Digital Ventures

Back to blog

การปรับตัวของธุรกิจด้านค้าปลีก ท่องเที่ยว และการเงิน ในยุคที่ Disruptive Tech เข้ามาประชิดตัว

DIGITAL VENTURES June 29, 2018 6:02 PM

3,775

โครงการ U.REKA มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีชั้นสูงเพื่อเพิ่มขีดการแข่งขันด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งนอกจากการบ่มเพาะทักษะความรู้ด้านการพัฒนานวัตกรรม Deep Tech แล้ว ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคธุรกิจที่เข้ามาดัดแปลงนวัตกรรมให้กลายเป็น Product หรือ Solution ที่มีมูลค่าต่อเศรษฐกิจของประเทศด้วย ในงาน Openhouse & Ideation Bootcamp ของโครงการ U.REKA ที่ผ่านมา ได้เชิญผู้บริหารธุรกิจชั้นนำของประเทศไทยมาแสดงทัศนะเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีที่มีผลต่อการประกอบธุรกิจแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ U.REKA โดยเราได้สรุปเนื้อหาในประเด็นที่ว่านี้มาให้ทุกคนได้อ่านกัน

ผู้บริหารธุรกิจที่เข้าร่วมแสดงทรรศนะในประเด็นนี้ประกอบด้วย

  • ตัวแทนภาคธุรกิจค้าปลีก – คุณเกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ CEO, The Emporium Group 
  • ตัวแทนภาคธุรกิจท่องเที่ยว – คุณวัลลภา ไตรโสรัส President, Asset World Corporation 
  • ตัวแทนภาคธุรกิจการเงินและธนาคาร – คุณอรพงศ์ เทียนเงิน CEO, Digital Ventures

Disruptive Technology – โอกาสหรือความท้าทาย?

แม้หลายคนจะมองว่าการเข้ามาของเทคโนโลยีจะเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจ แต่ในมุมหนึ่งก็ทำให้การเกิดการปรับตัวที่นับเป็นความท้าทายซึ่งส่งผลกระทบไปยังทุกอุตสาหกรรม โดยผู้บริหารทั้ง 3 ท่านที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน ต่างมีความเห็นตรงกันในเรื่องนี้

โดยคุณอรพงศ์ให้ความเห็นว่า เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่มีผลทั้งในการสร้างโอกาสและทำให้เสียโอกาสได้ หากไม่สามารถปรับตัวได้ทัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ธุรกิจขนาดใหญ่ต้องพึงระวังให้ดี 

คุณเกรียงศักดิ์ ให้ความเห็นในมุมของ Retail Industry ว่า ธุรกิจค้าปลีกหรือ Retail มีความซับซ้อนสูง เพราะประกอบด้วยหลายภาคส่วน ซึ่งแต่ละส่วนนั้นก็มียากง่ายต่อการ Disrupt ที่แตกต่างกันไป ในหลายๆ ครั้งที่เทคโนโลยีได้เข้ามา แต่ผู้คนยังตามไม่ทัน ซึ่งในฐานะผู้ให้บริการ โซลูชั่นของเราก็คือการเร่งความเร็วขึ้นมาเพื่อก้าวให้ทันเทคโนโลยีนั้นๆ ก่อน แต่ก็ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เพราะการใช้เทคโนโลยีผิดจังหวะก็อาจเกิดผลเสียมากกว่าได้รับประโยชน์ก็เป็นได้

ในส่วนของธุรกิจท่องเที่ยว คุณวัลลภา กล่าวว่า Disruptive Technology ได้เข้ามามีบทบาทแล้วในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและดำเนินไปอย่างรวดเร็วมาก กระบวนการทำธุรกรรมในธุรกิจท่องเที่ยวปัจจุบันมีขั้นตอนที่เป็น Digital มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ และเป็นการผสานประสบการณ์การใช้งานแบบ Online และ Offline หรือเรียกว่า Seamless Experience ทำให้การรับบริการบน Digital และบน Physical ในธุรกิจการท่องเที่ยวนั้นไม่มีขอบเขตขวางกั้นอีกต่อไป 

