม่ในแทบทุกอุตสาหกรรมที่จีนดำเนินและพัฒนาอยู่ ซึ่งเป็นอย่างไรบ้างนั้น มาดูกัน

  • วัสดุพื้นฐานขั้นสูง (Advance Basic Materials) วัสดุพื้นฐานขั้นสูงหมายถึงวัสดุทั้งหมดที่นำไปต่อยอดในอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น เหล็ก โลหะ วัสดุสำหรับก่อสร้างอาคาร วัสดุสำหรับอุปกรณ์ส่องสว่าง สิ่งทอ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจีนตั้งใจยกระดับการผลิตวัสดุเหล่านี้ให้อยู่ในขั้นสูงทั้งในส่วนคุณภาพและกระบวนการผลิตภายในปี 2025
  • วัสดุที่จำเป็นต่อแผนการผลิต (Essential Strategic Materials) ในส่วนนี้คือวัสดุที่เกี่ยวข้องกับแผนงาน Made in China 2025 ทั้งวัสดุระดับ High End ที่ผลิตด้วย Alloy วัสดุที่ผลิตด้วยกระบวนการแยกเมมเบรนด์ ไฟเบอร์คุณภาพสูงและวัสดุผสม วัสดุสำหรับการผลิตและใช้พลังงานใหม่ เซรามิกนำไฟฟ้าและคริสตัลสังเคราะห์ วัสดุวิศวกรรมชีวะการแพทย์ วัสดุแร่ธาตุหายาก Semi-Conductor ขั้นสูง และวัสดุอื่นๆ ที่นำไปสู่การพัฒนาในอุตสาหกรรมเกิดใหม่ โดยจีนตั้งเป้าผลิตวัสดุเหล่านี้ใช้งานในประเทศเป็นสัดส่วน 70 เปอร์เซ็นต์ในปี 2020 และ 85 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2025
  • วัสดุใหม่นำสมัย (Cutting-Edge New Materials) ได้แก่วัสดุสำหรับ 3D Printing วัสดุ Superconducing วัสดุสังเคราะห์และวัสดุเชิงชีวะอัจฉริยะ และอื่นๆ ทั้งนี้เนื่องจากเป็นวัสดุใหม่ที่ยังต้องผ่านการวิจัย เป้าหมายจึงอยู่ที่การค้นคว้าทั้งหมด โดยตั้งเป้าให้ในปี 2020 วัสดุชนิดนี้ต้องรองรับการผลิตจำนวนมากและใช้งานในอุตสาหกรรมหลักได้ ส่วนปี 2025 จีนจะต้องเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการค้นคว้าและผลิต รวมถึงเป็นผู้กำหนดมาตรฐานระดับโลกด้วย

 

 

อุตสาหกรรมทางการแพทย์ (Biopharmaceuticals and High Performance Medical Equipment)

การแพทย์เป็นอุตสาหกรรมที่ทุกประเทศล้วนต้องพยายามพัฒนาให้ได้เพื่อให้การดูแลรักษาคนในประเทศอย่างได้ผลและทันท่วงที แต่ใช่ว่าทุกประเทศจะทำได้ดีถึงขั้นที่จะจำหน่ายยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ในระดับโลกได้ การพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์เพื่ออุตสาหกรรมในระดับโลกจึงเป็นช่องว่างที่จีนจะรุกคืบเพื่อก้าวเป็นประเทศชั้นนำด้านนวัตกรรมของโลกได้

  • Biopharmaceutical จีนตั้งเป้าเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการผลิตยารักษาโรค โดยแบ่งเป้าหมายออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่ เชิงคุณภาพ และเชิงธุรกิจ เริ่มที่เชิงคุณภาพ จีนตั้งเป้าให้บริษัทยา 100 รายมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรองจากองค์การอนามัยโลก และเตรียมพร้อมส่งออกไปยังสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น ทั้งยังสนับสนุนการวิจัยยาแผนจีนและยาจาก Biotech ด้วย ส่วนเชิงธุรกิจ การผลิตต้องรองรับมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของตลาดโลก ส่วนปี 2025 ยารักษาโรคของจีนต้องสามารถส่งออกได้
  • อุปกรณ์การแพทย์สำหรับปฏิบัติการขั้นสูง ในส่วนนี้คืออุปกรณ์การแพทย์สำหรับโรงพยาบาลระดับประเทศหรือภูมิภาคและชิ้นส่วนสำคัญต่างๆ โดยตั้งเป้าครองตลาดในประเทศให้ได้ 50 เปอร์เซ็นต์ และเริ่มมีแบรนด์จากจีนเป็นที่รู้จักในตลาดโลกอย่างน้อย 3 รายภายในปี 2020 ส่วนในปี 2025 อุปกรณ์เหล่านี้จะต้องครองตลาดในประเทศให้ได้ราว 70-80 เปอร์เซ็นต์

 

เรียกได้ว่าครบถ้วนทุกประเด็นสำหรับ 10 แกนอุตสาหกรรมตามแผน Made in China 2025 ที่เป็นกลไกเปลี่ยนจีนจากการรับจ้างผลิตสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมระดับโลก ความเชื่อมโยงทั้งหมดของแผนการนี้เป็นบทเรียนด้านการวางนโยบายที่ดีสำหรับประเทศไทยไม่น้อยทีเดียว ในครั้งหน้า เรายังมีประเด็นเรื่องธุรกิจ เทคโนโลยี และการพัฒนาที่เกี่ยวข้องมานำเสนอกันอีก อย่าพลาดติดตามกันที่ Blog ของ Digital Ventures

ขอขอบคุณข้อมูลจาก uschina.org