โอกาสใหม่ของธุรกิจ Retail, Travel และ Finance ในยุค Digital Disruption

ถึงทั้ง 3 ท่านจะมองว่า Disruptive Technology เป็นความท้าทาย แต่เมื่อเอ่ยถึงโอกาสที่จะเกิดขึ้น แต่ละท่านต่างมีมุมมองที่น่าสนใจจากความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ในธุรกิจนั้นๆ 

เริ่มที่คุณเกรียงศักดิ์ ซึ่งกล่าวในมุมของธุรกิจค้าปลีกว่า แม้เราจะเห็นสถานการณ์ปัจจุบันที่ร้านค้าปลีกรายใหญ่เริ่มปิดหรือขายกิจการ ในมุมกลับกันเราก็เห็นการที่บริษัท E-commerce ทั้งหลายหันมาซื้อ Physical Store กัน เพราะพวกเขาหันมาให้ความสำคัญกับ ‘ประสบการณ์ของผู้ซื้อ’ มากขึ้น นั่นเป็นสิ่งที่ชี้ได้ว่าประสบการณ์จากร้านค้าจริงๆ นั้นเป็นสิ่งที่ออนไลน์ไม่สามารถแทนที่ได้

คุณวัลลภา เผยในมุมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวว่า ปัจจุบันประสบการณ์ของผู้ใช้บริการเริ่มตั้งแต่หน้าแรกของเว็บไซต์จองตั๋วเครื่องบินหรือห้องพักโรงแรม หากใครสามารถจัดการให้ผู้ใช้บริการได้รับประสบการณ์ที่ดีตั้งแต่ต้นจนจบหรือมี Journey Experience ที่ดีได้ ก็จะได้เปรียบในการแข่งขัน ซึ่งทั้งหมดนี้เลี่ยงการใช้เทคโนโลยีไม่ได้ เพราะธุรกิจท่องเที่ยวได้รับการขับเคลื่อนด้วยขั้นตอนที่มาจากเทคโนโลยีมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์อย่างที่กล่าวไปข้างต้น

ส่วนคุณอรพงค์ชี้มุมมองในภาพรวมว่า โอกาสของธุรกิจปัจจุบันมาจากคนที่มองปัญหาและคิด Solution ที่เฉียบขาด การเกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นโอกาสของโลกใหม่จากเทคโนโลยีที่ยังไม่ได้ถูกพัฒนาเป็นนวัตกรรม ซึ่งจะทำให้เกิด Business Model ใหม่ๆ นี่จึงเป็นสาเหตุที่โครงการ U.REKA ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูงที่ปัจจุบันยังมีพื้นที่ให้ค้นพบและพัฒนาเป็นธุรกิจได้อีกมาก 

Digital Transformation กับการต่อยอดการแข่งขันของประเทศไทย

ประเด็นด้าน Digital Transformation ยังคงเป็นเรื่องราวที่ธุรกิจต้องหาทางรับมือ ซึ่งในผู้บริหารทั้ง 3 ท่านต่างนำเสนอวิธีการปรับองค์กรเพื่อรับมือด้วยแนวคิดที่น่าสนใจไม่น้อย

เริ่มที่คุณเกรียงศักดิ์ ที่มองว่าทุกองค์กรล้วนมีปัญหาด้าน Digital Transformation ซึ่งในธุรกิจค้าปลีกนั้น ทั้ง Customer, Solution, Process และ Business Model ต้องเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆ กัน ซึ่งวันนี้ Customer ได้เปลี่ยนแปลงแล้ว จากการรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ปัญหาจึงอยู่ที่ภายในองค์กรซึ่งคุณเกรียงศักดิ์มองว่า การเปลี่ยนแปลงนั้นท้าทายกว่าสร้างใหม่มาก โดยองค์กรต้องรักษาสมดุลระหว่างการบ่มเพาะทักษะของคนที่อยู่ในองค์กรและคนที่เข้ามาใหม่ให้ดี

ส่วนคุณวัลลภามองว่าผู้นำองค์กรต้องเป็นคนที่เริ่มตื่นตัวในเรื่องนี้ก่อน จากนั้นก็ค่อยๆ บ่มเพาะวัฒนธรรมของการตื่นตัวด้าน Digital พร้อมกับมีความคิดสร้างสรรค์เพื่อการมองเห็นอนาคต ซึ่งคุณวัลลภาเน้นว่าความคิดสร้างสรรค์คือจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมต่างๆ

ตัวอย่างหนึ่งที่คุณวัลลภายกขึ้นมาคือการบริหารทีมงานภายในองค์กร ด้วยการตั้งทีมใหม่เพื่อดำเนิน Project ด้านดิจิทัลขึ้นมาเป็นการเฉพาะ ทำให้เกิดความคล่องตัวซึ่งเหมาะกับทักษะที่เกิดขึ้นในยุค Digital Transformation

คุณอรพงศ์มองว่าสิ่งที่สำคัญคือการมี Awareness ในการเห็นความเปลี่ยนแปลงของโลก องค์กรต้องทำความเข้าใจกับบุคลากรให้เห็นถึงความเข้าใจใน Disruptive เป็นอันดับแรก จากนั้นก็จึงเริ่มมองว่าจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร สุดท้าย เมื่อเข้าใจและเปลี่ยนแปลงจนถึงจุดหนึ่ง จึงจะเกิด Adaptive Mindset ซึ่งเป็นเป้าหมายสำหรับการรับมือ Digital Transformation นั่นเอง

ก้าวต่อไปที่ภาคธุรกิจอยากเห็นในยุค Disruptive Technology 

สุดท้ายทั้ง 3 ท่านได้กล่าวถึงสิ่งที่อยากเห็นในยุคที่ Disruptive Technology กำลังเข้ามามีบทบาทกับระบบเศรษฐกิจของทั้งโลก เริ่มจากคุณเกรียงศักดิ์ที่อยู่ในธุรกิจ Retail ว่าอยากให้มีเทคโนโลยีที่ทำให้เห็น Insight ของผู้ใช้บริการ โดยเน้นที่ Experience Analysis เพื่อใช้ในการปรับรุงบริการของร้านค้าปลีกให้มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น

ด้านตัวแทนจากภาคธุรกิจท่องเที่ยวอย่างคุณวัลลภาอยากเห็นเทคโนโลยีที่ช่วยปรับปรุงการบริหารทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับงานบริการท่องเที่ยว เช่น ระบบ AI ที่ใช้ Data ปรับปรุงการใช้พลังงานในอาคาร และเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้า

ส่วนคุณอรพงศ์ชี้ว่า ในอนาคตภาคการเงินอาจต้องแข่งชันกับภาคธุรกิจเทคโนโลยีที่ปัจจุบันกำลังพัฒนานวัตกรรมสำหรับการจัดการด้านการเงินจนสามารถให้บริการธุรกรรมแบบธนาคารได้แล้วในต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้ บริษัทเหล่านั้นยังไม่ได้ลงมาแข่งขันกับธนาคารโดยตรงเนื่องจากยังไม่มีการปลดล็อกจากทางภาครัฐฯ ดังนั้น หากธนาคารใหญ่ยังคงปิดกั้นไม่ให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยี โอกาสล้มหายไปก็มีสูงมาก 

ทั้งหมดนี้เป็นทัศนะต่อการปรับตัวของธุรกิจในยุค Disruptive Technology จากผู้บริหารธุรกิจชั้นนำของประเทศ ช่วยให้เรามองเห็น Solution และการรับมือกับ Disruptive Technoloy ของภาคธุรกิจต่างๆ ได้กว้างขึ้น หากใครสนใจอัพเดทความรู้ด้านเทคโนโลยีเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ Blog ของเรา